โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SOCIETY: งานวิจัยชี้ คู่รักที่ ‘จูบ’ กันบ่อย มีแนวโน้มพอใจในรักมากกว่าคู่ที่แทบไม่จูบกันเลย

BrandThink

เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 05.44 น.

หากลองสุ่มถามคู่รักสักคู่ ว่าเคล็ดลับอะไรที่ทำให้พวกเขาพึงพอใจในความสัมพันธ์ หรืออยากตื่นขึ้นมาเจอกันและกันในทุกๆ วันคืออะไร คุณคงได้คำตอบสารพัดวิธีตั้งแต่การปรับตัวเข้าหากัน พยายามสื่อสารให้ดีขึ้น รับฟังกันและกัน หาเวลาไปออกเดต ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น รวมไปถึงกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์บนเตียง

แต่รู้ไหมว่า มีอีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้ความรักของคุณแนบแน่นขึ้นโดยไม่ต้องทำอะไรให้ยุ่งยาก นั่นคือ ‘การจูบ’

มารียาห์ เฟรยา (Mariah Freya) นักให้ความรู้ด้านเพศสัมพันธ์และผู้ร่วมก่อตั้ง Beducated พูดไว้ในบทสัมภาษณ์กับ The Daily Mail ว่า “คนเรามักประเมินคุณค่า ‘การจูบ’ ในความสัมพันธ์ต่ำเกินไป”

ปกติแล้วคนเรามักนับว่าเรามีเซ็กซ์กันบ่อยแค่ไหน หรือสื่อสารกันดีแค่ไหน แต่แทบไม่มีใครนับว่าเราจูบกันครั้งสุดท้ายเมื่อไร และที่จูบกันนั้นทำด้วยใจหรือแค่ทักทายตามมารยาท

เธออธิบายว่าเมื่อคู่รักเริ่มเปลี่ยนจากจูบเพราะเคยชิน มาเป็นจูบที่ช้า มีสติ และตั้งใจ สมองของเราจะสลับจาก ‘โหมดทักทาย’ ไปสู่ ‘โหมดเชื่อมโยง’ ทันที ทำให้คู่ของเราดูน่าดึงดูดมากขึ้นอย่างน่าแปลกใจ

ดังนั้น การจูบบ่อยๆ ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของความโรแมนติก แต่เกี่ยวพันกับเคมีในสมองอย่างลึกซึ้ง งานวิจัยในปี 2020 ชี้ให้เห็นว่า คู่รักที่จูบบ่อยมีระดับความพึงพอใจในความสัมพันธ์สูงกว่าคู่ที่แทบไม่จูบกันเลย และเมื่อดูจากผลสำรวจในปี 2011 พบว่า หนึ่งในห้าของคู่แต่งงานไม่ได้จูบกันเลยในสัปดาห์นั้น และโดยเฉลี่ยแล้ว การจูบของพวกเขาก็ใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น

บรี เทมเพิล (Brie Temple) หัวหน้าผู้เชี่ยวชาญด้านจับคู่ของ Tawkify มองว่าการจูบน้อยลงเป็นสัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม “เมื่อการจูบหายไป มันเป็นหนึ่งในสัญญาณแรกของการตัดขาดทางอารมณ์” เธอกล่าวกับ The Daily Mail “เมื่อไม่มีช่วงเวลานุ่มนวล คู่รักจะเริ่มรู้สึกเหมือนเป็นแค่เพื่อนร่วมห้องกันเฉยๆ”

สุนารี โก (Sunaree Ko) ผู้เชี่ยวชาญด้านความรักและความเข้ากันได้ ก็สนับสนุนแนวคิดนี้ เธอชี้ว่า การจูบมีผลต่อความเข้าใจและความรู้สึกมีคุณค่าในความสัมพันธ์ และหากขาดไป คู่รักอาจตีความกันผิด ห่างเหิน หรือรู้สึกถูกลดคุณค่าลงโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเครียด

นอกจากนี้ การจูบยังช่วยกระตุ้นสารเคมีในสมองสามตัวหลัก ได้แก่ ออกซิโทซิน (Oxytocin) ที่ช่วยสร้างความไว้วางใจ โดปามีน (Dopamine) ที่สร้างความรู้สึกเป็นสุข และเซโรโทนิน (Serotonin) ที่ส่งผลต่ออารมณ์ การนอนหลับ และการควบคุมอารมณ์โดยรวม

อีกทั้ง โซฟี รูส (Sofie Roos) นักเพศวิทยายังกล่าวอีกว่า “เมื่อทั้งสามตัวถูกกระตุ้นพร้อมกัน มันเหมือนกับการสร้างความรู้สึกตกหลุมรักซ้ำอีกครั้ง” นี่เป็นเหตุผลว่า ทำไมบางคู่ถึงขั้นจัดกิจวัตรในชีวิตประจำวันให้เริ่มต้นและจบลงด้วยการจูบ ไม่ใช่เพราะมันหวือหวา แต่เพราะมันทำหน้าที่คล้ายปุ่มสตาร์ท

สำหรับคู่ไหนที่เริ่มรู้สึกว่าความสัมพันธ์เริ่มห่างเหินกันไป อาจเริ่มกลับมาเชื่อมใจกันอีกครั้งด้วยการจูบ เพื่อบอกกันว่าเรายังอยู่ตรงนี้ ยังรัก และยังอยากอยู่ด้วยกันต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...