โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ช็อก! คลินิกความงาม หลอกขายคอร์ส เปิดหรูในห้างดัง พบเงินบัญชีม้าเกือบ 50 ล้าน

แนวหน้า

เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

วันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สภ.เมืองอุดรธานี ทนายโนบิและเฮียเปี๊ยกช่วยด้วย ได้พาผู้เสียหายถูกหลอกซื้อคอร์สความงามจากคลินิคเวชกรรมชื่อดังและเปิดในห้างด้วย เดินทางเข้าพบกับ พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อปรึกษาเรื่องคดีและร้องขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคลนิคดังกล่าว หากมีความผิด อาจจะแจ้งความดำเนินคดีกับคลินิคแห่งนี้ฐานฉ้อโกงประชาชน หลอกลวงประชาชน โดยมีผู้เสียหายที่เป็นหญิงสาวรักสวยรักงาม นำเอกสารใบเสร็จที่จ่ายค่าซื้อคอร์สความงามจากคลีนิคเวชกรรมชื่อดัง แต่ละคอร์ส 5,000 10,000 เป็นแสนก็มี โดยผู้เสียหายอ้างว่า จ่ายค่าคอร์สเสริมความงามไปแล้ว แต่การบริการไม่ใช่อย่างเงินที่จ่ายไป ไม่ตรงสเป๊ก

โดยผู้เสียหายแจ้งกับ ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี ว่า คลินิกความงามดังกล่าวเปิดในห้างดังกลางเมืองจ.อุดรธานี มีการจัดกิจกรรมเอาดารา นักร้อง มาแสดงและคลิกนิกแอบแฝงชักชวนหลอกให้ประชาชนเข้าไปหลงซื้อคอร์สจนเสียเงินไปจำนวนหลายล้านบาท โดนทุกเพศทุกวัย แต่พอใช้บริการจริงกับพบว่าผู้ให้บริการและผู้ที่ทำหัตถการไม่ใช่แพทย์ที่ได้รับใบอนุญาตประจำคลินิก และยังพบพฤติการณ์มีการสลับสับเปลี่ยนบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นแพทย์หรือดร.แพทย์เข้ามาทำหน้าให้ลูกค้าไม่ซ้ำคน ไม่รู้ว่าเป็นแพทย์จริงหรือไม่

บางอันพนักงานก็เป็นคนทำเอง ลูกค้าบางคนแพ้ถึงขั้นเป็นผื่นแดง แต่คลิกนิกกลับไม่สนใจรับผิดชอบ ราคาคอร์สที่ตัดเงินลูกค้าก็สูงกว่าคลินิกอื่น ผลิตภัณฑ์บางตัวที่อ้างว่ามี ก่อนที่จะทำการซื้อคอร์ส เมื่อไปใช้บริการจริงกลับพบไม่มีเครื่องชนิดนั้น ลูกค้าขอตรวจสอบตัวยาและผลิตภัณฑ์ก็ไม่ได้ นำซ้ำคนที่ผสมยากับเป็นพนักงานไม่ใช่แพทย์

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจ.อุดรธานีเข้าไปตรวจสอบคลินิคดังกล่าว พบคนดูแลและยังเปิดให้บริการตามปกติ คนดูแลฯ มีสีหน้าตกใจเล็กน้อยเมื่อเจอเจ้าหน้าที่ จากนั้นทนายโนบิได้พาผู้เสียหายไปพูดคุยกับคนดูแล เกิดมีอาการโต้เถียงกันขึ้นเล็กน้อย

เมื่อผู้เสียหายคนหนึ่งชื่อน.ส.มี่ อายุ 50 ปี บอกว่า ทางคลินิกหลอกให้เราซื้อคอร์สความงาม แต่การบริการเสริมความงามไม่ใช่อย่างที่คิด ทำแบบนี่ได้ไง เครื่องที่อ้างว่ามาทำเสริมความงามจากเยอรมันเครื่องละ 400,000 บาทดูแล้วไม่ใช่เครื่องอย่างที่ว่า เครื่องสกปรกมาก ฉันต้องสูญเงินไปถึง 1.4 ล้านบาท

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ฯ ได้ตรวจสอบคลินิคเสริมความงามดังกล่าวกับชื่อของบริษัทที่ให้ลูกค้าโอนเงินค่าซื้อคอร์สความงาม ไม่ตรงกัน และพบว่ามีเงินหมุนเวียนที่ลูกค้าโอนไปยังบัญชีม้าคลินิกดังกล่าวมากถึง 50 ล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ฯ จะได้ตรวจสอบอีกครั้ง

ล่าสุดมีรายงานว่า ทางสำนักงานสาธารณสุขจ.อุดรธานี ได้มีคำสั่งให้ปิดคลินิกดังกล่าวแล้ว ฐานฝ่าฝืนพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 มาตรา 35 (1) มีโทษตามมาตรา 65 ต้องระวางโทษไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

น.ส.เอมี่ อายุ 50 ปี บอกว่า ตนเองอยู่ต่างประเทศ กลับบ้านที่อุดรไปเดินห้างก็เจอพนักงานของคลินิคดังกล่าวเสนอขายคอร์สให้ ประกอบกับตนเองต้องการ “อัลเธอร่า เธอมาท ฉีดแฟตทำหน้าเรียว” จึงสอบถามพนักงาน เขาก็บอกว่ามี เชิญเราไปพูดคุยด้วย

ทางพนักงานบอกว่าช่วงนี้เป็นช่วงโปรโมชั่นจ่ายเงินเสมือนเป็นเจ้าของร้านด้วย ทางคลินิกยังอ้างมีหมอระดับดร.มาดูแลด้วย แต่ตนเองไม่เคยเห็นดร.เสียที สุดท้ายตนเองก็ยอมจ่ายเงินไปรวม 10 ครั้งเป็นเงิน 1,400,000 บาท แต่การบริการไม่ใช่อย่างที่โฆษณาเลย จึงมากับผุ้เสียหายหลายคนนี้วันนี้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ฯ ตรวจสอบคลินิกดังกล่าว หากฉ้อโกงจริงไม่อยากให้ไปหลอกคนอื่นอีก แถมยังเปิดอยู่ห้างดังความน่าเชื่อถือมีมากด้วยจะทำให้คนหลงเชื่อสูญเงินไปเปล่าๆ

ทั้งนี้ ทางพ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายซื้อคอร์สความงาม ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่ามีการใช้บัญชีม้าในการรับเงินกว่า 4 บริษัท มีเงินหมุนเวียนในบัญชีม้าไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท อยู่ระหว่างการขยายผล ทั้งที่บริษัทฯ เพิ่งเปิดได้ไม่ถึง 1 ปี เส้นเงินพบว่ามีความสัมพันธ์เชื่อมโยงหลายคลินิกฯ ที่เปิดให้บริการในกรุงเทพฯ หลายแห่ง และมีพฤติกรรมในการจัดกิจกรรมเอาดารานักร้องมาอ้างแล้วชักชวนขายคอร์ดเช่นเดียวกันกับอุดร อาจจะเข้าข่ายหลอกลวงประชาชนเพื่อขอให้หากตรวจสอบพบก็จะดำเนินคดีตามกฏหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

ทางด้านนายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า หลังรับเรื่องราวร้องทุกข์จากเฮียเปี๊ยก และทนายโนบิ ได้พาผู้เสียหายร้องทุกข์ กรณีอ้างว่าถูกคลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานี หลอกขายคอร์สเสริมความงาม แต่เมื่อเข้ารับบริการกลับไม่เป็นไม่ได้รับบริการเหมือนที่กล่าวอ้าง ร้องขอให้ตรวจสอบการประกอบธุรกิจของคลินิก ตลอดจนแพทย์ที่แขวนป้ายได้มีการร่วมตรวจจริงหรือไม่ ยาที่นำมาใช้ในคลินิก การโฆษณาเกินจริง และค่าบริการที่สูงเกินจริง จึงได้มอบหมายให้ นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 8 พร้อมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค สร้างความมั่นใจให้แก่พี่น้องประชาชน ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัยในการให้บริการของสถานพยาบาลและคลินิก ประชาชนสามารถติดต่อที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...