โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หนุ่มสิงคโปร์เปิดเคล็ดลับอยู่เมืองไทยมีเงินเหลือใช้เหลือเก็บ ทำงานสัปดาห์ 4-8 ช.ม. รับรายได้เป็นดอลลาร์สหรัฐแต่ใช้จ่ายเป็นเงินบาท คุณภาพชีวิตครอบครัวดีขึ้นเยอะ

BTimes

อัพเดต 16 พ.ค. 2568 เวลา 12.42 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2568 เวลา 15.07 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

นายเชา ชุนเฉิน หนุ่มสัญชาติสิงคโปร์วัย 39 ปี ซึ่งทำงานมาเกือบ 10 ปีกับกูเกิลที่สิงคโปร์จนเมื่อกุมภาพันธ์ 2024 ถูกปลดออกจากงานด้วยนโยบายลดค่าใช้จ่าย จึงตัดสินใจพร้อมภรรยามาใช้ชีวิตอยู่อาศัยในจังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 2024 แต่ทุกวันนี้มีรายได้เดือนละระหว่างกว่า 50,000 ถึงกว่า 100,000 บาทนิดๆ ทำไมถึงใช้ชีวิตอย่างสบายๆในเมืองไทยด้วยคุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างมาก

ซีเอ็นบีซีรายงานว่า ปัจจุบันนายเฉินทำงานแค่สัปดาห์ละ 3 ชั่วโมง มีรายได้เดือนละ 2,000-4,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือ 1,550-3,070 ดอลลาร์สหรัฐ หรือรายได้กว่า 51,510-101,310 บาทต่อเดือนของนายเชา ชุนเฉิน ก็สามารถที่จะครอบคลุมค่าเครื่องบินไปกลับสอนหนังสือที่สิงคโปร์ และค่าใช้จ่ายในการใช้ชีวิตทั้งตัวเองกับภรรยาในประเทศไทยอย่างสบายๆ

ความลับที่เปิดเผยได้ว่าทำไมรายได้เดือนละ 51,510-101,310 บาทถึงใช้ชีวิตอย่างสบายๆในเมืองไทย อยู่ที่รับเงินเดือนเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐที่สิงคโปร์ แต่มาใช้จ่ายเป็นเงินบาทในประเทศไทย ซึ่งค่าครองชีพในเมืองไทยมีราคาถูกเมื่อต้นทางของรายได้เป็นสกุลเงินต่างประเทศโดยเฉพาะเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ ทั้ง 2 คนยอมรับว่าคุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างมากและทันตาเห็น ทุกเช้านายเชา ชุนเฉิน ทำอาหารเช้าให้ภรรยา ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงเมื่ออยู่ที่สิงคโปร์ที่ตื่นขึ้นมาด้วยความเร่งรีบไปทำงาน

นอกเหนือจากความไม่รู้สึกกดดันทางการเงิน หรือกดดันด้านเวลาในแต่ละวันเหมือนชีวิตในสิงคโปร์แล้ว นายเฉินยอมรับว่าไม่รู้สึกว่าจําเป็นต้องวางแผนให้มากเกินไปกับชีวิตของตัวเองอีกต่อไป และเป็นครั้งแรกในชีวิตที่สามารถมีความสุขกับสิ่งที่ประเทศไทยมีให้ในขณะนี้ ยกตัวอย่าง ก่อนเคยอยู่สิงคโปร์ ต้องจ่ายค่าที่พักในห้องคอนโดมิเนียมขนาด 2 เตียงนอนตกเดือนละ 2,450 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 80,850 บาท แต่ทุกวันนี้ทั้งตัวเองและภรรยาอยู่คอนโดมิเนียมสร้างเสร็จใหม่ ส่วนกลางมีสระว่ายน้ำขนาดแตกต่างหลายแห่ง มีสไลด์น้ำด้วย มีห้องยิมออกกำลังกาย มีห้องทำงานแชร์พื้นที่ หรือ Co-working space ที่สำคัญ มีห้องสตูดิโอส่วนตัวสำหรับออกกำลังกายเล่นพิลาทิส

ด้วยห้องที่มี 1 เตียงนอนใหญ่พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกตามข้างต้น กลับมีค่าใช้จ่ายตกเดือนละ 450 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเพียงกว่า 14,850 บาท ถูกกว่ากันถึงเดือนละ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ประหยัดเงินค่าเช่าที่พักถึงกว่า 81% จริงๆ แล้วยังถือว่าจ่ายแพงด้วยซ้ำไป ถ้าทำสัญญาเช่าอยู่ระยะยาวแบบต่อปี จะตกเหลือเพียงแค่เดือนละ 300 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเพียง 9,900 บาทต่อเดือน ถูกลงอีกถึงเดือนละ 150 ดอลลาร์สหรัฐ นั่นคือประหยัดได้อีกถึง 33%

นายเฉิน เปิดเผยต่อไปว่าค่าใช้จ่ายอื่นๆ ต่อเดือนสำหรับตัวเองและภรรยา เมื่ออยู่ในประเทศไทย พบว่า ใช้เงิน 300-500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเดือนละ 9,900-16,500 บาท จ่ายเป็นค่าอาหารและค่าข้าวของเครื่องใช้ มีอีก 200 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเดือนละ 6,600 บาทเป็นค่าใช้จ่ายเดินทาง หนุ่มใหญ่อายุ 39 ปีคนนี้ จ่ายค่าเครื่องบินไปและกลับในราคาเพียง 250 ดอลลาร์สหรัฐต่อเที่ยวไปกลับ หรือกว่า 8,250 บาท เพื่อนั่งเครื่องบินไปสิงคโปร์ทุกวันศุกร์ และไปทำหน้าที่ผู้ช่วยอาจารย์สอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยชื่อดังของสิงคโปร์มีชื่อว่าเนชั่นแนล ยูริเวอร์ซิตี้ ออฟ สิงคโปร์

นายเฉินเปิดเผยว่าวิธีที่จะอยู่อาศัยในประเทศไทย คือ ปรับตัวการใช้ชีวิตให้กับวิถีชีวิตในไทย วัฒนธรรมไทย ทางเลือกต่างๆในไทย มากกว่าที่จะนำสไตล์การใช้ชีวิตที่เคยอยู่ในต่างประเทศมาใช้ในเมืองไทย นายเฉินยอมรับว่าเคยคุยกับเพื่อนต่างชาติที่ย้ายมาทำงานในไทยด้วยเหตุผลของค่าครองชีพถูกในไทยในแง่กำลังใช้จ่ายของชาวต่างชาติ แต่กลับบ่นว่าไม่ชอบ เพราะ รสชาติขนมครัวซองต์ไม่อร่อยเหมือนประเทศบ้านเกิด เมืองไทยไม่ใช่บัทเตอร์แท้จริงแต่กลับใช้น้ำมันปาล์มแทน เลยทำให้ต้องไปหาร้านอาหารรสชาติต่างชาติขนานแท้ ซึ่งเลี่ยงไม่พ้นที่ต้องจ่ายแพงขึ้นมาก

ในทางตรงกันข้าม ต่างชาติสามารถประหยัดเงินมากขึ้น เมื่อซื้อสินค้าที่ผลิตในไทย อาหารไทย หยูกยาไทย และเบียร์ทำในไทย ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำในไทยมีราคาถูก แต่ในบางห้วงเวลาที่ต้องการซื้อหาสินค้าที่มีความเป็นต่างประเทศในไทย เช่น ไวน์จากฝรั่งเศส แน่นอนว่าต้องจ่ายแพงขึ้นมาก

นอกจากนายเฉินมีรายได้จากการบินไปทำงานสอนหนังสือสัปดาห์ละ 3 ชั่วโมงที่สิงคโปร์แล้ว ยังมีรายได้จากช่องทางอื่นด้วยการสร้างรายได้ทั้งแบบให้เงินทำงานให้ และทำงานเพื่อเงินด้วย คือ การสร้างเนื้อหาเกี่ยวกับการศึกษาบนยูทูป และตั้งหลักสูตรการฝึกอบรมธุรกิจ ซึ่งสามารถจะคิดค่าเรียนได้สูงถึงชั่วโมงละ 500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่าชั่วโมงละ 16,500 บาทกับคนสนใจที่จะเรียนด้วย

ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุด คือ หาช่องทางที่จะปรับปรุงความเชี่ยวชาญของตัวเองใก้ถึงจุดที่คุณสามารถเรียกค่าใช้จ่ายต่อชั่วโมงได้สูงจากลูกค้า เมื่อรวมรายได้สูงต่อชั่วโมงที่สูงขึ้นกับค่าครองชีพที่ถูกมาก เพียงเท่านี้ก็ทำงานแค่ 2-3 ชั่วโมงก็สามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายได้หมด ทุกวันนี้นายเฉินทำงานในภาพรวมสัปดาห์ละ 4-8 ชั่วโมงด้วยการสอนหนังสือ ฝึกอบรมโคชชิ้ง และทำเนื้อหาหรือคอนเทนต์บนช่องยูทูป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...