โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สารหนู’ กับผลกระทบต่อผิวหนัง เช็กอาการ-วิธีป้องกัน ที่นี่!!

The Bangkok Insight

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 07.59 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 07.59 น. • The Bangkok Insight

สถาบันโรคผิวหนัง เตือนอันตราย สารหนูกับผลกระทบต่อผิวหนัง หากร่างกายได้รับในปริมาณมาก หรือสะสมอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน เช็กอาการ พร้อมแนะวิธีป้องกัน

นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า สารหนู (Arsenic) เป็นโลหะที่พบได้ในธรรมชาติ โดยเฉพาะในน้ำใต้ดิน หรือพื้นที่อุตสาหกรรม เช่น เหมืองแร่ หากร่างกายได้รับสารหนูในปริมาณสูง หรือสะสมต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจส่งผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ระบบประสาท ระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ และระบบผิวหนัง

ผลกระทบต่อผิวหนัง

ทั้งนี้ หากได้รับสารหนูในระยะเฉียบพลัน อาจส่งผลกระทบต่อผิวหนัง เช่น ผิวแดง คัน บวม หรือรู้สึกแสบร้อนบริเวณมือและเท้า บางรายอาจมีอาการลมพิษ รวมถึงมีแถบสีขาวบนเล็บ (Mee’s lines) ซึ่งมักปรากฏภายหลังการสัมผัสสารหนูประมาณ 8 สัปดาห์

นายแพทย์วีรวัต อุครานันท์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่า การได้รับสารหนูในระยะยาว อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง เช่น ผิวคล้ำหรือเข้มขึ้น โดยเฉพาะบริเวณรักแร้ ขาหนีบ ฝ่ามือ และฝ่าเท้า โดยอาจมีจุดสีซีดแทรกอยู่บนผิวคล้ำ เรียกว่า Raindrop on a dusty road

นอกจากนี้ อาจพบอาการผมร่วงร่วมด้วย หรือตุ่มนูนแข็งสีเหลืองคล้ายเมล็ดข้าวโพด (Arsenical keratoses) บริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า ในบางรายอาจพบความผิดปกติที่ขา หรือโรคที่เรียกว่า “เท้าดำ” ซึ่งเกี่ยวข้องกับการไหลเวียนเลือด

แพทย์หญิงรัชฎา องศ์ทวีเกียรติ นายแพทย์ชำนาญการ สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวเพิ่มเติมว่า ในบางกรณี การได้รับสารหนูต่อเนื่องในระยะเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคผิวหนังบางชนิด เช่น Bowen’s disease ซึ่งเป็นภาวะที่พบรอยโรคผิวหนังผิดปกติในบริเวณที่ไม่ถูกแสงแดด โดยมีลักษณะเป็นผื่นนูน สีแดง หรือสีเดียวกับผิวหนัง มีขุยหรือสะเก็ด และควรได้รับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม เพื่อแยกจากโรคผิวหนังชนิดอื่น ๆ

หากมีข้อสงสัยหรือพบอาการผิดปกติที่ผิวหนัง ประชาชนสามารถเข้ารับการตรวจวินิจฉัยได้ โดยมีการตรวจระดับสารหนูในเลือด ปัสสาวะ เส้นผม หรือเล็บ โดยค่าปกติในเลือดอยู่ที่ 0–13 ไมโครกรัม/ลิตร และในปัสสาวะ 0–35 ไมโครกรัม/ลิตร หากตรวจพบเกินเกณฑ์ แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจชิ้นเนื้อผิวหนัง

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก เพราะสามารถป้องกันได้ด้วยการใช้แหล่งน้ำดื่มที่สะอาด หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมีโดยตรง และหมั่นสังเกตสุขภาพของตนเอง หากมีอาการผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อรับการดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...