โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CGSI แนะ “ถือ” กลุ่มธนาคาร ยก “SCB-KTB” ท็อปพิก ชูปันผลสูง-กำไรมั่นคง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 09.12 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 09.12 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI เปิดเผยบทวิเคราะห์เกี่ยวกับสถานการณ์ตลาดสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของไทย โดยระบุว่า ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 5 แห่งของไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB มีส่วนแบ่งตลาดสินเชื่อบ้านมากที่สุดที่ระดับ 23.2% ณ สิ้นไตรมาส 1/2568 ตามข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รองลงมาคือ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ที่ 19% และธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ที่ 13.8% โดยภาพรวมตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยในไทยยังครอบครองโดยธนาคารที่มีฐานลูกค้ารายย่อยเป็นหลัก ซึ่งเน้นปล่อยสินเชื่อให้กับผู้มีรายได้ตั้งแต่ 50,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป

ทั้งนี้ CGSI ระบุว่า แม้คุณภาพสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยจะดีขึ้นในช่วงหลังโควิด-19 จากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของรัฐบาลและ ธปท. แต่สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนแปลงเมื่อมาตรการสิ้นสุดลง โดยพบว่าสัดส่วนสินเชื่อที่จัดอยู่ใน Stage 2 และ Stage 3 (NPL) เริ่มเร่งตัวขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/2565 และยังคงเพิ่มต่อเนื่องจนถึงไตรมาส 4/2567 ส่งผลให้ความเสี่ยงของระบบสถาบันการเงินยังคงต้องติดตามใกล้ชิด

โดยยังประเมินว่า ภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง การบริโภคภายในประเทศที่ชะลอตัว รวมถึงนโยบายสินเชื่อที่เข้มงวดของ ธปท. และปัจจัยภายนอก เช่น มาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ อาจส่งผลให้ยอดขายอสังหาริมทรัพย์ในปี 2568 ซบเซาต่อเนื่อง

ในด้านกลยุทธ์ของแต่ละธนาคาร พบว่า ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) ขยายพอร์ตสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องจากปี 2564–2566 โดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 21% ของยอดสินเชื่อรวมในไตรมาส 4/2563 เป็น 27% ในไตรมาส 1/2568 ขณะที่ KTB มีการเติบโตอย่างมั่นคงจาก 16.8% เป็น 19.1% ในช่วงเดียวกัน ส่วน SCB ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุด เพิ่มสัดส่วนจาก 24.7% เป็น 25.7% ในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างรวดเร็วของพอร์ตสินเชื่อบ้านในธนาคารทั้ง 3 แห่ง อาจเป็นความเสี่ยงในปี 2568–2569 หากเศรษฐกิจไม่ฟื้นตัวตามคาด

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI แนะนำ “คงน้ำหนักการลงทุน (Neutral)” ในกลุ่มธนาคาร โดยคาดการณ์ว่ากำไรก่อนสำรอง (PPOP) จะเติบโตเพียง -6.0% / +3.3% / +4.3% ในปี 2568–2570 และแนะนำ SCB และ KTB เป็นหุ้น Top Pick เนื่องจากมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจที่ระดับ 5.7–8.4% ต่อปี พร้อมด้วยงบดุลแข็งแกร่งและคุณภาพสินทรัพย์ที่ดี

อย่างไรก็ตาม กลุ่มธนาคารยังเผชิญความเสี่ยงด้านลบ (Downside Risk) จากการเพิ่มขึ้นของ NPL และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท. ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงด้านบวก (Upside Risk) อาจเกิดขึ้นหากมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในไทยมากขึ้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการบริโภคในประเทศ รวมถึงหากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ผ่อนคลายและการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...