โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

คิมซูฮยอน โต้! แชทที่คุยกับ "คิมแซรน" ตอนอายุ 15 ยัน ไม่ใช่เขา-โดนแบล็กเมล

WeR NEWS

อัพเดต 31 มี.ค. 2568 เวลา 11.53 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. 2568 เวลา 11.53 น.

วันนี้ (31 มี.ค. 68) จากประเด็นสุดร้อนแรงระหว่าง คิมซูฮยอน นักแสดงหนุ่มชื่อดัง และคิมแซรน นักแสดงสาวผู้ล่วงลับ โดย คิมซูฮยอน ได้ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวเอ่ยทั้งน้ำตา ปฏิเสธที่จะยอมรับหรือขอโทษเกี่ยวกับการมีความสัมพันธ์กับคิมแซรน ในขณะที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ โดยกล่าวถึง หลักฐานและคำให้การที่ถูกนำเสนอจนถึงตอนนี้ทั้งหมดเป็นหลักฐานปลอมทั้งหมด ยืนยันเขาถูกใส่ร้าย

หลักฐานที่คิมซูฮยอนนำเสนอนั้นคือ การเปรียบเทียบแชทในแอปคอลแชทจากปี 2016 และ 2018 ซึ่งมีการตรวจสอบโดยการตรวจสอบข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือของ คิมแซรน โดยมีการวิเคราะห์และเปรียบเทียบแชทที่เขาคุยกับเพื่อน ๆ ซึ่งสรุปว่าเป็นคนละคนกับเขา และไม่ใช่เขา แต่ก็ยังไม่มีการยืนยันว่าเป็นการตรวจสอบจากสถาบันใดหรือหลักฐานนี้มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน และ หลักฐานนั้นมาจากครอบครัวของคิมแซรนที่พยายามแบล็กเมลเขา

ต่อมา คิมจองบก ทนายความของคิมซูฮยอน กล่าวว่า "ในฐานะตัวแทนของบริษัท ผมและคิมซูฮยอนพร้อมกับบริษัท Gold Medalist ตัดสินใจที่จะฟ้องร้องทั้งทางอาญาและฟ้องร้องทางแพ่ง เราได้ยื่นฟ้องผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นญาติของผู้เสียชีวิตและบุคคลที่ไม่ประสงค์ออกนามรวมถึงผู้บริหารของช่องกาโรเซโร ในข้อหาละเมิดพระราชบัญญัติการส่งเสริมการใช้เครือข่ายข้อมูลและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (การหมิ่นประมาท) พร้อมยื่นฟ้องเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหายจำนวน 12,000 ล้านวอนต่อศาลกลางกรุงโซล" และกล่าวว่า "เหตุผลที่ขออนุญาตไม่ตอบคำถามจากสื่อมวลชนก็เพราะว่าผมกลายเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีนี้หลังจากยื่นฟ้องแล้ว และจำเป็นต้องได้รับการตัดสินทางกฎหมาย"

คิมซูฮยอน กล่าวทั้งน้ำตาต่อว่า “เขาไม่สามารถยอมรับสิ่งที่เขาไม่ได้ทำได้ และหลักฐานที่ถูกนำเสนอจนถึงตอนนี้ก็เป็นหลักฐานปลอมที่ถูกตัดแปะมา”

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้คดีนี้ได้ถูกส่งไปยังหน่วยงานการสอบสวนแล้ว ต้องติดตามดูว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...