3 อาหารที่ควรเลี่ยงเมื่อป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ตามคำแนะนำของนักโภชนาการญี่ปุ่น!
อาหารที่มีคุณค่าสารอาหารที่สมดุลครบถ้วนช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย แต่ในยามป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ที่มีไข้ขึ้นสูงเพื่อให้ร่างกายต่อสู้กับไวรัส หน้าที่การทำงานของระบบย่อยอาหารก็มักจะอ่อนแอลง หากรับประทานอาหารเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายเหมือนกับตอนที่แข็งแรงปกติก็อาจสร้างความเครียดและภาระให้กับระบบย่อยอาหารได้ มารู้กันว่าอาหารอะไรบ้างที่นักโภชนาการชาวญี่ปุ่นแนะนำให้หลีกเลี่ยงเมื่อป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่กันค่ะ
อาหารแบบไหนควรหลีกเลี่ยงเมื่อป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่?
1. อาหารที่มีปริมาณเส้นใยอาหารสูง
ในสภาวะที่ร่างกายแข็งแรงปกติ เส้นใยอาหารมีประโยชน์ในการป้องกันและบรรเทาอาการท้องผูกและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด แต่ในสภาวะที่มีไข้ขึ้นสูงระบบย่อยอาหารทำงานได้ช้าลง การรับประทานอาหารที่มีปริมาณเส้นใยอาหารสูง เช่น ผักบางชนิด เห็ด สาหร่ายทะเล และผลไม้ที่มีเส้นใยสูง เป็นต้น อาจส่งผลให้เกิดอาการท้องอืดไม่สบายตัวเพราะอาหารไม่ย่อยได้ โดยหากต้องการวิตามินและแร่ธาตุเพื่อช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ควรเลือกรับประทานผักที่มีเส้นใยอาหารต่ำและผ่านการปรุงสุกจนนิ่ม เช่น ฟักทอง แครอท ผักปวยเล้งและบรอกโคลี เป็นต้น และผลไม้ที่มีเส้นใยอาหารต่ำ เช่น กล้วยและแอปเปิ้ล เป็นต้น
2. อาหารที่มีไขมันสูง
อาหารที่มีไขมันสูงเป็นอาหารที่ย่อยได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีไข้ขึ้นสูงที่ระบบย่อยอาหารทำงานได้ช้าลง การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง เช่น เนื้อหมูสามชั้น เนื้อวัว หนังไก่ และอาหารทอด เป็นต้น จะทำให้อาหารไม่ย่อยและทำให้ท้องอืดและไม่สบายตัวได้ หากอยากรับประทานอาหารดังกล่าวก็ควรรอหลังจากไข้ลดลงซึ่งกระเพาะอาหารและลำไส้กลับมาทำงานตามปกติแล้ว
3. อาหารแปรรูปและอาหารแช่แข็งที่มีปริมาณไขมันสูง
ในช่วงป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่การเตรียมอาหารเองอาจทำได้ยาก อาหารแปรรูปหรืออาหารแช่แข็งอาจเป็นทางเลือกที่ดี อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปหรืออาหารแช่แข็งที่มีปริมาณไขมันสูง เช่น ไส้กรอก แฮม ขนมจีบ แฮมเบิร์ก ข้าวผัด และราเม็ง เป็นต้น แต่ให้เลือกอาหารที่มีปริมาณไขมันต่ำและไม่เผ็ด เช่น ข้าวต้มและอุด้ง เป็นต้น
แม้ว่าสารอาหารที่มีคุณค่าเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงของร่างกาย แต่ในขณะที่มีไข้สูงจากไข้หวัดใหญ่ก็ควรเลือกอาหารอ่อนย่อยง่ายมารับประทานก่อนค่ะ ไว้หายป่วยแล้วจึงค่อยกลับมารับประทานอาหารที่ชอบใหม่ค่ะ
สรุปเนื้อหาจาก: yogajournal.jp