โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อะไรคือข้อแตกต่างระหว่างสินเชื่อบ้านและสินเชื่อที่อยู่อาศัย?

Homeday

อัพเดต 06 มี.ค. 2568 เวลา 03.09 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. 2568 เวลา 03.09 น.

การมีบ้านเป็นของตัวเองถือเป็นความฝันของคนจำนวนมาก แต่ด้วยราคาที่อยู่อาศัยที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การกู้เงินเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยเป็นทางเลือกที่หลายคนต้องพิจารณา ในตลาดการเงินปัจจุบัน มีผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัยให้เลือกหลากหลาย แต่ที่พบบ่อยและมักสร้างความสับสนให้กับผู้กู้ คือ “สินเชื่อบ้าน” และ “สินเชื่อที่อยู่อาศัย”

ความหมายและลักษณะพื้นฐาน

สินเชื่อบ้าน (Housing Loan) เป็นสินเชื่อที่ให้กู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ หรือคอนโดมิเนียม โดยใช้ทรัพย์สินที่ซื้อนั้นเป็นหลักประกัน วัตถุประสงค์หลักคือการซื้อที่อยู่อาศัยใหม่หรือมือสอง รวมถึงการก่อสร้างบ้านบนที่ดินที่มีอยู่แล้ว

ในขณะที่สินเชื่อที่อยู่อาศัย (Residential Loan) มีความหมายที่กว้างกว่า ครอบคลุมการกู้ยืมที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัยในหลายรูปแบบ เช่น การซื้อที่ดินเปล่าเพื่อปลูกสร้างในอนาคต การต่อเติมหรือซ่อมแซมบ้าน การรีไฟแนนซ์ที่อยู่อาศัย หรือแม้แต่การใช้ที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันเพื่อกู้เงินไปใช้ในวัตถุประสงค์อื่น

เงื่อนไขและคุณสมบัติผู้กู้

สินเชื่อบ้าน

  • อายุผู้กู้: โดยทั่วไปต้องมีอายุ 20-65 ปี
  • รายได้ขั้นต่ำ: มักกำหนดที่ 15,000-20,000 บาทต่อเดือน
  • อายุงาน: ต้องทำงานประจำอย่างน้อย 6 เดือน-1 ปี
  • วงเงินกู้: สูงสุดถึง 90-95% ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย
  • ระยะเวลาผ่อน: สูงสุด 30-40 ปี

สินเชื่อที่อยู่อาศัย

  • อายุผู้กู้: มีความยืดหยุ่นมากกว่า อาจเริ่มตั้งแต่ 18 ปี
  • รายได้ขั้นต่ำ: อาจต่ำกว่าสินเชื่อบ้าน ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การกู้
  • อาชีพ: รับพิจารณาผู้มีอาชีพอิสระและเจ้าของกิจการ
  • วงเงินกู้: ขึ้นอยู่กับประเภทหลักประกันและวัตถุประสงค์
  • ระยะเวลาผ่อน: มีความยืดหยุ่น อาจสั้นกว่าสินเชื่อบ้าน

อัตราดอกเบี้ยและค่าใช้จ่าย

สินเชื่อบ้าน

สินเชื่อบ้านมักมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำสำหรับสถาบันการเงิน ดอกเบี้ยมักแบ่งเป็นช่วง:

  • ปีที่ 1-3: อัตราพิเศษ เริ่มต้นที่ MRR-3% หรือต่ำกว่า
  • ปีที่ 4 เป็นต้นไป: ปรับขึ้นเป็น MRR-1% หรือตามที่ธนาคารกำหนด

ค่าใช้จ่ายอื่นๆ:

  • ค่าประเมินราคาหลักประกัน
  • ค่าจดจำนอง 1% ของวงเงินกู้
  • ค่าอากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงินกู้
  • ค่าประกันอัคคีภัย

สินเชื่อที่อยู่อาศัย

อัตราดอกเบี้ยมักสูงกว่าสินเชื่อบ้าน เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงกว่า:

  • อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ MRR หรือ MRR+1%
  • อาจมีการคิดดอกเบี้ยแบบคงที่ตลอดสัญญา

ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม:

  • ค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อ
  • ค่าประกันวงเงิน
  • ค่าติดตามและประเมินผลโครงการ (กรณีก่อสร้าง)

ข้อดีและข้อจำกัด

สินเชื่อบ้าน

ข้อดี:

  • อัตราดอกเบี้ยต่ำ
  • วงเงินกู้สูง
  • ระยะเวลาผ่อนนาน
  • มีโปรโมชั่นพิเศษบ่อย

ข้อจำกัด:

  • เงื่อนไขการอนุมัติเข้มงวด
  • ใช้ได้เฉพาะซื้อที่อยู่อาศัยเท่านั้น
  • ต้องมีประวัติการเงินดี
  • อาจต้องมีเงินดาวน์สูง

สินเชื่อที่อยู่อาศัย

ข้อดี:

  • มีความยืดหยุ่นในการใช้เงินกู้
  • เงื่อนไขการอนุมัติผ่อนปรนกว่า
  • สามารถกู้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นได้
  • เหมาะกับผู้มีอาชีพอิสระ

ข้อจำกัด:

  • อัตราดอกเบี้ยสูงกว่า
  • วงเงินกู้อาจต่ำกว่า
  • ระยะเวลาผ่อนสั้นกว่า
  • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการสูงกว่า

กระบวนการขอสินเชื่อและเอกสารที่ต้องเตรียม

เอกสารพื้นฐานสำหรับทั้งสองประเภท

  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • เอกสารแสดงรายได้ (สลิปเงินเดือน, หนังสือรับรองเงินเดือน)
  • Statement บัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน
  • เอกสารแสดงภาระหนี้ (ถ้ามี)

เอกสารเพิ่มเติมสำหรับสินเชื่อบ้าน

  • สัญญาจะซื้อจะขาย
  • ใบอนุญาตก่อสร้าง (กรณีสร้างบ้าน)
  • แบบแปลนบ้าน
  • เอกสารสิทธิ์ที่ดิน

เอกสารเพิ่มเติมสำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัย

  • แผนธุรกิจ (กรณีกู้เพื่อลงทุน)
  • ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ
  • รายละเอียดโครงการปรับปรุงที่อยู่อาศัย
  • ประมาณการค่าใช้จ่าย

การเลือกสินเชื่อให้เหมาะกับความต้องการ

การตัดสินใจเลือกระหว่างสินเชื่อบ้านและสินเชื่อที่อยู่อาศัยควรพิจารณาจาก:

วัตถุประสงค์การใช้เงิน

  • ซื้อบ้านใหม่ → สินเชื่อบ้าน
  • ต่อเติมหรือซ่อมแซม → สินเชื่อที่อยู่อาศัย
  • ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ → สินเชื่อที่อยู่อาศัย

ความสามารถในการผ่อนชำระ

  • เงินเดือนประจำ → สินเชื่อบ้าน

  • รายได้ไม่แน่นอน → สินเชื่อที่อยู่อาศัย

  • ระยะเวลาที่ต้องการผ่อน

  • ระยะยาว (20-30 ปี) → สินเชื่อบ้าน

  • ระยะสั้น (5-15 ปี) → สินเชื่อที่อยู่อาศัย

ความเร่งด่วนในการใช้เงิน

  • มีเวลาเตรียมตัว → สินเชื่อบ้าน
  • ต้องการเงินเร็ว → สินเชื่อที่อยู่อาศัย

เทคนิคการเตรียมตัวเพื่อขอสินเชื่อ

การเตรียมความพร้อมด้านการเงิน

  • จัดการหนี้เดิมให้เรียบร้อย
  • เก็บออมเงินดาวน์
  • รักษาประวัติการเงินให้ดี
  • วางแผนค่าใช้จ่ายล่วงหน้า

การเตรียมเอกสาร

  • รวบรวมเอกสารให้ครบถ้วน
  • ตรวจสอบความถูกต้อง
  • จัดเตรียมเอกสารสำรอง
  • อัพเดทข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน

การศึกษาข้อมูล

  • เปรียบเทียบผลิตภัณฑ์หลายธนาคาร
  • ศึกษาเงื่อนไขอย่างละเอียด
  • สอบถามค่าใช้จ่ายแฝง
  • ติดตามข่าวสารอัตราดอกเบี้ย

สรุป

การเลือกระหว่างสินเชื่อบ้านและสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นการตัดสินใจสำคัญที่ส่งผลต่อภาระทางการเงินในระยะยาว การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างสินเชื่อทั้งสองประเภทจะช่วยให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับความต้องการและความสามารถทางการเงินของแต่ละบุคคล

สินเชื่อบ้านเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะ มีรายได้ประจำและมั่นคง พร้อมรับภาระผ่อนระยะยาว ในขณะที่สินเชื่อที่อยู่อาศัยเหมาะกับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการใช้เงินกู้ หรือมีรายได้ไม่สม่ำเสมอ

การเตรียมความพร้อมทั้งด้านเอกสารและการเงินเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อ และการศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านจะช่วยให้สามารถเจรจาต่อรองเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์กับตนเองได้มากขึ้น

#Mehome #มีบ้านต้องมีโฮม #สินเชื่อบ้าน #สินเชื่อที่อยู่อาศัย #บ้าน #ที่อยู่อาศัย #การเงิน #ธนาคาร #สินเชื่อ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...