‘ดาวโจนส์’ ดิ่งเหว! ร่วงแรง 1,199.29 จุด ‘ภาษีทรัมป์’ ทำนักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง
The Bangkok Insight
อัพเดต 04 เม.ย. 2568 เวลา 11.14 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2568 เวลา 17.04 น. • The Bangkok Insightตลาดหุ้นนิวยอร์ก ของสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (3 เม.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ "ดาวโจนส์" ดิ่งแรง 1,199.29 จุด นักลงทุนพากันทิ้งสินทรัพย์เสี่ยง หันเข้าถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สร้างความตื่นตระหนก ด้วยการเรียกเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ต่อประเทศคู่ค้า ซึ่งอาจทำให้เกิดสงครามการค้าทั่วโลก
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ล่าสุดอยู่ที่ 41,026.03 จุด ดิ่งแรง 1,199.29 จุด หรือ 2.84% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 5,468.77 จุด ร่วงลง 202.20 จุด หรือ 3.57% และดัชนีแนสแด็ก ที่ 16,769.18 จุด ร่วงลง 831.86 จุด หรือ 4.73%
ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ และภาษีศุลกากรแบบครอบจักรวาล เมื่อวานนี้ (2 เม.ย.)
โดยภาษีศุลกากรตอบโต้จะแตกต่างกันไปเป็นรายประเทศ ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการตั้งกำแพงภาษีของประเทศนั้น ๆ ที่มีต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐ และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 เมษายน
ส่วนภาษีศุลกากรแบบครอบจักรวาลจะอยู่ที่ระดับ 10% เท่ากันทุกประเทศ และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 เมษายน
หลายประเทศเตรียมตอบโต้สหรัฐ หากการเจรจาเพื่อลดอัตราภาษีไม่ประสบความสำเร็จก่อนเส้นตายวันที่ 9 เมษายน
นักวิเคราะห์ชี้ว่า นโยบายเรียกเก็บภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีทรัมป์จะส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของสหรัฐราว 10% ในไตรมาส 2/2568 ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย
นอกจากนี้ ยังคาดว่า จะส่งผลให้รายได้ของภาคครัวเรือน และกำไรของภาคธุรกิจหายไปราว 741,000 ล้านดอลลาร์ และตัวเลขดังกล่าวจะสูงขึ้นอีก หากรวมถึงผลกระทบจากการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็ก และอลูมิเนียมจากแคนาดา และเม็กซิโก
ทั้งเศรษฐกิจสหรัฐจะได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าที่พุ่งขึ้น โดยราคาของไม้เนื้ออ่อนนำเข้าจะสูงขึ้นถึง 25%
การเรียกเก็บภาษีดังกล่าว ยังทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ โดยจะเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน กรกฎาคม และตุลาคม แม้ว่าในรายงานคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) เจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้งในปีนี้ก็ตาม
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 80.8% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.25-4.50% ในการประชุมเดือนพฤษภาคม ก่อนจะลดดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมเดือนมิถุนายน และลดอีก 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนกรกฎาคม รวมทั้งปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเดือนตุลาคม
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนมีนาคมของสหรัฐ ในวันศุกร์นี้ (4 เม.ย.) รวมถึง ถ้อยแถลงของนานเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะกล่าวสุนทรพจน์ว่าด้วยแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ ในการประชุมประจำปีของ Society for Advancing Business Editing and Writing (SABEW) ที่เมืองอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ไทยโดน 36%! 'ทรัมป์' ประกาศเริ่ม 'ยุคทอง' อเมริกา รีด 'ภาษีตอบโต้' 60 ชาติคู่ค้า
- 'ซิตี้กรุ๊ป' คาด 'ภาษีทรัมป์' ฉุด 'จีดีพีจีน' ร่วง 2.4%
- 'เจโทร' ชี้ 'ภาษีทรัมป์' เสี่ยงทำ 'จีดีพีโลก' หายกว่า 7 แสนล้านดอลล์
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg