โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ตำรวจกัมพูชาบุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในปอยเปต ช่วยเหยื่อ 227 คน เป็นคนไทย 125 คน

77kaoded

อัพเดต 23 ก.พ. 2568 เวลา 21.52 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. 2568 เวลา 14.26 น. • 77Kaoded

สระแก้ว – ตำรวจกัมพูชาจากพนมเปญ บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเมืองปอยเปต ชายแดนไทย-กัมพูชา ช่วยเหลือเหยื่อ 227 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นคนไทย 125 คน เตรียมส่งกลับมาคัดแยกฝั่งไทยพรุ่งนี้ (24 ก.พ.68) เมื่อวันที่ 23 ก.พ.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากกรณีที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจากคนไทย ที่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ทำงานอยู่บนตึกสูง 4 ชั้น สีฟ้า ในเมืองปอยเปต จังหวัดบันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา แอบส่งข้อความและคลิปวีดีโอ ขอความช่วยเหลือมา จนสามารถสืบทราบถึงแหล่งที่ตั้งของอาคารดังกล่าว จากนั้น เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย จึงได้ประสานขอความร่วมมือไปยังตำรวจกัมพูชา ซึ่งเดินทางมาจากส่วนกลางกรุงพนมเปญ นำกำลังบุกเข้าตรวจค้นและทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่อยู่ในอาคารดังกล่าว และสามารถช่วยเหลือเหยื่ออกมาได้รวม 227 คน ในจำนวนนี้ มีคนไทย 125 คน เป็นหญิง 60 คน ชาย 65 คน นอกจากนั้น เป็นชาวต่างชาติคือ ปากีสถาน 51 คน, อินโดนีเซีย 3 คน และอินเดีย 48 คน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา

ล่าสุด หลังจากวันนี้ (23 ก.พ.) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในช่วงเช้าวันนี้ ระบุว่า นายกรัฐมนตรี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้รับรายงานจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่ารัฐบาลไทยได้ขอความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา ในการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ได้เดินทางไปยังประเทศกัมพูชา เพื่อประสานความร่วมมือในการดำเนินการร่วมกันของทั้ง 2 ประเทศในการดำเนินการปราบปรามแก๊งคอลเซนเตอร์ที่ตั้งฐานในฝั่งปอยเปต และได้ประสานงานกับ พล.ต.ต.จุม เรียง รอง ผบ.ตร.กัมพูชา นำกำลังเข้าตรวจค้นอาคาร 3 ชั้น จำนวน 1 อาคาร ซึ่งอยู่ใน compound พลาซ่า ซึ่งสายข่าวจากประเทศไทย ระบุว่า มีคนไทยส่วนหนึ่งถูกหลอกไปทำงานซึ่งสถานที่แห่งนี้ มีคนจีนเช่าทำธุรกิจพนันออนไลน์ และหลอกลวงออนไลน์ ในกรุงปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา ตรงข้ามกับ บริเวณด่านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยที่ดินและอาคารดังกล่าวถูกระบุว่า เป็นของผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งของ จ.บันเตียเมียนเจย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว ให้ข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่กัมพูชาสามารถช่วยเหลือเหยื่อจากตึกดังกล่าว ออกมาได้ รวมทั้งหมด 227 คน ในจำนวนนี้มี คนไทย 125 คน แบ่งเป็น หญิง 60 คน และชาย 65 คน ,ชาวปากีสถาน 51 คน, อินโดนีเซีย 3 คน และชาวอินเดีย 48 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำและบันทึกประวัติของฝ่ายกัมพูชา จากนั้นจะส่งตัวกลับมาเพื่อให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายในวันพรุ่งนี้ (24 ก.พ.) เวลาประมาณ 11.00 น. โดยผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจและฝ่ายกงสุลของไทย จะเดินทางมาที่บริเวณด่านคลองลึก อ.อรัญประเทศ เพื่อติดตามความคืบหน้าและดำเนินการด้านเอกสาร การบันทึกประวัติและเข้าสู่กระบวนการคัดกรองเหยื่อ เพื่อสอบปากคำเบื้องต้นว่า บุคคลเหล่านี้เป็นเหยื่อหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เพจปอยเปตนิวส์ ได้เผยแพร่ภาพและคลิปวีดีโอ การเข้าทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าว ซึ่งคนไทยจำนวนมากถูกนำตัวมารวมกลุ่มไว้หลังถูกจับกุม ซึ่งช่วงขณะที่มีการเข้าจับกุมนั้น มีการนำแชตลับการสนทนาของกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ภายในตึกดังกล่าวมาเผยแพร่ด้วย โดยข้อความระบุการสนทนาซักถามกันขณะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาปิดล้อมว่า ” “กะจะทักถามว่า เป็นไงบ้าง” อีกฝ่ายตอบว่า “ออกไม่ได้ ตอนนี้อยู่ในห้องร้อนมาก พากันมาแอบในนี้ , ทำไรไม่ได้เลย ,ตม. อยู่ด้านนอก 40 กว่าคันนะ , มันล้อมหมดเลย, รู้เรื่องนี้ด้วยเหรอ ” เป็นต้น กระทั่งทั้งหมดถูกเจ้าหน้าที่บุกเข้าไปจับกุมไว้ได้ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของตำรวจภูธรภาค 2 โดย พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบช.ภ.2 สั่งการให้จัดทีมตำรวจชุดสอบสวนเตรียมดำเนินการใน 2 ส่วน คือ การสอบสวนเพื่อคัดแยกเหยื่อค้ามนุษย์ และการประสานข้อมูลการสืบสวนข้อมูลขบวนการคอลเซ็นเตอร์กับตำรวจกัมพูชา ขณะนี้ทราบว่าทางการกัมพูชากำลังคัดกรองตามขั้นตอนและกระบวนการทางกฎหมายของกัมพูชาและจะส่งตัวมายังประเทศไทย โดย ผบช.ภ.2 มอบหมายให้ พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รอง ผบช.ภ.2 เตรียมแผนการปฏิบัติและกำกับดูแลการปฏิบัติ พร้อมกำชับ พล.ต.ต.ถาวร ดุลยวิทย์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ให้จัดพนักงานสอบสวนรองรับการสอบสวน เพื่อการคัดกรองเหยื่อค้ามนุษย์ตามกระบวนการกลไกส่งต่อระดับชาติ : National Referral Mechanism (NRM) ซึ่งจะมีหน่วยงานอื่น ๆ บูรณาการกำลังในการคัดกรองด้วย โดยย้ำว่าการสอบสวนต้องเป็นไปอย่างครบถ้วน ถูกต้อง รอบด้าน ให้ความเป็นธรรม ในส่วนของการประสานงานข้อมูลด้านการสืบสวนขบวนการคอลเซ็นเตอร์ กำชับให้ประสานงานกับทางกัมพูชาอย่างใกล้ชิดด้วย

——————————- ขอบคุณคลิป-ภาพ/ปอยเปตนิวส์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...