อ.ลอย นักคณิตศาสตร์ ชำแหละทฤษฎีฮั้วส.ว. ยิงตรง 120 แฝงอีก 20
อ.ลอย นักคณิตศาสตร์ ชำแหละทฤษฎีฮั้วส.ว. ยิงตรง 120 แฝงอีก 20
รู้ผลวันนี้ (25 กุมภาพันธ์) แน่นอน ว่า คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ครั้งที่ 2/2568 ที่มี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะกำกับหน่วยงานด้านความมั่นคง เป็นประธานกรรมการ จะรับ คดีโพยฮั้ว ส.ว. เป็นคดีพิเศษหรือไม่
ในแง่ของ คณิตศาสตร์ นั้น เริ่มมีผู้ออกมาวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ในการ “ฮั้ว” แล้วว่าจะสามารถเป็นไปได้แค่ไหน
ล่าสุด ลอย ชุนพงษ์ทอง นักคณิตศาสตร์และนักดาราศาสตร์ชื่อดัง ออกมาวิเคราะห์ผ่านยูทูบ Loy Academy โดยใช้การพิสูจน์เชิงคณิตศาสตร์ ผ่าน 5 โจทย์คือ
1.ฮั้วจริงหรือไม่
2.ตั้งเป้ากลุ่มละ 6 คน ทั้ง 20 กลุ่ม มาจากไหน เป็นไปได้อย่างไร
3.แผนงานรอบเช้าให้เข้ารอบกี่คน
4.รอบบ่าย ตั้งเป้าให้มีผู้ชนะกี่คะแนน
5.มีผู้ร่วมขบวนการกี่คน
โดย อ.ลอย ระบุว่า การพิสูจน์เชิงคณิตศาสตร์ครั้งนี้ กล่าวถึงการเลือก ส.ว.ใน “ระดับประเทศ” เท่านั้น
‘หวยล็อก’ ยังง่ายกว่าเลือกผู้สมัคร ส.ว.หมายเลขเดียวกันเป๊ะๆ
หลังการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ระดับอำเภอ และระดับจังหวัดเสร็จสิ้นลง ทำให้ได้ตัวแทน ส.ว.จาก 20 กลุ่มอาชีพ จำนวน 2,995 คน เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดเลือก “ระดับประเทศ”
โดยการเลือกระดับประเทศ เพื่อเฟ้นหา “ส.ว.ตัวจริง” จัดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 ที่อาคาร 4 ศูนย์การประชุม อิมแพค ฟอรั่ม เมืองทองธานี
อ.ลอย เริ่มอธิบายว่า จาก 150 คน ใน “ตอนเช้า” เป็นการเลือกกันเอง คัดเหลือ 40 คน ให้ “กระสุน” คนละ 10 นัด สามารถ “เลือก-ไม่เลือก” ตัวเองก็ได้
ส่วน “ตอนบ่าย” หลังจากได้ 40 คนแล้ว คัดเหลือ 10 คน เป็น “ส.ว.ตัวจริง” ครั้งนี้ให้กระสุน 20 นัด “ไม่มีสิทธิ” เลือกตัวเองอยูแล้ว ต้องเลือกคนในกลุ่มอื่นในสายเดียวกัน ซึ่งมี 4 สาย สายละ 5 กลุ่ม โดยคนในกลุ่มของเขาจะมีกลุ่มอื่น 4 กลุ่มให้เลือก
คิดง่ายๆ หากเทียบกับ “หวยล็อก” การซื้อหวยเพียง 1 ใบ แล้วถูกรางวัลที่ 1 จะบอกว่า “ล็อกหวย” ได้หรือไม่ คงไม่ได้
แต่ถ้างวดต่อมาซื้อหวยอีกใบ แล้วถูกรางวัลอีก พองวดต่อไปซื้อหวยใบเดียว ก็ยังถูกรางวัลที่ 1 อีก ทว่า การถูกรางวัล 3 งวดติดกันแบบนี้เรียกว่า “หวยล็อก” หรือไม่
อ.ลอย อธิบายว่า โอกาสแบบนี้เป็น 1 ในล้านล้านล้าน แต่ทั้งนี้ ก็ยังง่ายกว่าคน 2 คน เขียน 10 หมายเลขเหมือนกัน นั่นคือ การเลือก ส.ว.รอบแรก ในรอบเช้า
‘บังเอิญ’ เขียนเหมือนกัน 10 ใบ เป็นไปไม่ได้ ถ้าไม่ฮั้ว
เมื่อพิจารณาจากกระดาษ 2 ใบ เขียนหมายเลขเหมือนกัน แถมยังเรียงเหมือนกัน โอกาสที่คนที่ 2 จะเขียนลำดับ 1 เหมือนคนแรก จากผู้สมัคร 154 คน เท่ากับว่า มีโอกาสของ 1 ใน 154 ลำดับที่ 2 ก็เหลือ 153 ตัวเลือก ลำดับ 3 ก็เหลือ 152 ตัวเลือก
เมื่อนำลำดับมาคูณกัน (154x153x152x….จนถึง 145) ทางคณิตศาสตร์เรียกว่า Permutation (154,10) จะได้ตัวเลขประมาณ 5566,857732,14716?,????? หรือ 5567 ล้านล้านล้าน
ทั้งนี้ เคยมีคนคำนวณ “เม็ดทรายบนดาวโลก” ว่าประมาณ 4.5 ล้านล้านล้าน ยัง “น้อยกว่า” ตัวเลขเมื่อครู่ (5567 ล้านล้านล้าน) ดังนั้น ต้องเอาเม็ดทรายบนดาวโลก 742 ดวง จึงจะได้จำนวน 5567 ล้านล้านล้าน คิดว่าจะเป็นเรื่อง “บังเอิญ” หรือไม่
อ.ลอยระบุว่า โพยฮั้วที่ปรากฏในสื่อไม่ได้มีแค่ 2 ใบ แต่กลับเหมือนกันเป๊ะถึง 10 ใบ โอกาสที่ใบที่ 3-10 จะเหมือนใบแรกก็คือ 5567 ล้านล้านล้าน x 9 จะเท่ากับ 5.13441658626604 x 10 ยกกำลัง 195 หรือเป็น 196 หลัก
เมื่อเทียบกับจำนวน atoms ในจักรวาล ที่มีอยู่มหาศาล ซึ่งนักฟิสิกส์พอประมาณได้ว่า 10 ยกกำลัง 82 (ไม่เกิน) แต่นี่เรากำลังพูดถึง x 10 ยกกำลัง 195 ยิ่งกว่าจำนวน atoms ในจักรวาลเสียอีก
ดังนั้น การเขียนเหมือนกันทั้ง 10 ใบจะเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าไม่ฮั้ว หรือไม่บอกกันมา
กราฟแสดงชัดเจน การโหวตไม่ปกติ
พร้อมกันนี้ อ.ลอย อิงข้อมูลตารางที่เผยแพร่เป็นสาธารณะจากไอลอว์ ปรากฏคะแนนจากผู้สมัคร ส.ว. 20 กลุ่ม
ปกติแต่ละกลุ่มมีผู้เข้าแข่งขันจังหวัดละ 2 คน จาก 77 จังหวัด (77×2 = 154 คน) ยกเว้นบางจังหวัดที่มีการสละสิทธิ หรือส่งไม่ครบ โดยกลุ่มที่น้อยสุดคือ “กลุ่มผู้ประกอบอุตสาหกรรม” จำนวนผู้เข้าชิง 129 คน
จากตารางพบว่า คอลัมน์ถัดไปเป็นคะแนนรอบบ่าย สังเกตคะแนนผู้ได้ลำดับ 1-6 มีคะแนน “มากเป็นพิเศษ” ต่างจากคนได้คะแนนในลำดับที่ 7-10
เมื่อนำคะแนนมาพล็อตจุดให้ดูทั้ง 20 กลุ่ม จะเห็นชัดเจนว่า คะแนนต่างกันมาก
อ.ลอย อธิบายว่า ในทางสถิติมีการกระจายความน่าจะเป็น ถ้ามีการโหวต “ปกติ” ไม่ฮั้ว จุดที่เห็นจะเกาะเส้นสีแดง ไม่กระโดด หรือต่ำกว่ากราฟแบบนี้
กราฟนี้แกน X คือลำดับที่สอบได้ สอบได้ที่ 1 มี 20 จุด สอบได้ที่ 2 มี 20 จุด สอบได้ที่ 3 ก็มี 20 จุด สังเกตว่าคนที่สอบได้ที่ 1-6 “เหนือชั้น” จริงๆ แต่ 7-10 “ต่ำชั้น” ชัดเจน
เข้าใจทฤษฎี ‘ยั้งมือ’ หากคะแนนไม่ได้มาตามธรรมชาติจริง
ประการต่อมา อ.ลอย ชี้ว่าการเลือกในรอบบ่ายสำคัญยิ่ง เพราะต้องวางแผนจากภาพรวม
เมื่อดูคะแนนของ “กลุ่มสีน้ำเงิน” ที่ได้ แล้วนำมาเฉลี่ย พบว่า ได้ 60 เกือบเป๊ะ สะท้อนว่า วางแผนไว้ที่ 60 คะแนน ซึ่งเป็น 60 คะแนน ที่มาจาก 4 กลุ่ม
ฉะนั้น ให้นำ 60 หาร 4 จะได้ 15 แสดงว่า “รอบบ่าย” ต้องมีในกำมือทุกกลุ่ม กลุ่มละ 15 คน จากทั้งหมด 40 คนที่เข้ารอบในรอบบ่าย
อ.ลอย ชี้ว่า การคำนวณดังกล่าวเป็นการคำนวณ “ขั้นต่ำ” ที่ 15 คน ฉะนั้น จึงมีความเป็นไปได้สูงมากว่ากลุ่มนี้เข้ามารอบบ่าย “มากกว่ากลุ่มละ 15 คน” อาจเป็น 22 ก็ได้ แต่เพราะ “ยั้งมือ” ไว้นั่นเอง จึงใช้แค่ 15 คน ที่เหลืออีก 7 คน อาจทำเหมือนเป็นผู้สมัคร ส.ว.อิสระ
- เช็กชื่อ บอร์ดคดีพิเศษ ก่อนโหวต รับ-ไม่รับ คดีฮั้วเลือกสว. 6 กรรมการโดยตำแหน่งมอบผู้แทน
- ทวี สั่งห้ามล็อบบี้โหวต ปมรับโพยฮั้วส.ว. เป็นคดีพิเศษ หวั่นเปิดชื่อ พยานถูกคุกคาม
- เปิดไทม์ไลน์ คดีโพยฮั้วเลือกตั้งส.ว. ดีเอสไอ ชงบอร์ดกคพ. โหวต ‘รับ-ไม่รับ’ เป็นคดีพิเศษ
เป็นไปได้มากที่สุด หากใช้ตัวแทนจังหวัด 1,200 คน
เมื่อทำตารางเดียวกัน แต่เป็น “รอบเช้า” แต่ละแถวแทนคะแนนของผู้ได้รับเลือกทั้ง 40 คน ตั้งแต่คนที่ 1-40 ทำแบบนี้ทุกกลุ่ม
เมื่อประเมิน “ขั้นต่ำ” ตั้งใจส่งแต่ละกลุ่มไป 15 คน ต้องคำนวณค่าเฉลี่ยของคะแนนจากคะแนนของอันดับ 1-15 ซึ่งเท่ากับ 29 ทำให้คะแนนรวมของทีมคือ 432 (15×29 = 432)
อย่าลืมว่า 1 คน มี 10 คะแนน ดังนั้น จึงต้องใช้ 43 คนต่อ 1 กลุ่ม เมื่อรวม 20 กลุ่ม ต้องใช้ 864 คน
อ.ลอย กล่าวว่า หากตนเป็นกุนซือคงไม่เตรียมแค่ 15 คน แต่จะเตรียม 22 คน เพราะรอบแรกเลือกกันเอง มีแนวโน้มทรยศสูง ใครๆ ก็อยากเลือกตัวเอง ไม่เลือกเพื่อน ฉะนั้น หากจะส่งรอบบ่ายกลุ่มละ 22 คน คะแนนเฉลี่ยคือ 27 เมื่อรวมคะแนนของทีม 22×27 = 583 คะแนน/กลุ่ม
เมื่อ 1 คน มี 10 คะแนน จึงใช้ 58 คนต่อ 1 กลุ่ม เมื่อมี 20 กลุ่ม ต้องคูณ 20 ทำให้ต้องมีขั้นต่ำ 1,167 คนในกระบวนการ หรือตีกลมๆ คือ 1,200 ซึ่ง อ.ลอย ให้ทรรศนะว่า ในความเห็นส่วนตัวมองว่า ตัวเลข 1,200 จะเป็นไปได้มากกว่า
“ในความเป็นจริงต้องดูหลักฐานประกอบ สมเหตุสมผลหรือไม่ พยานบุคคลชี้ชัดแค่ไหน” อ.ลอยเน้นย้ำ
ส่วนความ “เป็นไปได้” ของทฤษฎี อ.ลอย จะมีมากน้อยแค่ไหน คงต้องติดตามจากพยานหลักฐานต่อไป
คลิก เพื่อรับชมคลิปเต็ม
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อ.ลอย นักคณิตศาสตร์ ชำแหละทฤษฎีฮั้วส.ว. ยิงตรง 120 แฝงอีก 20
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th