โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจ้าของดีแทค ปักหมุดสิงคโปร์ ตั้ง ‘เทเลนอร์เอเชีย’ ดูภาพรวมในไทยหลังควบรวม ฯลฯ

TODAY

อัพเดต 25 ต.ค. 2565 เวลา 08.39 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2565 เวลา 08.39 น. • workpointTODAY

เจ้าของดีแทค เลือกสิงคโปร์ตั้ง 'เทเลนอร์เอเชีย' ดูภาพรวมธุรกิจในไทยและมาเลเซียหลังควบรวม และยังดูภาพรวมธุรกิจในบังกลาเทศ และปากีสถานด้วย

กลุ่มเทเลนอร์ บริษัทโทรคมนาคมเจ้าของดีแทค ขยายธุรกิจ ประกาศจัดตั้ง “เทเลนอร์เอเชีย” เป็นองค์กรธุรกิจที่มีอิสระในการบริหารงานมากขึ้น เลือกสิงคโปร์เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ โดยเทเลนอร์เอเชียจะมีอำนาจเต็มในการดำเนินงานของธุรกิจในประเทศไทย บังกลาเทศ มาเลเซีย และปากีสถาน

ตลาดในแต่ละประเทศจะมีทีมงานบริหารการลงทุน (Investment Management teams) เข้าไปดูแล ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการสินทรัพย์และเป็นตัวแทนดูแลผลประโยชน์ของเทเลนอร์ในฐานะกรรมการของแต่ละประเทศ

โดยทีมงานในสิงคโปร์เน้นการทำงานด้านการเงิน การปฏิบัติการ การบริหารความเสี่ยง การกำกับดูแลกิจการ การบริหารงานบุคคล

ปีที่แล้ว เทเลนอร์ เอเชีย ได้ลงนามในข้อตกลงควบรวมกิจการในประเทศมาเลเซียและไทย (การควบรวมทรู-ดีแทค) ซึ่งเมื่อการควบรวมกิจการของทั้งสองแห่งเสร็จสิ้น ธุรกิจของเทเลนอร์เอเชียจะประกอบด้วยบริษัทโทรคมนาคมที่มีขนาดใหญ่ในตลาดเอเชียถึงสามแห่ง

นายเยอเก้น โรสทริป, EVP and Head of Telenor Asia เทเลนอร์ กรุ๊ป กล่าวว่า “ทีมที่แข็งแกร่งของเราที่สำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์พร้อมจะสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจที่เราเข้าไปดำเนินงานและแสวงหาโอกาสในการสร้างพันธมิตรในระดับโครงสร้างใหม่ๆ รวมถึงการทำ IPO ที่มีศักยภาพในอนาคต จากผลการสำรวจที่จัดทำโดยกลุ่มเทเลนอร์เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้ใช้งาน 8,000 คนในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 93% กล่าวว่าการเชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เน็ตบนมือถือช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของพวกเขา”

สำหรับเป้าหมายใหญ่ของ เทเลนอร์ เอเชีย ตอนนี้มีสามข้อหลักๆ

  • เพิ่มการใช้งานมือถือและการใช้ดาต้าในบังกลาเทศและปากีสถาน โดยตอนนี้มีคนกว่า 150 ล้านรายในสองประเทศนี้ ที่ยังไม่มีอุปกรณ์มือถือ และ 50% ของฐานลูกค้าปัจจุบันสมัครใช้บริการเสียงเท่านั้น
  • ขยายตลาดกลุ่มผู้ประกอบการ B2B (Business to Business) ส่วนแบ่งรายได้ในปัจจุบันของเทเลนอร์เอเชียจากส่วนนี้อยู่ที่ประมาณ 5% โดยมีศักยภาพในการเติบโตสูง โดยในช่วงเกิดโรคระบาดที่ผ่านมาภาพรวมของตลาดโทรคมนาคมในส่วนนี้ลดลง แต่รายได้ B2B ของเทเลนอร์เอเชียเพิ่มขึ้นประมาณ 10%
  • มุ่งสู่การเป็นมากกว่าเป็นผู้ให้บริการเชื่อมต่อมือถือ โดยจะเพิ่มบริการสำหรับลูกค้าในด้านต่างๆ มากขึ้น เช่น ประกันภัย ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และบริการเกมต่างๆ

ปัจจุบัน นอกเหนือจากการควบรวมในไทยและมาเลเซียแล้ว เทเลนอร์ ยังถอนตัวออกจากเมียนมาร์ ซึ่งมาจากแรงบีบคั้นของรัฐบาลทหารที่ทวีเพิ่มขึ้นหลังรัฐประหาร โดยขายหุ้นทั้งหมดในพม่าให้ M1 Group ซึ่งมีความสัมพันธ์กับกองทัพเมียนมาร์อยู่แล้ว

ส่วนการควบรวมในไทยที่ดูยืดเยื้อมานานก็ดูจะได้ข้อสรุปแล้วว่าสามารถควบรวมได้ โดยจะเกิดเป็นบริษัทใหม่เข้ามาดำเนินการ แต่มีเงื่อนไขควบรวมที่การควบคุมราคา ต้องทำการตลาดแบบแยกแบรนด์ เป็นต้น สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ https://workpointtoday.com/effects-after-true-dtac-merge/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...