โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ค่าโดยสาร "สายสีน้ำเงิน" ราคาเดิมถึงสิ้นปี คมนาคม เร่งถก BEM

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 ก.ค. 2565 เวลา 08.29 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2565 เวลา 03.41 น.

กระทรวงคมนาคม หารือ BEM คงอัตราค่าโดยสาร MRT “สายสีน้ำเงิน” 17-42 บาท ถึง 31 ธ.ค. ช่วยลดค่าใช้จ่ายประชาชน

วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ติดตามสถานการณ์ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนผู้ใช้น้ำมัน และผู้โดยสารรถสาธารณะ จึงกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชน โดยกระทรวงคมนาคม ได้หารือร่วมกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ในฐานะผู้รับสัมปทาน เพื่อหาแนวทางลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น

โดยคงอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) สายสีน้ำเงิน หรือสายเฉลิมรัชมงคล ในราคาเดิม เริ่มต้นที่ 17 บาท สูงสุด 42 บาท พร้อมส่วนลดพิเศษสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ 50% และสำหรับนักเรียน นักศึกษา 10% ของอัตราค่าโดยสารบุคคลทั่วไป ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ซึ่งสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนผู้โดยสารไปได้อีกระยะหนึ่ง

นายธนกร กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2565 มีมติเห็นชอบร่างข้อบังคับ รฟม. ว่าด้วยการกำหนดอัตราค่าโดยสารสายเฉลิมรัชมงคล สายฉลองรัชธรรม และอัตราค่าโดยสารร่วม รวม 3 ฉบับ ตามนัยมาตรา 18 (13) แห่ง พ.ร.บ.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2543 ตามที่กระทรวงคมนาคม เสนอ

ร่างข้อบังคับดังกล่าว มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดอัตราค่าโดยสารใหม่ตามวิธีการในสัญญาสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน โดยอัตราค่าโดยสารใหม่จะมีอัตราเริ่มต้นที่ 17 บาท สูงสุด 43 บาท โดยสถานีที่ 6, 9, 11 และ 12 ขึ้นไป จะมีอัตราค่าโดยสารเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 1 บาท ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป โดยรัฐบาลได้เล็งเห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้โดยสาร จึงร่วมหารือเพื่อคงค่าอัตราโดยสารรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินราคาเดิมต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565

“นายกฯ เข้าใจถึงปัญหาภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของพี่น้องประชาชน จากผลกระทบเศรษฐกิจในปัจจุบัน ซึ่งปีนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย เช่น ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลโดยตรงต่อผู้ใช้น้ำมันและผู้โดยสารรถสาธารณะต่าง ๆ ที่ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายประจำวันเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันด้วย ซึ่งนายกฯ ได้กำชับหน่วยงานและขอความร่วมมือทุกภาคส่วน ช่วยกันดูแลประชาชนให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดจากสถานการณ์ค่าครองชีพที่สูงขึ้นด้วย” นายธนกร กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...