โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Lightyear จุดกำเนิดและการเติบโตของ ‘บัซ ไลท์เยียร์’

a day magazine

อัพเดต 06 ก.ค. 2565 เวลา 00.22 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2565 เวลา 00.22 น. • ขิมจารี โชดคาดี

‘บัซ ไลท์เยียร์’ คือหนึ่งในตัวละครที่เป็นที่รู้จักกันดีจากภาพยนตร์เรื่อง Toy Story ของค่าย Pixar ซึ่งปรากฏตัวขึ้นเป็นครั้งแรกใน Toy Story ภาคแรกเมื่อปี 1995 ในฐานะของเล่นของเจ้าหนูแอนดี้ตัวละครเอกในเรื่อง และยังเป็นคู่หูผู้เคียงข้างนายอำเภอ ‘วู้ดดี้’ ของเล่นชิ้นโปรดของแอนดี้ ซึ่งประทับตราตรึงในใจของคนดูเป็นจำนวนมากจนทำออกมาถึง 4 ภาค

ครั้งนี้ บัซ ไลท์เยียร์ กลับมาในฐานะภาพยนตร์ของตัวเอง เป็นภาคแยกที่ถึงแม้ใครจะไม่เคยดู Toy Story มาก่อนก็ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใดเพราะแยกส่วนออกมาโดยสมบูรณ์ มันคือหนังที่เหมือนกับเล่าความเป็นมาของ บัซ ไลท์เยียร์ และเป็นหนังที่แอนดี้ได้ดูจนชอบและหลงใหลในตัวละครตัวนี้ ก่อนที่ต่อมาตัวบัซ ไลท์เยียร์ จะถูกนำมาทำของเล่นนั่นเอง

ดังนั้น ในภาพยนตร์แอ็กชั่นกึ่งไซ-ไฟเรื่องนี้ เราจะได้เห็นเรื่องราวเบื้องหลังว่าทำไมแอนดี้จึงชอบและหลงใหลในตัวบัซ รวมถึงที่มาที่ไปของพฤติกรรมและบุคลิกต่างๆ ของบัซที่เราเคยเห็นในToy Story ด้วย

แม้พล็อตจะค่อนข้างเห็นได้บ่อยจากหนังหลายๆ เรื่อง แต่ก็ถือเป็นกลิ่นอายความคลาสสิกที่น่าคิดถึง ความผิดพลาดของบัซทำให้ทุกคนในทีมสำรวจต้องติดอยู่บนดาวประหลาด เขาต้องแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดไป

ภารกิจที่ผูกมัดนำพาให้บัซมาเจอกับคู่หูอย่าง ‘ซ็อกส์’ (Sox) หุ่นยนต์แมวสีส้ม แต่ภารกิจแรกยังไม่ทันจะเริ่มก็เจออุปสรรคใหญ่อย่าง ‘เซิร์ก’ (Zurg) ที่มาพร้อมกองทัพหุ่นยนต์และยานบินต่างดาวที่หมายเอาชีวิตเขาอย่างไม่ลดละ ความบังเอิญทำให้เขาได้พบกับเพื่อนร่วมทีมใหม่อีก 3 คนที่ดูเหมือนจะพึ่งพาไม่ได้เท่าไหร่ ชวนให้ติดตามว่าเขาจะเอาชนะอุปสรรคทุกอย่างอย่างไร

ในเนื้อหาเราจะได้เห็นประเด็นเกี่ยวกับการเคารพความคิดคนอื่น ในทุกๆ วันเราอยู่แต่ในโลกที่ได้ยินเพียงเสียงตัวเอง ซึ่งมันอาจจะทำให้เราไม่ได้เปิดใจและมองสิ่งต่างๆ ในแง่มุมของคนอื่น เช่นเดียวกับบัซที่มักจะคิดแทนเพื่อนร่วมทีมอย่าง ‘อลิชา’ โดยไม่ถามความเห็นของเธอเลย

ส่วนอีกประเด็นที่หนังพูดถึงคือ ไม่ว่าใครๆ ก็พลาดได้ เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ที่จะผิดพลาด แต่สิ่งที่สำคัญคือ เราได้เรียนรู้และป้องกันความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นอีกครั้งหรือเปล่า? ก่อนจะเป็นเสือแห่งอวกาศ บัซก็เคยทำผิดพลาดมาก่อน แต่เขาก็เลือกที่จะแก้ไขรวมถึงไม่ทำพลาดซ้ำอีก เราจะได้เห็นการเติบโตของคาแรกเตอร์ของบัซ ไลท์เยียร์ ที่ถูกฉีกออกมาจาก Toy Story และหลายๆ ฉากก็กระตุกความคิดให้เราได้ลองถามตัวเองตามบัซด้วยเหมือนกัน

ถึงอย่างนั้นบัซผู้มีคำพูดประจำตัว ‘to infinity and beyond’ ก็ยังคงมีความเปิ่นและป่วนชวนให้ยิ้มตามอยู่ตลอดเหมือนเดิมรวมถึงตัวละครสมทบอื่นๆ ก็ช่วยกันตบมุกและบาลานซ์กันได้เป็นอย่างดี เรียกเสียงหัวเราะได้เกือบจะทุกซีนแม้กระทั่งหลังดราม่าจบไปได้ไม่ถึงนาที

สิ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือแมวจอมขโมยซีนอย่าง ‘ซ็อกส์’ ที่แย่งซีนพระเอกอย่างบัซไปตั้งแต่เปิดตัว ทำให้เนื้อหาหนังไม่หนักหน่วงจนเกินไป แม้จะสอดแทรกไปด้วยกฎฟิสิกส์ การข้ามเวลา และพหุจักรวาล แต่ก็สื่อออกมาให้เข้าใจตามเนื้อหาได้โดยไม่ยาก จนมีครบทุกรสตั้งแต่คอมเมดี้ ดราม่า อบอุ่นหัวใจ และความมัน ไม่หนักด้านไหนมากไปจนรู้สึกเลี่ยน

แม้หนังจะไม่ได้เข้าฉายในบางประเทศ เพราะฉากเกี่ยวกับ LGBTQ+ แต่จริงๆ แล้วก็เป็นซีนที่กำลังดี ไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด เรียกได้ว่าเป็นหนังที่เด็กดูดี ผู้ใหญ่ดูได้โดยไม่รู้สึกเบื่อและไม่เสียดายเงินค่าตั๋วแน่นอน หลังดูจบอาจจะได้แง่คิดดีๆ จนตกผลึกบางอย่างกับตัวเองก็เป็นได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...