โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทามาก็อตจิ ทำมาgotใจ” ของเล่นที่ครองใจทั้งเด็กยุคใหม่และวัยใสยุค 90

นิตยสารคิด

อัพเดต 16 ส.ค. 2565 เวลา 20.58 น. • เผยแพร่ 16 ส.ค. 2565 เวลา 20.58 น.
Tamagotchi-cover

หากลองเดินถามคนทั่วไปที่ใช้ชีวิตวัยเรียนสุดจ๊าบในช่วงยุค 90 แล้ว ร้อยทั้งร้อยคงจะต้องรู้จักกับ “ทามาก็อตจิ” ของเล่นรูปทรงไข่ไซส์เล็กกว่าฝ่ามือที่เคยฮิตระเบิดระเบ้อในวันวานเป็นแน่ แม้ในปัจจุบันของเล่นสุดฮิตนี้อาจจะถูกแทนที่ด้วยโทรศัทพ์มือถือและแอปจำนวนมากมายที่ตอบโจทย์มากกว่า แต่เชื่อหรือไม่ว่า ของเล่นนี้ไม่เคยหายไปจากวงการเกมเลย ทั้งยังเพิ่งฉลองครบรอบอายุ 25 ปีไปหมาด ๆ เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานี้เอง ยิ่งไปกว่านั้นใครจะคาดคิดบ้างว่าเจ้า “ทามาก็อตจิ” ที่โด่งดังไปทั่วโลกนี้ จะมีจุดเริ่มต้นจากโฆษณาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น

Chin/flickr

ได้เวลาฟักไข่
ทามาก็อตจิฟักออกมาเป็นตัวเป็นตนได้จากความร่วมมือ 3 ส่วนใหญ่ ที่ประกอบด้วยคน 2 คนอย่างอากิ ไมตะ (Aki Maita) กับอากิฮิโระ โยโกอิ (Akihiro Yokoi) และอีก 1 บริษัทผู้ผลิตของเล่นยักษ์ใหญ่อย่าง Bandai ที่กำลังประสบความสำเร็จในต่างแดนอย่างมาก ไอเดียแรกเริ่มเกิดขึ้นหลังจากที่โยโกอิได้ดูโฆษณาในโทรทัศน์ที่มีเนื้อหากล่าวถึงลูกที่โดนแม่ดุเพียงเพราะอยากพาเต่าของตนไปทะเลด้วย จนทำให้เกิดคำถามในใจว่าจะดีแค่ไหนกันหากเราสามารถพกสัตว์เลี้ยงไปทุกที่ได้ ผนวกกับอีกเรื่องราวของไมตะ ที่ต้องการจะสร้างอุปกรณ์ที่จะช่วยให้ผู้คนเข้าใจถึงความรู้สึกของการได้ดูแลสัตว์เลี้ยง จากความขมขื่นในวัยเด็กของตัวเองที่อยากจะเลี้ยงสัตว์แต่ไม่ได้รับอนุญาต

ความร่วมมือที่เกิดขึ้นนี้เองทำให้ในที่สุดทามาก็อตจิก็ได้ฟักตัวออกมาให้ชาวโลกได้ยลโฉม แม้จะมีทฤษฎีมากมายพูดถึงที่มาของชื่อ “ทามาก็อตจิ” (Tamagotchi) บ้างว่า เป็นการผสมคำญี่ปุ่นระหว่าง Tomodachi (เพื่อน) กับ Tamago (ไข่) และบ้างก็ว่าช่วงท้ายของคำนั้นมาจากคำว่า Uotchi ในความหมายของการดูแล แต่แท้จริงแล้ว คำว่าทามาก็อตจินั้นมาจากคำว่า Tamago และ Uotchi ที่แปลความหมายว่านาฬิกา ตามรูปแบบดีไซน์แรกที่โยโกอิคิดเอาไว้ต่างหาก ทามาก็อตจิวางขายในตลาดครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 1996 โดยมีดีไซน์เป็นรูปไข่ พร้อมกับปุ่มกดเพียง 3 ปุ่มที่จะใช้คุมเกมทั้งเครื่องและสายคล้องให้มีลักษณะเหมือนพวงกุญแจ โดยก่อนหน้าที่จะวางขายก็ได้ทำการแจกจ่ายให้หนุ่มสาวในย่านชิบูย่ากว่า 200 คนได้ทดลองเล่นและศึกษาปฏิกิริยาของผู้เล่นอีกด้วย

Pascal Maramis/flickr

กล่องของทามาก็อตจิรุ่นแรกที่วางจำหน่ายปี 1996 นั้นระบุไว้ว่า “ทามาก็อตจิคือสัตว์เลี้ยงจากไซเบอร์สเปซ ที่ต้องการความรักจากคุณในการอยู่รอดและเติบโต ถ้าคุณดูแลทามาก็อตจิของคุณดี มันก็จะค่อย ๆ เติบโตขึ้น สุขภาพดีขึ้นและสวยขึ้นในทุก ๆ วัน แต่หากคุณละเลยสัตว์ไซเบอร์ตัวเล็กของคุณแล้ว ทามาก็อตจิของคุณก็อาจจะโตมาดุร้ายหรือน่าเกลียดได้” ด้วยวงจรชีวิตประมาณ 12-20 วันนี้เอง ชีวิตทั้งหมดของทามาก็อตจิจึงอยู่ในมือของเจ้าของ 100% และเจ้าของจะต้องคอยฟังเสียง “บี๊บ” ที่เกิดขึ้นเพื่อคอยเช็กดูว่าสัตว์เลี้ยงของเราต้องการอะไรในช่วงการเติบโตบ้าง อาจจะเป็นการป้อนข้าว อาบน้ำ ทำความสะอาดห้อง รวมถึงการเล่นและการสอนสั่งจนกว่าจะถึงเวลาที่ต้องแยกจากกันชั่วนิรันดร์

ตัวของทามาก็อตจิเองยังสร้างตำนานบทใหม่ไว้ให้แก่วงการเกมหลากหลายอย่าง อาทิ การเป็นผู้บุกเบิกรูปแบบของเกมที่จะมีชีวิตในโลกของมันต่อไปไม่มีหยุดชั่วคราวแม้ในขณะที่ผู้เล่นจะกดปิดเครื่อง ซึ่งนับเป็นเรื่องที่แปลกใหม่มากในยุคนั้น หรือการเป็นหนึ่งในเกมแรก ๆ ที่เบลอเส้นแบ่งระหว่างโลกดิจิทัลกับโลกของความจริง ในรูปแบบของความเป็นจริงเสมือน (virtual reality) ระลอกแรก ที่สำคัญที่สุดคือการเป็นหนึ่งในวิดีโอเกมแรก ๆ อีกเช่นกันที่มีการตลาดเจาะจงสำหรับเด็กผู้หญิงโดยเฉพาะ

Adam Crowley ศาสตราจาย์ ณ มหาวิทยาลัยฮัสสัน เล่าถึงแผงวางขายเกมในสมัยนั้นว่า ในขณะที่คอนโซลต่าง ๆ วางอยู่บนชั้นสำหรับเด็กผู้ชาย แต่ทามาก็อตจิกลับเข้ามาเพื่อสวนกระแสและท้าทายความเป็นชายที่ท่วมท้นวงการวิดีโอเกมในยุคนั้น “ทามาก็อตจิได้เตรียมการเพื่อเข้าถึงกลุ่มคนผู้ซึ่งถูกละเลยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาในอุตสาหรรมวิดีโอเกม” เขากล่าว อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ก็สะท้อนให้เห็นภาพสังคมในสมัยนั้นที่ยังคงผลิตซ้ำภาพจำเรื่องของบทบาททางเพศ ราวกับว่าผู้หญิงจะสามารถเล่นวิดีโอเกมได้ก็ต่อเมื่อสวมบทบาทเป็นผู้ดูแลเท่านั้น นอกจากนี้แล้วความผูกพันระหว่างเจ้าของกับสัตว์เลี้ยงไซเบอร์ยังทำให้เกิดปรากฏการณ์ใหม่อย่าง “Tamagotchi Effect” ซึ่งหมายถึงพัฒนาการความผูกพันทางอารมณ์ที่มนุษย์มีต่อเครื่องจักร หุ่นยนต์ หรือซอฟต์แวร์อื่น ๆ อีกด้วย

Hans-Christian PsaarFollow/flickr

สู่กระแสตอบรับที่เกินคาด
หลังจากทามาก็อตจิวางขายในตลาดญี่ปุ่นประมาณครึ่งปี เจ้าเครื่องเล่นนี้ก็ได้โบยบินไปอยู่บนแผงเกมในสหรัฐอเมริกาและยุโรป และได้ครองใจคนทุกเพศทุกวัยอย่างที่ไม่เคยคาดคิด “หลังจากทามาก็อตจิเปิดตัวในปี 1996 มันก็ไม่ได้เป็นเพียงของเล่นแฟชั่น แต่มันคือปรากฏการณ์ทางสังคม” โนบุฮิโกะ โมโมอิ (Nobuhiko Momoi) กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของทามาก็อตจิกล่าว

ในช่วงครึ่งปีแรกของการวางขายในตลาดญี่ปุ่น ทามาก็อตจิมียอดขายกว่า 5 ล้านชิ้น และฮ็อตหนักถึงขั้นเคยมีการเข้าคิวรอซื้อข้ามคืนกันมาแล้ว ในขณะที่ยอดขายรวมจนถึงปี 2021 นั้นก็ทะลุ 83 ล้านชิ้นไปแล้ว บริษัทผู้ผลิตอย่าง Bandai ให้ความเห็นเกี่ยวกับปัจจัยแห่งความสำเร็จนี้ว่า เนื่องจากเกมนี้ดึงดูดสัญชาตญาณการเลี้ยงดูของมนุษย์ ซึ่งในที่นี้ก็คือการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงดิจิทัล และการคอยเฝ้าดูพัฒนาการ การเติบโต รวมถึงระวังไม่ให้มันตาย สิ่งนี้เองที่ทำให้เด็ก ๆ รู้สึกถึงการมีความรับผิดชอบและพวกเขาก็ยอมรับมันด้วยความกระตือรือร้นอย่างที่สุด อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จนี้ก็อาจเกี่ยวข้องกับราคาที่ไม่แพงเท่าเครื่องเล่นอื่น ๆ ในสมัยนั้นด้วย

ถึงกระนั้นความฮิตอย่างกว้างขวางนี้ก็อาจมีบางมิติที่เป็นปัญหา เพราะความหลงใหลผูกพันระหว่างเจ้าของกับสัตว์เลี้ยงดิจิทัลแสนรัก รวมถึงความต่อเนื่องของตัวเกมส่งผลให้เด็ก ๆ หลายคนไม่อาจละสายตาไปจากทามาก็อตจิได้แม้กระทั่งในเวลาเรียนหรือมื้อเย็นก็ตาม จนนิตยสารข่าว Germany's Spiegel เรียกสิ่งนี้ว่าเป็นการโจมตีทางดิจิทัลต่อจิตวิญญาณของหนุ่มสาวเลยทีเดียว ในบางครั้งทามาก็อตจิจึงกลายเป็นสิ่งต้องห้ามในคลาสเรียน กลายมาเป็นภาระของพ่อแม่และความรับผิดชอบของครูที่ต้องแบกรับความเสี่ยงไม่ให้สัตว์เลี้ยงของเด็ก ๆ ต้องเกมโอเวอร์ไปในตอนท้ายของวัน จนขนาดที่ว่ามีอาชีพใหม่ ๆ อย่างการรับจ้างเลี้ยงทามาก็อตจิเกิดขึ้นในยุคนั้นเลยทีเดียว

ทามาก็อตจิยังได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องราวของ ‘การจากลา’ ที่อาจเป็นประสบการณ์เกี่ยวกับความตายแรก ๆ ของผู้เล่นที่เป็นเด็ก โดยเฉพาะเมื่อความตายนั้นไม่ได้เกิดจากอายุขัย แต่เป็นเพราะความละเลยของเจ้าของ และอารมณ์ที่กระทบจิตใจเด็ก ๆ เหล่านี้ไม่เป็นที่อภิรมย์สำหรับผู้ปกครองนัก ภาพตอนจบของทามาก็อตจิที่ขายในสหรัฐอเมริกาจึงมีการปรับให้ “หวานแหวว” มากขึ้น โดยเปลี่ยนจากภาพหลุมฝังศพที่ปรากฏบนจอหลังจากสัตว์เลี้ยงดิจิทัลตาย มาเป็นเทวดาแห่งความตาย ไม่ก็ UFO ตัวน้อยแสนน่ารักที่มาเพื่อรับเจ้าทามาก็อตจิกลับดาวเคราะห์บ้านเกิด การจากลาครั้งนี้ยังมีการสร้างอนุสรณ์รำลึกทั้งแบบออนไซต์และออนไลน์ อย่างเช่น ในปี 1996 ที่สุสานสัตว์เลี้ยงที่พอนท์สมิลล์ได้เปิดพื้นที่เฉพาะสำหรับการฝังสัตว์เลี้ยงอิเล็กทรอนิกส์เป็นที่แรก และได้กระแสตอบรับล้นหลามจากทั่วโลก ทั้งจากสวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี ฝรั่งเศส แคนาดา และสหรัฐอเมริกา ทำนองเดียวกับเว็บไซต์อย่าง https://shesdevilish.tripod.com/grave.html ที่สร้างขึ้นเพื่อรวบรวมบันทึกของเจ้าของผู้ประสงค์จะแสดงการรำลึกถึงสัตว์เลี้ยงตัวโปรดที่ตายลงด้วยสาเหตุต่าง ๆ

Joi Ito/flickr

ไม่เคยหายไป
แม้กระแสของทามาก็อตจิจะเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้งด้วยการเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี และความโหยหาชีวิตในอดีตจากสถานการณ์โรคระบาด แต่ก็ไม่อาจเรียกได้ว่านี่คือการกลับมาที่แท้จริง เพราะสำหรับกลุ่มคนที่เป็นแฟนพันธุ์แท้อย่างเหนียวแน่นนั้นแล้ว ทามาก็อตจิไม่เคยหายไปจากแผงสินค้า จากใจ หรือจากชีวิตของพวกเขาเลย ชมรมคนรักทามาก็อตจิอย่าง Tamatalk ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ตลอด และมีสมาชิกกว่า 96,000 คนแล้ว เด็กหลายคนที่เติบโตมากับของเล่นอันจิ๋วนี้ยังได้เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีทุนทรัพย์มากพอสำหรับงานอดิเรกอีกรูปแบบหนึ่ง นั่นคือการสะสมทามาก็อตจิรูปแบบต่าง ๆ ราเชล ลิว (Rachel Liew) หนึ่งในนักสะสมทามาก็อตจิกว่า 100 เครื่องยังมองเห็นโอกาสที่ไกลกว่านั้น เธอได้เปิดเว็บไซต์สำหรับให้มือใหม่ได้เข้ามาโหลดคู่มือศึกษาการเล่นทามาก็อตจิ และได้เปิดจำหน่ายเคสใส่ทามาก็อตจิลายน่ารัก ๆ ที่เธอถักเองควบคู่กันไป รวมถึงสินค้าอื่น ๆ ที่ใช้ประดับตกแต่งอุปกรณ์จิ๋วของตนเองให้ไม่เหมือนใครเช่นกัน

แต่กระแสที่คงอยู่ได้ก็ไม่ได้มาจากฝั่งสาวกทางเดียว เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Bandai เองก็ได้มีการปล่อยทามาก็อตจิรุ่นใหม่ ๆ ออกมาเรื่อย ๆ รวมถึงมีการคอลแล็บกับตัวการ์ตูนอื่น ๆ เช่น โปเกม่อนหรือซานริโอ้ เป็นต้น ตัวเกมยังพัฒนาฟีเจอร์และรูปลักษณ์ใหม่ ๆ หลากหน้าหลายตา จนเด็ก ๆ ยุค 90 อาจต้องประหลาดใจ ทั้งการเปลี่ยนจอจากพิกเซลขาวดำเป็นสีสันสดใส หรือการเชื่อมต่อให้สัตว์เลี้ยงไซเบอร์ของตนเองและเพื่อนได้มีโอกาสเจอะเจอกัน รวมถึงการสร้างแอปฯให้เราสามารถเลี้ยงสัตว์ไซเบอร์ได้ในโทรศัพท์มือถือของเราอีกด้วย

tamagotchi.com

2 รุ่นใหม่ ไฉไลกว่าเดิม
Tamagotchi Pix – ทามาก็อตจิรุ่นใหม่ที่ทำมาเพื่อเจาะตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะ มีจุดเด่นนอกจากเกมและตัวละครทามาก็อตจิที่เพิ่มขึ้นคือตัวอุปกรณ์ที่ทันสมัยมากขึ้น เช่น ปุ่มทัชสกรีน และมีกล้องถ่ายรูป เพื่อให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงได้เก็บภาพความทรงจำระหว่างตนเองกับทามาก็อตจิอย่างจุใจก่อนจะต้องส่งน้องกลับดาว

BANDAI

Tamagotchi Smart – ทามาก็อตจิรุ่นฉลองครบรอบ 25 ปี หวนคืนสู่รูปแบบไอเดียแรกเริ่มที่จะสร้างอุปกรณ์ที่มีลักษณะเหมือนนาฬิกา เพื่อให้แน่ใจว่าเหล่าผู้เลี้ยงจะไม่ปล่อยทามาก็อตจิไว้ลำพัง หน้าจอของทามาก็อตจิสมาร์ตยังเป็นแบบทัชสกรีน ใช้ลูบหัวแตะตัวน้องได้ทุกเวลา และยังสามารถใช้คำสั่งเสียงพูดคุยกับสัตว์เลี้ยงได้ เพิ่มความสนิทสนมแนบแน่นมาพร้อมกับอุปกรณ์เสริมอย่าง “TamaSma Card” อุปกรณ์คล้ายแฟลชไดร์ฟที่นำพาฟีเจอร์สนุก ๆ เพิ่มเติมทั้งไอเท็ม ของตกแต่ง เกม ตัวละคร และฉากหลังสวย ๆ เข้ามาสู่ทามาก็อตจิของเราเพียงแค่เสียบและดาวน์โหลด

ถึงแม้ทามาก็อตจิแต่ละตัวจะมีอายุอยู่เพียงแค่ไม่กี่สิบวัน แต่ด้วยความมุ่งมั่นพัฒนาก็ทำให้แบรนด์ของเจ้าสัตว์เลี้ยงไซเบอร์นี้มีอายุเข้าสู่ปีที่ 25 และยังไม่มีทีท่าว่าจะถึงเวลาที่บริษัทจะต้องหยิบของเล่นชิ้นนี้ออกจากชั้นวางขายเลย จนถึงวันนี้เจ้าสัตว์พิกเซลสีขาวดำก็ยังคงกระโดดโลดเต้นในความทรงจำของเจ้าของตัวน้อยเสมอ และในอนาคตเจ้าสัตว์ดิจิทัลก็คงจะกลายเป็นความทรงจำของผู้ใหญรุ่นหลังต่อไป เพราะคงไม่มีใครจะลืมสัตว์เลี้ยงตัวแรกได้ง่าย ๆ หรอก จริงไหม

ที่มา : บทความ “Hatchling Of Pet Lover Is the Rage Of Toylands” โดย Sheryl Wudunn จาก nytimes.com
บทความ “#ToyTech: The History and Evolution of the Tamagotchi” โดย John Paul M. Joaquin จาก itechpost.com
บทความ “What happened to Tamagotchi, the electronic toy that swept the 90s and has managed to reinvent itself 25 years lateri” โดย George Lanington จาก digismak.com
บทความ “Keeping Tamagotchi Alive” โดย Michelle Delgado จาก smithsonianmag.com
บทความ “This 32-year-old collects Tamagotchis and knits cases for them” โดย Shannon Kuan จาก youthopia.sg
บทความ “The Tamagotchi Effect: How digital pets shaped the tech habits of a generation” โดย Luke Dormehl จาก digitaltrends.com
บทความ “Digital pet Tamagotchi turns 25” โดย Silke Wünsch จาก dw.com
บทความ “A Very 90s Death: The Tamagotchi Cemetery” จาก burialsandbeyond.com
บทความ “Tamagotchi effect facts for kids” จาก kids.kiddle.co
บทความ “The Tamagotchi Was Tiny, but Its Impact Was Huge” โดย Sebastian Skov Andersen จาก wired.com
บทความ “New Tamagotchi Is A Wearable Smart Device” โดย Brian Ashcraft จาก kotaku.com
เว็บไซต์ tamagotchi.fandom.com
เว็บไซต์ tamagotchi.com

เรื่อง : บุษกร บุษปธำรง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

เผยภาพแสงสลัวในยานโอไรออน นักบินอวกาศภารกิจอาร์ทิมิส 2 เตรียมพร้อมก่อนบินเฉียดดวงจันทร์

SPACEMAN

“แข่งมวยในเรือนจำ” ใช้กีฬาพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง

เดลินิวส์

อาร์ทิมิส 2 ต่างจากอะพอลโลอย่างไร? ทำความรู้จักกับภารกิจที่พามนุษย์เยือนดวงจันทร์อีกครั้ง

SPACEMAN

เปิดตัวเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ประจำภารกิจอาร์ทิมิส 2 ของนาซา ควบคุมการสำรวจดวงจันทร์เต็มรูปแบบ

SPACEMAN

LIVE ถ่ายทอดสด เชลซี พบ พอร์ท เวล ฟุตบอลเอฟเอคัพ วันนี้ 4 เม.ย.69

PostToday

ถ่ายทอดสด เซาธ์แฮมป์ตัน พบ อาร์เซน่อล ฟุตบอลเอฟเอคัพ วันนี้ 4 เม.ย.69

PostToday
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...