โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

1 วัน ‘กลาดิเอเตอร์’ ทำอะไรบ้าง? ชวนส่องวงจรชีวิตของเหล่านักสู้ยุคโรมัน

The MATTER

อัพเดต 18 พ.ย. 2567 เวลา 09.42 น. • เผยแพร่ 14 พ.ย. 2567 เวลา 09.31 น. • Entertainment

nกว่า 24 ปี นับจาก Gladiator ภาคแรกเข้าฉาย วันนี้นักรบแห่งโคลอสเซียมกำลังกลับขึ้นสู่ลานประลองอีกครั้ง แม้จะห่างหายจากจอไปนาน ทว่า Gladiator II คือเรื่องราวต่อจากภาคแรก ซึ่งยังคงความเข้มข้นของเกมการแก้แค้นและการต่อสู้อันแสนดุเดือด ที่พร้อมพาผู้ชมย้อนเวลากลับไปสู่สมัยโรมัน เผื่อสัมผัสโลกแห่งการต่อสู้ของเหล่านักรบกลาดิเอเตอร์กันอีกครั้ง

สำหรับหลายคนอาจมีภาพคุ้นตากับเหล่า ‘กลาดิเอเตอร์’ จากภาพยนตร์ ผู้มีความอาจหาญกล้าลุกขึ้นต่อต้านผู้ปกครอง แต่ใช่ว่า พวกเขาเหล่านั้นจะเกิดมาเพื่อเป็นนักรบบ้าดีเดือดกันหมดเสียเมื่อไหร่ เพราะในประวันศาสตร์อันแท้จริง พวกเขาคือบรรดาทาส เชลยศึก และนักโทษ ที่ล้วนถูกบังคับให้ขึ้นสู่สนามอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่นัก

คำว่า กลาดิเอเตอร์ มาจากคำว่า ‘gladiatores’ ในภาษาละติน หมายถึง gladius ดาบสั้นซึ่งเป็นหนึ่งในอาวุธของเหล่ากลาดิเอเตอร์ โดยพวกเขามีตัวตนอยู่มาเป็นเวลายาวนาน ย้อนกลับไปสมัยอารยธรรมอีทรัสคัน (Etruscans) ราวๆ 1100 ปีก่อนคริสตศักราช อันเป็นยุคก่อนที่อาณาจักรโรมันโบราณจะถือกำเนิด เดิมทีการประลองของกลาดิเอเตอร์ ถูกจัดขึ้นโดยเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมทางศาสนาตามความเชื่อของชาวอีทรัสคัน

ทว่าเมื่อการแข่งขันเริ่มเป็นที่นิยม ประกอบกับการก้าวขึ้นสู่อำนาจของอาณาจักรโรมัน การผูกโยงกับศาสนาจึงเริ่มลดน้อยลง จนกลายเป็นการแข่งขันเพื่อความบันเทิงสำหรับชาวโรมัน ซึ่งจัดขึ้นทั่วทุกพื้นที่ในสนามกีฬาทั่วอาณาจักร โดยเริ่มมีเงินรางวัลและชื่อเสียงเป็นรางวัล ทำให้ในภายหลังกลาดิเอเตอร์จึงไม่ใช่เหล่าทาสเหมือนสมัยก่อนแล้ว แต่เริ่มมีผู้คนจากทั่วทุกสารทิศ ไม่ว่าจะเป็น นายทหารที่เกษียณอายุ นักรบ รวมถึงเหล่าคนจนผู้ไม่มีอันจะกิน ต่างก็หันหน้าเข้าสู่การเป็นการกลาดิเอเตอร์ เพื่อหวังจะได้เกียรติยศและเงินทองกลับไป

แต่กว่าที่กลาดิเอเตอร์สักคนจะได้ก้าวขึ้นสู่เวทีประลองและแสดงฝีไม้ลายมือการต่อสู้ได้อยากภาคภูมิใจนั้น พวกเขามีเบื้องหลังชีวิตเป็นอย่างไรกัน? เพื่อเข้าใจความเป็นกลาดิเอเตอร์กันมากขึ้น เราจะขอพาทุกคนไปรู้จักกับเรื่องราวของเหล่านักสู้กลาดิเอเตอร์กันมากขึ้น พร้อมสัมผัสชีวิตและกิจวัตรประจำวันของพวกเขากันว่า ตั้งแต่เช้าจรดเย็นพวกเขาต้องทำอะไรกันบ้าง

กิจวัตรประจำวันของเหล่านักรบกลาดิเอเตอร์
ช่วงเช้า เหล่ากลาดิเอเตอร์จะถูกปลุกให้ตื่นตั้งแต่รุ่งสางโดยผู้คุม เพื่อให้ลุกขึ้นมาเตรียมตัว สำหรับการฝึกซ้อมการต่อสู้ รับประทานอาหารมื้อเช้า โดยทั่วไปแล้ว อาหารมาตรฐานของพวกนักสู้ มักเป็นโจ๊กข้าวบาร์เลย์และถั่ว อีกทั้งในระหว่างรับประทานอาหาร พวกเขาจะไม่ได้รับอนุญาตให้พูดคุยกัน ระหว่างวัน หลังจากเสร็จภารกิจช่วงเช้าแล้ว บรรดากลาดิเอเตอร์ก็จะเริ่มออกกำลังกายและฝึกฝนกันอย่างหนักหน่วง เพื่อฟิตร่างกายให้พร้อมสำหรับการประลองที่จะมาถึงในอนาคต เมื่อเตรียมความพร้อมของร่างกายเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็จะเริ่มฝึกการใช้อาวุธ โดยใช้อาวุธไม้แทนอาวุธจริง พร้อมกับฝึกเรื่องความรวดเร็ว ด้วยการสวมชุดเกราะทั้งเบาและหนักสลับกัน เพื่อให้ผู้ฝึกคุ้นชินกับการเคลื่อนไหวภายใต้ชุดเกราะแต่ละแบบ พักรับประทานอาหารมื้อกลางวัน เพื่อเติมพลังงานให้พร้อม สำหรับกลับไปฝึกฝนกันต่อ โดยอาหารของพวกเขาจะยังคงเป็นโจ๊กข้าวบาร์เลย์และถั่วเหมือนเดิม ซึ่งในระหว่างวันเหล่ากลาดิเอเตอร์จะได้รับอนุญาตให้อาบน้ำทั้งร้อนและเย็นได้ เนื่องจากพวกเขาถูกมองว่าเป็นสินค้า ทำให้พวกเขามีสุขอนามัยที่ดีกว่าชนชั้นล่างสุดของโรมันเล็กน้อย ตอนกลางคืน รับประทานอาหารมื้อเย็น ซึ่งเป็นมื้อสุดท้ายของวัน และแน่นอนว่า อาหารมื้อนี้ก็ยังคงเป็นโจ๊กข้าวบาร์เลย์และถั่ว ไม่ต่างจากมื้อเช้าและกลางวัน ส่วนใครจะได้ขึ้นประลองในวันถัดไป มื้อเย็นของพวกเขาก็จะเปลี่ยนเป็นอาหารมื้อใหญ่ หรือ ที่เรียกว่า ‘cena libera’เป็นการเฉลิมฉลองครั้งสุดท้ายก่อนการต่อสู้ของพวกเขา เหล่ากลาดิเตอร์จะถูกส่งกลับเข้าห้องขัง เพื่อพักผ่อนนอนหลับ เก็บแรงเอาไว้สำหรับวันพรุ่งนี้ต่อไป โรงเรียนฝึกสอนเฉพาะของเหล่ากลาดิเอเตอร์

เมื่อเหล่าคนธรรมดา นักรบ ทหารเกษียณอายุ หรือแม้แต่ชนชั้นสูง ผู้อยากช่วงชิงชื่อเสียงเกียรติยศและเงินรางวัล ต่างเดินหน้าเข้ามาสมัครเป็นกลาดิเอเตอร์กันมากขึ้น โรงเรียนสำหรับกลาดิเอเตอร์ หรือ ‘ludus gladiatorius’ จึงถูกก่อตั้งขึ้น เพื่อรองรับและฝึกฝนนักสู้เหล่านี้ให้แข็งแกร่ง พร้อมลงสนามต่อสู้

ทั้งนี้ โรงเรียนแต่ละแห่งมี 'ลานิสตา (lanista)' ทำหน้าที่เป็นทั้งเจ้าของโรงเรียน ครูฝึกสอน และเจ้าของกลาดิเอเตอร์ ลานิสตาจะดูแลตั้งแต่การเตรียมร่างกาย ฝึกซ้อมการต่อสู้และการใช้อาวุธ ตลอดจนจัดการเรื่องการซื้อขายหรือให้เช่ากลาดิเอเตอร์ในสังกัดของพวกเขา

โรงเรียนสำหรับกลาดิเอเตอร์มีจำนวนมากกว่า 100 แห่งทั่วจักรวรรดิโรมัน อีกทั้งในแต่ละแห่งจะไม่ใช่เพียงสถานที่สำหรับฝึกเพียงอย่างเดียว ทว่ายังคำเป็นที่อยู่อาศัยของกลาดิเอเตอร์ด้วย โดยพวกเขาจะได้นอนด้วยกัน 1-2 คน ในห้องขังขนาดประมาณ 3 ตารางเมตร

‘สปาร์ตาคัส’ กลาดิเอเตอร์ผู้ยิ่งใหญ่

สปาร์ตาคัส (Spartacus) กลาดิเอเตอร์ผู้มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งแห่งโรมัน ในอดีตเขาเป็นทาสที่ถูกส่งไปยังโรงเรียนฝึกกลาดิเอเตอร์ในเมืองคาปัว เมื่อปี 73 ก่อนคริสตศักราช ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หลบหนีออกจากโรงเรียนฝึกพร้อมกับกลาดิเอเตอร์อีกประมาณ 70 คน พร้อมรวบรวมทาสกว่า ประมาณ 90,000 ถึง 100,000 คน ในก่อกบฏต่อสาธารณรัฐโรมัน

แม้จะได้รับชัยชนะมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ถึงอย่างนั้นฝั่งสาธารณรัฐก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ส่งนายพลมาร์กุส ลิกินิอุส กรัสซุส (Marcus Licinius Crassus) เข้าจัดการกลุ่มกบฏลงได้สำเร็จ โดยเชื่อกันว่าสปาร์ตาคัสเสียชีวิตลง ขณะทำการสู้รับในสมรภูมิดังกล่าว ในปี 71 ก่อนคริสตศักราช

ผู้หญิงก็เป็นกลาดิเอเตอร์ได้นะ

ใครว่ามีแต่ชายชาตรี ที่สามารถก้าวขึ้นสู่เวทีการประลองได้เพียงฝ่ายเดียว เพราะในอดีตเหล่าสตรีผู้หาญกล้า ก็สามารถออกไปแสดงฝีไม้ลายมือการต่อสู้ได้เหมือนกับผู้ชายเช่นกัน

อาจไม่มีบันทึกทางประวัติศาสตร์ระบุไว้ชัดเจนว่า ผู้หญิงเริ่มลุกขึ้นมาจับอาวุธเป็นกลาดิเอเตอร์กันตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่นักประวัติศาสตร์ได้มีการขุดค้นพบรูปสลักนูนต่ำ ถูกทำขึ้นมาราวๆ ศตวรรษที่ 2 แสดงให้เห็นการต่อสู้กันระหว่างสตรี 2 คน ได้แก่ 'อเมซอน' และ 'อคิลเลีย' ซึ่งคาดว่าเป็นนามแฝงสำหรับใช้บนเวที เพื่อบูชาถึงเทพเจ้าโรมัน

อย่างไรก็ตาม ในปี ค.ศ. 200 จักรพรรดิเซพติมิอุส เซเวอรุส (Septimius Severus) ได้สั่งห้ามไม่ให้มีการต่อสู้กลาดิเอเตอร์ระหว่างผู้หญิงทุกคน เนื่องจากพระองค์ได้ยินเรื่องตลกลามกเกี่ยวกับผู้หญิงระหว่างการแข่งขัน พระองค์จึงเกรงว่ากลาดิเอเตอร์อาจทำให้เกิดการไม่เคารพผู้หญิงทุกคนได้

จะมาเป็นกลาดิเอเตอร์เหมือนกันไม่ได้

ใช่ว่ากลาดิเอเตอร์ทุกคนจะได้สวมชุดเกราะออกไปต่อสู้เหมือนกันทุกคนเสียเมื่อไหร่ เพราะเหล่ากลาดิเอเตอร์เอง ก็มีการแบ่งแยกระดับด้วยเหมือนกัน ซึ่งสามารถสังเกตได้จากเครื่องแต่งกายที่แตกต่างกัน โดยจะแบ่งตามประวัติ ทักษะ รวมถึงประสบการณ์ของแต่ละคน มี 4 แบบ ดังนี้

แซมไนต์ (Samnite) : นักรบระดับซัมไนท์จะมีอาวุธหลักเป็นดาบสั้น (gladius) โล่สี่เหลี่ยม (scutum) เกราะป้องกันขา (ocrea) รวมทั้งหมวกกันน็อกประดับด้วยขนนก (galea) โดยการต่อสู้ของเหล่าซัมไนท์จะเน้นการป้องกันที่แข็งแกร่งและการโจมตีที่หนักแน่น ธเร็กซ์ (Traex) : ธเร็กซ์ ซึ่งเป็นคำเรียกรูปพหูพจน์ของคำว่า ทราเชียน (Thracian) พวกเขาจะแต่งกายคล้ายกับแซมไนต์ แต่ใช้อาวุธต่างกัน โดยธเร็กซ์จะใช้ดาบสั้นโค้ง (sica) และโล่ขนาดเล็กสี่เหลี่ยมหรือกลมขนาดเล็ก (parma) ซึ่งเหมาะสำหรับการต่อสู้ที่รวดเร็วและการโจมตีระยะใกล้ การออกแบบดาบโค้งช่วยให้โจมตีได้อย่างคล่องแคล่ว เมอร์มิลโล (Myrmillo) : นักรบเมอร์มิลโลจะสวมหมวกเกราะขนาดใหญ่ (cassis crista) มีช่องเล็กๆ สำหรับมองลอดออกมา พร้อมประดับรูปปลาอยู่บนยอด ส่วนอาวุธหลักของเมอร์มิลโลจะเหมือนกับซัมไนท์คือ มีดาบสั้นและโล่ แต่ชุดเกราะของเมอร์มิลโลจะน้อยกว่า โดยจะมีแค่การป้องกันแบบบุผ้าเฉพาะที่แขนและขาเท่านั้น เรเทียริอุส (Retiarius) : เรเทียริอุสเป็นกลาดิเอเตอร์ที่มีการแต่งกายแบบป้องกันตัวน้อยที่สุด มักจะใส่แค่เกราะไหล่แบบบุผ้า (galerus) จุดเด่นของพวกเขาคือ การใช้ ตาข่ายหนัก (retes) ในการพันข้าศึก และมีอาวุธหลักเป็น สามง่าม (fascina) ทั้งนี้การต่อสู้ของเรเทียริอุสจะเน้นที่ความเร็วและความคล่องตัวเพื่อจับและทำให้คู่ต่อสู้ติดขัดแทนการโจมตีโดยตรง cena libera อาหารมื้อใหญ่สุดท้าย

คืนก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้น เหล่ากลาดิเอเตอร์ผู้ต้องลงสนามในวันถัดไป จะได้รับอาหารมื้อใหญ่ที่เรียกว่า cena libera ซึ่งเป็นธรรมเนียมเดียวกันกับการมอบอาหารมื้อพิเศษให้กับนักโทษ ผู้กำลังจะถูกประหารชีวิต

เนื่องจากเหล่าลานิสตามองว่า มื้อก่อนลงสนามอาจเป็นมื้อสุดท้ายของชีวิต พวกเขาจึงต้องการให้กลาดิเอเตอร์ได้กินดื่มอย่างสำราญ ด้วยมื้ออาหารสุดหายากมากมาย ไม่ว่าจะเป็น หมูป่าย่าง ไส้กรอกหมู ปลา และไวน์ผสมน้ำผึ้ง

เหล่ากลาดิเอเตอร์คงไม่มีทางรู้กันได้เลยว่า พวกเขาจะมีโอกาสลิ้มรส cena libera กันอีกหรือไม่ ถ้าวันถัดไปพวกเขาดันเกิดพ่ายแพ้ขึ้นมา ครั้งนี้อาจเป็นมื้อสุดท้ายของพวกเขาจริงๆ ก็ได้

อ้างอิงจาก

nationalgeographic.com

nationalgeographic.com

www.history.com

nationalgeographic.org

thoughtco.com

romeandvaticanpass.com

Graphic Designer: Sutanya Phattanasitubon
Editorial Staff: Paranee Srikham

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...