โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Madoff : แชร์ลูกโซ่บันลือโลก

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 05 พ.ย. 2567 เวลา 02.34 น. • เผยแพร่ 05 พ.ย. 2567 เวลา 02.34 น.

กาแฟดำ | สุทธิชัย หยุ่น

Madoff

: แชร์ลูกโซ่บันลือโลก

พูดถึง “แชร์ลูกโซ่” ก็ต้องโยงถึง Ponzi Scheme ต้นตำรับเกมกลโกงชาวบ้านในประวัติศาสตร์

และหากเอ่ยถึง Ponzi Scheme ใครไม่รู้จัก Bernie Madoff ก็เชยเต็มที

จึงต้องเล่าเรื่อง “กลหลอกเงินชาวบ้านบันลือโลก” นี้สำหรับคนที่สนใจว่า “ปรมาจารย์” ด้านฉ้อฉลบันลือโลกครั้งประวัติศาสตร์นั้นเขาเป็นใคร

และหลอกลวงคนเป็นหมื่นๆ ล้านเหรียญได้อย่างไร

เรื่องราวอื้อฉาวที่เราได้ยินในประเทศไทยอยู่ทุกวันนี้มีอะไรละม้ายกันหลายประการ

ที่ดูเหมือนจะสอดคล้องต้องกันคือ “ความโลภ” ของมนุษย์ที่บ่อยครั้งหาเหตุผลอธิบายไม่ได้

แต่ที่ตรงกันแน่ๆ คือความเปราะบางของสังคมที่บูชาคนมีชื่อเสียง, คนที่สร้างภาพ “ประสบความสำเร็จ” โดยไม่รู้ที่มาที่ไป

และอันตรายของ “จอมหลอกลวง” ที่แฝงตัวมาในเปลือกของ “นักเล่าเรื่อง”

เบอร์นี่ เมดอฟฟ์ คือเจ้าของเกมกลโกงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วอลล์สตรีทของสหรัฐ

เดือนธันวาคมปี 2008 โลกได้รู้จักกับเมดอฟฟ์ ชายผู้สร้างชื่อเสียงในฐานะ “พ่อมด” ด้านการเงินบนวอลล์สตรีต

แต่สิ่งที่ “เบอร์นี่” สร้างขึ้นมาไม่ใช่แค่ความมั่งคั่งเท่านั้น มันคือการหลอกลวงขนาดมหึมา มูลค่าประมาณ 65,000 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 186,000 ล้านบาท

เป็นการฉ้อโกงทางการเงินครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์…โดยฝีมือของคนที่เคยได้ชื่อว่าเป็นคนที่ “น่าเชื่อถือที่สุดคนหนึ่ง” ในวงการการเงิน

เบอร์นี่ เมดอฟฟ์ คือใคร?

ในภาพกว้าง “เบอร์นี่” เป็น “แม่แบบแห่งความสำเร็จ” ที่เป็นที่อิจฉาของคนทั่วไป

ทั้งรวย ทั้งเก่ง ทั้งเป็นที่ยอมรับของคนทั่วทุกวงการ

เบอร์นี่เกิดปี 1938 เติบโตในครอบครัวยิวชนชั้นกลางค่อนไปทางล่างในควีนส์ นิวยอร์ก

แต่นั่นไม่เป็นอุปสรรคสำหรับการสร้างเนื้อสร้างตัวให้โดดเด่นในวงการเงินและหุ้น

ด้วยความมุ่งมั่นและทะเยอทะยานอย่างไม่ลดละ เบอร์นี่ก่อตั้งบริษัทลงทุนของตัวเองชื่อว่า Bernard L. Madoff Investment Securities LLC ในปี 1960

เริ่มต้นด้วยเงินเพียง $5,000 (160,000 บาท) ที่อดออมจากการทำงานเป็นไลฟ์การ์ด

ระยะแรก เน้นการทำธุรกิจการค้าอย่างซื่อสัตย์และบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนให้ลูกค้า

พอทำงานอย่างเอาจริงเอาจัง เบอร์นี่เริ่มเป็นที่รู้จักในวงการ

จนต่อมา กลายเป็นผู้เล่นสำคัญบนวอลล์สตรีต

ถึงขั้นขึ้นดำรงตำแหน่งประธาน NASDAQ อันเป็นตลาดหุ้นที่สร้างชื่อเสียงด้วยการเปิดทางให้บริษัทเทคโนโลยีเอาหุ้นมาจดทะเบียนซื้อขายกันอย่างคึกคัก

ไม่ช้าไม่นาน เบอร์นี่ก็ยกฐานะตัวเองเป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้กับคนดัง นักการเมือง กองทุนบำนาญ และองค์กรการกุศล

ภาพข้างหน้าดูน่าชื่นชมและตื่นเต้น เขาคือคนที่สร้างผลกำไรให้กับนักลงทุนในทุกวงการอย่างต่อเนื่อง

เบอร์นี่คือ “สุดยอดแห่งความฝัน” ของทุกคน

ทุกประโยค ทุกแนววิเคราะห์เรื่องการลงทุนของเขาคือ “คำศักดิ์สิทธิ์” ของวงการอย่างปฏิเสธไม่ได้

แต่ชื่อเสียงและความมั่งคั่งไม่สามารถสกัดกั้น “ความโลภ” ของมนุษย์

เสมือนหนึ่งว่ายิ่งรวยยิ่งดังก็ยิ่งรู้ซึ้งถึงจุดอ่อนของ “ความโลภ” ของเพื่อนร่วมโลกคนอื่น

เขาศึกษาเกมกลโกงแบบ Ponzi ในอดีตอย่างลุ่มลึกและแนบเนียน

คนเก่งคนฉลาดนั้น เมื่อตัดสินใจก่ออาชญกรรมแล้วก็ทำได้โหดเหี้ยมและก่อหายนะได้อย่างฉกาจฉกรรจ์เกินความคาดหมาย

อะไรคือ Ponzi Scheme ที่เบอร์นี่ตัดสินใจเอามาใช้เพื่อสร้าง “อาณาจักรมฤตยู” ของเขา?

กลลวง “พอนซี” คือเป็นแผนต้มตุ๋นตามชื่อนายชาร์ลส์ พอนซี ผู้คิดค้นแผนชั่วร้ายนี้ในปี 1920

ตามแผนฉ้อโกงอย่างมโหฬารนี้ ผู้ลงทุนรายแรกจะได้รับ “ผลตอบแทน” จากเงินของผู้ถูกหลอกให้มาเป็น “ผู้ลงทุน” รายใหม่

แทนที่จะเป็นจากผลกำไรที่เกิดจากการลงทุนจริง

กลโกงนี้จะทำงานได้ต่อเนื่องตราบเท่าที่มีเงินใหม่เข้ามา

แต่หากเกิดมีความสงสัยในหมู่ผู้ลงทุนจำนวนมากว่ามีอะไรผิดปกติ และพยายามถอนเงินออก

หรือหากไม่สามารถชักชวนหว่านล้อมผู้ลงทุนรายใหม่เข้ามา โครงสร้างทั้งหมดจะล่มสลายต่อหน้าต่อตา

ล้มกันแบบโดมิโดกันเลยทีเดียว

และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับเบอร์นี่ในปี 2008

บริษัทของเขาสัญญากับลูกค้าว่าจะให้ผลตอบแทนที่มั่นคงและสูงมาก

ไม่ว่าจะเป็นช่วงเศรษฐกิจขาขึ้นหรือขาลง

เพราะชื่อเสียงของเขาทำให้นักลงทุนเชื่อสนิทใจ

ยิ่งเปิดโอกาสให้เขาทำธุรกิจฉ้อฉลต่อไปอีกหลายปี

ความจริงเบื้องหลังมีแต่ด้านมืด

เพราะผลตอบแทนที่เบอร์นี่จ่ายให้ลูกค้าล้วนเป็นเรื่องเสกสรรค์ปั้นแต่ง

เพราะไม่มีการลงทุนจริง เพียงแต่สลับสับเปลี่ยนเงินระหว่างบัญชีเพื่อนำไปจ่ายให้นักลงทุนรายก่อนเท่านั้น

ที่สำคัญคือต้องรักษาภาพลักษณ์ของความเป็น “มืออาชีพ” ที่ดังที่สุดในวงการ

เขาทำได้อย่างไร?

เหตุผลหนึ่งคือเขามีตำแหน่งสูงในวงการการเงินมาตลอด

อีกทั้งบริษัทมีภาพลักษณ์ของ “ความเป็นมืออาชีพอัจฉริยะ” ที่หาใครมาเปรียบเทียบไม่ได้

กลยุทธ์อีกอย่างหนึ่งที่เรียกความสนใจเป็นพิเศษคือใครจะมาลงทุนกับเขาต้องได้รับเชิญเท่านั้น

อยู่ดีๆ จะมาขอร่วมลงทุนด้วยไม่ได้

เพราะนี่เป็นกลุ่ม “เอ็กซ์คลูซีฟ” จริงๆ

ยิ่งเสริมส่งความน่าเชื่อถือ, พิเศษ, หรูหราที่ไม่มีใครกล้าตั้งคำถาม

อีกกลยุทธ์หนึ่งคือการทำบันทึกการเงินที่ดูน่าประทับใจไร้ที่ติ

เพราะเป็นบันทึกแสดงผลตอบแทนที่มั่นคงและเป็นบวกอย่างสม่ำเสมอ

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในตลาดหุ้นก็ตาม

นั่นเป็นจุดเล็กๆ ที่ทำให้นักวิเคราะห์การเงินบางคนเริ่มตั้งข้อสงสัย

เพราะมันเป็นภาพที่สวยเกินกว่าความเป็นจริง

ไม่มีใครสามารถรับประกันการเติบโตที่มั่นคงเช่นนี้ได้เป็นเวลานาน

แต่ทำไมไม่มีใครกล้าตั้งคำถามในที่สาธารณะเรื่องนี้

ก็เพราะชื่อเสียงของเขาสามารถเลี่ยงการถูกสงสัยในทางเปิดมาได้เป็นเวลานาน

อีกเหตุผลหนึ่งคือไม่มีใครอยากตั้งคำถามกับเขา

ก็ไม่ในเมื่อเขาสามารถทำให้นักลงทุนทุกคนได้ผลตอบแทนดั่งฝัน จะไป “กวนน้ำให้ขุ่น” ไปทำไม

แต่แล้วความไม่ปกติย่อมจะต้องถึงวันล่มสลาย ไม่ช้าก็เร็ว

วิกฤตการเงินโลกในปี 2008 เป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบของเบอร์นี่

เพราะเศรษฐกิจทรุดตัวลงและผู้คนเริ่มตื่นตระหนก

ลูกค้าของเบอร์นี่จำนวนมากเริ่มถอนเงินออกเพื่อไปชดเชยความเสียหายในธุรกิจของตน

ภายในเดือนธันวาคมในปีนั้น เขาก็ไม่สามารถรับมือกับการขอถอนเงินจำนวนมหาศาลอย่างไม่หยุดยั้งได้

วันที่ 10 ธันวาคม 2008 เบอร์นี่สารภาพกับลูกชายว่าธุรกิจการลงทุนทั้งหมดของเขาเป็นกลโกงแบบพอนซี

เขาบอกว่าตัวเอง “ไม่เหลืออะไรแล้ว”

โดยยอมรับว่าเป็น “การเกมหลอกลวงครั้งใหญ่”

ลูกชายงุนงงและสับสน

เพราะตัวเองไม่ได้ระแคะระคายด้านมืดของพ่อขนาดนั้น

ทางออกที่สร้างความลำบากใจอย่างยิ่งกับลูกคือจะทำอย่างไรดี

จะแจ้งทางการให้พ่อถูกจับหรือ

หรือจะช่วยเก็บความลับเอาไว้ทั้งๆ ที่รู้ว่าอีกไม่ช้าไม่นานเรื่องอื้อฉาวนี้ก็จะถูกเปิดโปงอยู่ดี

ว่าแล้ว ลูกก็ตัดสินใจเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางในวันถัดมา

การล่มสลายระเบิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง

วันที่ 11 ธันวาคม 2008 เขาถูกจับกุมโดยเอฟบีไอ

ถูกตั้งข้อหาฉ้อโกงหลักทรัพย์

ช็อกกันทั้งวงการ ช็อกกันทั้งโลก

ผู้เสียหายมีทั้งที่เป็นตัวบุคคล องค์กรการกุศล และสถาบันต่างๆ

บางคนสูญเสียเงินเก็บทั้งหมดในชีวิต

องค์กรการกุศลหลายแห่งต้องปิดตัวลงเพราะกองทุนหายวับไปกับตา

สิ่งที่ตามมาคือคำถามที่ว่าทำไมเรื่องนี้ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจึงไม่ตรวจสอบและดำเนินคดีให้เร็วกว่านี้?

ทำไมหน่วยงานกำกับดูแลอย่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) ถึงไม่ระแคะระคายเรื่องนี้ทั้งๆ ที่มีเบาะแสหลายข้อ

เดือนมีนาคม 2009 เบอร์นี่รับสารภาพผิดในข้อหาความผิดทางอาญาของรัฐบาลกลาง 11 กระทง

รวมถึงการฉ้อโกงหลักทรัพย์ การฉ้อโกงทางสาย และการฟอกเงิน

วันที่ 29 มิถุนายน 2009 ถูกตัดสินจำคุก 150 ปี

เรื่องเศร้าที่ตามมาคือการตัดสินใจฆ่าตัวตายของลูกชายที่ชื่อ มาร์ก เมดอฟฟ์ ในปี 2010

เพราะไม่สามารถทำใจกับการกระทำของพ่อและความสนใจของสื่อที่ถาโถมใส่ครอบครัวได้

เรื่องราวของเบอร์นี่ยังถูก “คัดสำเนา” ถึงทุกวันนี้ในหลากหลายประเทศ

รวมทั้งประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเรา!

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Madoff : แชร์ลูกโซ่บันลือโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...