โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร ผู้ยกระดับภาพลักษณ์อาหารไทย พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน สร้างแรงบันดาลใจให้เชฟรุ่นหลัง

LINE TODAY

เผยแพร่ 06 ม.ค. 2568 เวลา 05.00 น.

เชื่อว่าเมื่อพูดถึง ‘เชฟ’ มักจะเป็นอีกหนึ่งความฝันที่หลายคนอยากจะสัมผัสและเรียนรู้ทักษะในการเตรียมและปรุงอาหารให้รสชาติอร่อย เชฟไม่เพียงแค่เป็นอาชีพ แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความรักในอาหารและความตั้งใจที่จะทำให้คนอื่นได้มีความสุขจากสิ่งที่ทำ ผ่านกระบวนการรังสรรค์ เชิดชูวัตถุดิบและเพิ่มมูลค่าอย่างมีคุณค่าผ่านการสร้างสรรค์เมนูใหม่ ๆ

แน่นอนว่าถ้าให้นึกถึงเชฟแถวหน้าของเมืองไทยต้องคนนี้เชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร เจ้าของร้านอาหารรางวัล 1 ดาวมิชลินอย่าง 'Le Du (ฤดู)' ร้านที่คว้าอันดับ 1 จาก Asia's 50 Best Restaurants 2023 และตัวแทนของวัฒนธรรมอาหารไทยที่ก้าวไปสู่ระดับโลก

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะนำเสน่ห์อาหารไทยรสชาติต้นตำรับ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้กับเชฟรุ่นหลัง เป็นต้นแบบของการสร้างสรรค์อาหารไทยที่ผสมผสานความเป็นโมเดิร์นและความเป็นไทยได้อย่างลงตัว ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน สนับสนุนเกษตรกรและสร้างงานในท้องถิ่น ยกระดับภาพลักษณ์ของอาหารไทย

LINE TODAY จึงมอบรางวัล PEOPLE OF TODAY ให้กับ เซฟต้น ในสาขา Inspiring the International with Modern Thai Cuisine เพื่อเป็นการเน้นย้ำ พร้อมพูดคุยเพื่อตอกย้ำความเป็น 1 ใน 10 บุคคลผู้ผลักดันความเปลี่ยนแปลงแห่งปี 2024

ภาพรวมปี 2567 กับ เชฟต้น

ถ้าเรื่องของ ‘เศรษฐกิจ’ ทุกคนอาจประสบปัญหากันหมดนั้นคือเรื่องเศรษฐกิจไม่ดี ใช้จ่ายของผู้คนที่ลดลงอย่างเห็นในชัด รวมไปถึงบางธุรกิจประสบปัญหาลำบากกันมากขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา

ถ้าพูดถึงร้านอาหาร ก็เป็นปีที่ไม่ง่าย เพราะว่าเป็นปีที่ทุกอย่างกลับสู่ความเป็นจริง เนื่องจากว่าในช่วงปี 2019 ที่มีการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ร้านอาหารต้องปิด นับว่าเป็นช่วงที่แย่มาก

พอเข้าสู่ภาวะปกติ ก็เข้าสู่ช่วงบูมของร้านอาหาร จุดนี้เองที่ทำให้นักธุรกิจน้อยใหญ่ต่างลงมาลงทุนธุรกิจขยับขยายร้านอาหาร สร้างแบรนด์ใหม่ จนล้นตลาด และคิดว่าวงการอาหารจะได้รับความนิยมตลอดไป

เมื่อเปรียบเทียบเรื่อง Demand กับ Supply (อุปสงค์และอุปทาน) พบว่า Supply ล้น ส่งผลให้ Demand ลดลง เพราะว่าเรื่องของเศรษฐกิจไม่ดี คนไม่มีกำลังเงินใช้จ่ายเหมือนเมื่อก่อน อาจเป็นปีที่ลำบากสำหรับทุกคน สำหรับตัวเชฟในปี 2024 ถือยังโชคดีที่ร้านยังก้าวต่อไปได้ ส่วนหนึ่งอาจจะมีหลายร้าน ซึ่งก็ทำให้ธุรกิจร้านอาหารของเชฟพยุงต่อไปได้

ขอย้ำว่า ปี 2024 สำหรับเชฟถือเป็นปีที่ดี เพราะได้มีโอกาสเดินทางไปเผยแพร่อาหารไทยและโชว์ฝีมือ รวมถึงวัตถุดิบของไทยให้คนทั่วโลกได้รู้จักมากขึ้น หนึ่งในความสำเร็จที่ภาคภูมิใจคือร้าน "นุสรา" ที่ถือเป็นร้านอาหารไทยไฟน์ไดนิ่งที่สร้างชื่อเสียงให้กับวงการอาหารไทย ร้านนี้เพิ่งได้รับรางวัล 'World Most Beautiful Restaurant' หรือ 'ร้านอาหารที่สวยที่สุดในโลก' จากงาน Prix Versailles 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส นับเป็นความภาคภูมิใจอีกหนึ่งขั้น และทำให้คนทั่วโลกเห็นว่า "นุสรา" ไม่ได้เป็นแค่ร้านอาหาร แต่เป็นหนึ่งสถานที่ที่จะได้ชมความงามจากวัดโพธิ์ และถ่ายทอดความเป็นไทยให้ทั่วโลกได้รับรู้ผ่านศิลปะประจําชาติ

หัวใจสำคัญการเป็นเชฟ

ส่วนตัวแล้วหัวใจสำคัญสำหรับการทำธุรกิจร้านอาหารคือเรื่องต้นทุน รวมไปถึงนําเสนอสิ่งใหม่ๆให้ผู้บริโภค แม้เป็นปีที่ค่อนข้างลําบาก แต่เชฟได้เปิดแบรนด์ใหม่ อาทิ Le Du Kaan (ฤดูกาล) ร้านอาหารไทยรูฟท็อปที่สูงที่สุดแห่งแรก ในที่ราคาจับต้องได้ ผมคิดว่าผู้บริโภคทุกคนต้องการความคุ้มค่า เพราะฉะนั้นเราจะมาบอกว่าเปิดรูฟท็อปแต่ว่าขายแบบแพงเวอร์เหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว

ซึ่งผู้บริโภคมีออปชั่นมากขึ้นเพราะฉะนั้นผู้ซื้อไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ว่าร้านสวย ๆ ต้องขายของแพงนั้นไม่ใช่ เพราะทุกคนก็อาจจะอยู่ในช่วงธุรกิจเศรษฐกิจที่ลําบาก แต่แน่นอนเรื่องกินเรื่องดื่มก็ยังเป็นเรื่องสําคัญในชีวิต อาจจะน้อยลงเพราะผู้บริโภคหาความคุ่มค่ามากขึ้น

สําหรับผมคือต้องทำอย่างไรก็ได้เพื่อตอบโจทย์ความคุ้มค่าผู้บริโภคให้มากขึ้น อาทิ rebranding repositioning ให้ราคาของอาหารให้ผู้บริโภคทุกคนเข้าถึงมากยิ่งขึ้น และพยายามผลักให้ทุกอย่างอยู่ใน Position ที่ความคุ้มค่ากับราคาสมเหตุสมผล จนทำให้ผู้บริโภคเลือกร้านเราจนหนีไปที่อื่นไม่ได้

2024 กับเมนูจาก เชฟต้น

โอ้ ! ปี 2024 มีหลายเมนูที่รังสรรค์ให้ผู้บริโภคชิมจนนับไม่ถ้วน อย่างร้าน Le Du ก็เปลี่ยนเมนูไปแล้ว 3 รอบ รอบละ 6 เมนู ตอนนี้ก็เกือบ 20 เมนูแล้ว ซึ่งยังไม่ได้รวมของร้านอื่น ๆ อีก หรืออย่างร้าน Le Du Kaan (ฤดูกาล) ก็ออกเมนูไปแล้ว 40-50 เมนู รวม ๆ ในปี 2024 คิดเมนูใหม่ไปแล้วกว่า 100 เมนู

เปิด 3 เมนูที่เชฟต้นเลือก

ที่จริงก็ชอบทุกเมนูที่ได้คิดมา ก็แอบเรื่องยาก แต่ถ้าต้องเลือกจริง ๆ อาจเป็น 3 เมนูที่รู้สึกภูมิใจและสร้างอิมแพคในปี 2024

* ข้าวอบโคตรปูใบบัว จาก ‘BK SALON’ เป็นเมนูที่ได้รับการตอบรับอย่างดี พร้อมมอบความคุ้มค่าให้กับลูกค้าโดยเฉพาะคนไทยที่เข้ามาแล้วรู้สึกว่าเป็นเมนูที่ดูน่ากินรสชาตอร่อย แม้จะต้องแบกต้นทุนสูงนิดหน่อย แต่ก็อยากให้ทุกท่านมาลองชิม

* แกงปูใบชะพลูกรอบ เวอร์ชั่นใหม่ จาก ‘นุสรา’ เป็นเมนูที่ภูมิใจในปีนี้และได้ฟีดแบคที่ดี ทั้งนี้ แกงปูใบชะพลู ทางร้านทำมาหลายเวอร์ชั่นแล้ว แต่ในครั้งนี้ลูกค้าประจำยังมาการันตีว่าแกงปูใบชะพลูกรอบเวอร์ชั่นใหม่คือดีที่สุด

* เซ็ตกะเพราเนื้อ จาก Le Du Kaan (ฤดูกาล) จะเสิร์ฟมาในหม้อร้อนใบใหญ่ และมีชาบูเนื้อมาพร้อมกันในชุด โดยในหม้อเป็นข้าวผัดซอสกะเพราหอมๆ ตักกินพร้อมเนื้อตุ๋นชิ้นโต และมี Bone Marrow ซอสกะเพรา มาให้คลุกเคล้ากับข้าวเพิ่ม มีความพรีเมี่ยมและอลังการ

นี่เป็นแค่ 3 เมนูจากร้อยกกว่าเมนูที่อยากให้ทุกคนได้ลองเท่านั้น ส่วนหนึ่งที่ผมอยากเปิดร้านอาหารคืออยากให้คนได้สัมผัสและเข้าใจรสชาติอาหารไทยให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติ เพราะผมเชื่อว่ามันสำคัญกว่าการมีแค่ร้าน Fine Dining ที่รับคนได้เพียง 30 คนต่อวัน ถ้าร้านเปิดไปเรื่อย ๆ ก็จะมีคนได้ทานแค่หลักหมื่นหรือหลักแสนคน

แต่ถ้าผมสามารถขยายร้านจาก Fine Dining ไปยังร้านที่เข้าถึงคนได้มากขึ้น สักวันหนึ่งจะมีลูกค้าหลายร้อยคนที่สามารถมาทานอาหารไทยที่ร้านของผมได้ มันคือ Impact ที่ยิ่งใหญ่และเป้าหมายที่ผมอยากทำให้สำเร็จในชีวิตของการเป็นเชฟ

ความฝันในวัยเด็ก สู่การเป็นเชฟตัวจริง

ตอนเด็ก ๆ ผมชอบทำอาหาร แต่ไม่ได้คิดว่าจะเป็นเชฟ เพราะสมัยนั้นหลายครอบครัวมักฝันให้ลูก ๆ เป็นหมอ ทนาย หรือวิศวกร เพราะถือว่าเป็นอาชีพที่มั่นคงและได้รับการยอมรับในสังคม ผมโตมากับการที่คุณตาคุณยายทำอาหารให้กินทุกวัน และกินข้าวที่บ้านเป็นหลัก ถึงแม้บางครั้งจะเบื่อ แต่พอได้ไปช่วยคุณตาคุณยายทำอาหารก็เริ่มชอบและสนุก เพราะได้ทำหลายอย่างตั้งแต่เด็ก ทำให้เริ่มซึมซับการทำอาหารมาเรื่อย ๆ จนกลายเป็นสิ่งที่รักและสนุกไปในที่สุด

ปัจจุบันผมรู้สึกดีใจที่สามารถทำสิ่งที่ชอบและทำให้มันนำไปสู่การเป็นเชฟได้สำเร็จ เป็นความฝันที่ไม่เคยคิดว่าจะทำได้ เช่น การเป็นคนไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ติดอันดับร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลก 2 ปีซ้อน ในงาน World's 50 Best Restaurants 2024 ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา รางวัลเหล่านี้ทำให้ผมรู้ว่าอาหารไทยไม่แพ้ชาติใด และยังมีรางวัลอื่น ๆ ที่ทำให้ผมภูมิใจมากเช่นกัน

แต่สิ่งที่ดีใจที่สุดคือการได้เห็นคนรุ่นใหม่อยากเป็นเชฟมากขึ้น และเริ่มเปลี่ยนทัศนคติที่ว่าเชฟไม่จำเป็นต้องทำอาหารอย่างเดียว เชฟต้องเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ตลอดเวลา ไม่ใช่แค่คิดเรื่องอาหารเท่านั้น เชฟเหมือนประตูที่เราสามารถเลือกเปิดได้หลายบาน ถ้าเปิดประตูที่เกี่ยวกับธุรกิจ เราก็แค่ศึกษาเพื่อทำให้ธุรกิจเราโตอย่างยั่งยืน หรือถ้าอยากเปิดประตูไปทางการเป็นนักแสดง ก็สามารถทำรายการทีวีของตัวเองได้ ดังนั้น เชฟจึงเป็นอาชีพที่เปิดโอกาสให้ได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ อย่างมาก

11 ปี กับ Fine Dining local 100 %

ตอนนี้เข้าสู่ปีที่ 11 ที่ได้มีโอกาสผลักดันเครือข่ายของวัตถุดิบจากชาวบ้าน เกษตรกร และชาวประมงในประเทศไทย จนกลายเป็นแนวทางหลักในวงการร้านอาหารไทย ยอมรับว่าเราเป็นเจ้าแรกในเมืองไทยที่ใช้วัตถุดิบจากชาวบ้าน 100% โดยไม่ได้พึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งหลายคนมักคิดว่าวัตถุดิบในประเทศเราไม่น่าจะดีพอ

จุดที่เราพยายามผลักดันคือการร่วมมือกับเกษตรกร ชาวประมง และฟาร์มเมอร์ เพื่อทำให้ร้านอาหารของเราใช้วัตถุดิบที่มาจากแหล่งในประเทศ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้ร้านอาหารมีเอกลักษณ์ แต่ยังช่วยให้เกษตรกรและผู้ผลิตมีรายได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งเนื้อไทยก็สามารถสู้กับเนื้อจากญี่ปุ่น ออสเตรเลีย หรืออเมริกาได้อย่างสบาย

การใช้วัตถุดิบจากชุมชนท้องถิ่นกลายเป็นส่วนหนึ่งของความภาคภูมิใจของเรา ที่ทำให้ร้านอาหารในเครือกลายเป็นตัวอย่างให้คนอื่นหันมาใช้วัตถุดิบจากชาวบ้านมากขึ้น ซึ่งช่วยให้ชุมชนเกษตรกรดีขึ้นอย่างยั่งยืน

แต่ก็ยังมีบางวัตถุดิบที่หายาก เช่น 'เหล้า' ที่มาจากชุมชน ซึ่งมีขั้นตอนการผลิตที่ดี โดยเชฟได้พูดคุยกับเกษตรกรบางรายที่มีที่นา 200 ไร่ แต่ไม่อยากทำการเกษตรเพราะรายได้จากการขายข้าวไม่มาก จึงได้หารือกันเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวโดยการนำมาทำ 'สาโทขาว' และ 'สาโทแดง' ซึ่งเป็นการสร้างแบรนด์ใหม่ที่ช่วยให้สามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งหมดนี้เป็นความพยายามที่จะช่วยเกษตรกรให้มีชีวิตที่ดีขึ้น และสร้างการสนับสนุนอย่างจริงจังให้กับชุมชนทั่วประเทศ

มุมมองวงการอาหารไทยปี 2024

วงการอาหารไทยในตอนนี้ถือว่ามีความสนุกและน่าตื่นเต้นมาก เพราะมีเชฟรุ่นใหม่หลายคนเข้ามาในวงการ ซึ่งถือเป็นเรื่องดีมาก และผมเชื่อว่าเชฟไทยเก่ง ๆ มีอยู่เยอะมาก อยากฝากถึงทุกคนที่อยากจะเป็นเชฟ ให้ทำด้วยความรู้และความพร้อมจริง ๆ ผมชอบที่เห็นร้านอาหารใหม่ ๆ เกิดขึ้นในวงการอาหารไทย แต่ก็อยากให้ทุกคนมีความมั่นใจในตัวเองและไม่ท้อถอย อย่าหมดกำลังใจและไปเปลี่ยนอาชีพที่คุณไม่ได้รัก เพราะทุกอาชีพมันไม่ง่าย

สำหรับคนที่อยากประสบความสำเร็จในวงการนี้ ผมขอแนะนำให้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปเรื่อย ๆ ความพยายามและการทำงานหนักจะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในอนาคต

อีกสิ่งที่อยากเห็นในวงการอาหารไทยคือการมีทาเลนท์ใหม่ ๆ เข้ามาอยู่เสมอ เพราะทุกวงการต้องการความคิดและพลังใหม่ ๆ การที่เรามีเลือดใหม่ที่มีความสามารถและทำสิ่งที่แตกต่าง จะช่วยขับเคลื่อนวงการอาหารให้ก้าวไปข้างหน้าและสร้างแรงกระเพื่อมที่ดีได้

ความอร่อยของเชฟ

ความอร่อยของอาหารที่ผมมุ่งหวังคือการทำให้ผู้ทานรู้สึกสบายใจและคุ้นเคย เมื่อทานแล้วรู้สึกแฮปปี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ค่อนข้างยาก เพราะแต่ละคนมีรสนิยมที่แตกต่างกัน เช่นเดียวกับการทานก๋วยเตี๋ยว 1 ชามที่คน 10 คนทาน จะมีความคิดเห็นเกี่ยวกับรสชาติที่ไม่เหมือนกัน นี่เป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้นผมจึงคอยคิดเสมอว่าจะแทนที่จะทำอาหารที่ทุกคนจะรู้สึกสบายใจและยิ้มได้เมื่อทานอาหารมื้อพิเศษ

รางวัลกับเชฟต้น

ต้องขอยอมรับว่าผมได้รับรางวัลมาหลายรางวัล รวมถึงรางวัล PEOPLE OF TODAY จาก LINE TODAY ในสาขา "Inspiring the International with Modern Thai Cuisine" ซึ่งรางวัลเหล่านี้ทำให้ผมรู้สึกดีใจที่สิ่งที่เราทำได้รับการยอมรับจากผู้คน แต่สิ่งที่ผมอยากบอกกับคนรุ่นใหม่คือ อย่าจดจ่อกับการมองหารางวัล เพราะรางวัลจะมาเองเมื่อเราทำสิ่งที่เรารักและตั้งใจจริง แต่อยากให้เราจดจ่อกับการทำงานและเป้าหมายของเราเองมากกว่า

ย้อนกลับไปเมื่อ 11 ปีก่อนตอนที่เปิดร้าน ผมไม่ได้คิดถึงรางวัลพวกนั้นเลย ความฝันของผมแค่ต้องการเปิดร้านที่ใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น 100% เพื่อสนับสนุนชาวนา ชาวไร่ และชาวประมงให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมทั้งอยากให้คนทั่วโลกยอมรับและพัฒนาอาหารไทยมากขึ้น

รางวัลคือสุดสูงสุดของการเป็นเชฟ

ส่วนตัวคิดว่ารางวัลไม่ใช่จุดสูงสุดของการเป็นเชฟ ซึ่งจุดมุ่งหมายของชีวิตคืออยากให้อาหารของผมเข้าถึงทุกคนได้มากที่สุด และอยากให้ทุกคนจดจําไว้ว่าเชฟต้นไม่ใช่เชฟที่ได้รางวัลเยอะที่สุด

แต่เป็นเชฟที่ทำให้อาหารไทยเป็นที่รู้จักมากที่สุดคนหนึ่ง และอยากให้ทุกคนรักอาหารไทยมากขึ้น อยากให้คนมาเมืองไทยมากที่สุดตั้งแต่ที่จะมีเชฟคนไหนทำมา สิ่งนี้คือเป้าหมายสูงสุดของการเป็นเชฟ

ถ้าเปรียบเส้นทางชีวิตของเชฟต้นเป็นเมนูอาหาร

จริง ๆ แล้วไม่เคยมีใครถามแบบนี้มาก่อน แต่ถ้าจะเปรียบเสมือนเมนูอาหาร ผมคิดว่า "ส้มตำปูปลาร้า" น่าจะเป็นตัวแทนของชีวิตผม เพราะมันมีรสชาติที่เฉพาะตัวเป็นเอกลักษณ์ บางคนอาจไม่ชอบ แต่สำหรับผม "ส้มตำปูปลาร้า" คือลูกเล่นที่ขาดไม่ได้ในชีวิต บางครั้งเราไม่สามารถควบคุมรสชาติของปลาร้าได้ทั้งหมด แต่เมื่อเราเจอส่วนผสมที่ลงตัว อย่างพริก มะนาว และน้ำปลาร้า มันก็จะเกิดรสชาติใหม่ ๆ ที่อร่อยและลงตัวได้

มันเหมือนกับการทำอาหารไทยที่ผมพยายามจะชูรสชาติของวัตถุดิบท้องถิ่น เพื่อสร้างความแตกต่างและทำให้ทุกคนเข้าถึงความอร่อยของอาหารที่ผมทำได้ทุกเมนู

อนาคตกับ ‘เชฟต้น’ พร้อมผลักดันคนรุ่นใหม่

ความฝันในฐานะเชฟ คือการสร้างโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถและฝันอยากเป็นเชฟ โดยในอนาคตผมตั้งใจจะทำโครงการเพื่อสนับสนุนเชฟรุ่นใหม่ที่มีฝีมือและวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ด้วยการให้โอกาสพวกเขามีร้านอาหารของตัวเอง โดยการลงทุนจากผม หรือหาผู้ลงทุนเพื่อเติมเต็มความฝันเหล่านั้น

โปรเจกต์นี้จะไม่ใช่รายการทีวี แต่จะเป็นโครงการจริงที่ให้คนที่มีความสามารถและคอนเซ็ปต์ที่ชัดเจนได้มานำเสนอผลงานกับผม และหากทำอาหารได้โดนใจ โดยจะช่วยพวกเขามีร้านอาหารเป็นของตัวเอง สิ่งนี้เป็นก้าวสำคัญที่อยากทำในอนาคต

เกณฑ์การตัดสินจะดูจากหลายปัจจัย เช่น รสชาติ คอนเซ็ปต์ และเอกลักษณ์ของอาหาร เพราะในยุคนี้มีคนทำอาหารเก่งมากมาย แต่ศิลปะของอาหารไม่ได้แค่เรื่องของรสชาติ ความอร่อยของแต่ละคนแตกต่างกันไป สิ่งสำคัญที่สุดคือคอนเซ็ปต์ที่ดี ซึ่งจะทำให้สามารถดึงดูดคนและทำให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ

ทิ้งทายกับเชฟตัน

อาหารไทยในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างมาก ซึ่งตัวผมเองเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้มาตั้งแต่เปิดร้าน 11 ปีที่ผ่านมา อาหารไทยไม่เพียงแต่พัฒนาขึ้นในระดับไฟน์ไดนิ่ง แต่ยังได้รับการปรับปรุงและทำให้ดียิ่งขึ้นในรูปแบบของสตรีทฟู้ดเช่นกัน

ทุกวันนี้ในโลกออนไลน์เราจะเห็นว่าอาหารไทยก้าวไปสู่ระดับใหม่ เช่น ข้าวมันไก่ที่เคยเป็นแค่เมนูธรรมดา ตอนนี้ได้พัฒนาเป็นข้าวมันไก่ฟัวกรา นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้น และเชื่อว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า อาหารไทยจะมีการพัฒนาและน่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีก

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...