เชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร ผู้ยกระดับภาพลักษณ์อาหารไทย พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน สร้างแรงบันดาลใจให้เชฟรุ่นหลัง
เชื่อว่าเมื่อพูดถึง ‘เชฟ’ มักจะเป็นอีกหนึ่งความฝันที่หลายคนอยากจะสัมผัสและเรียนรู้ทักษะในการเตรียมและปรุงอาหารให้รสชาติอร่อย เชฟไม่เพียงแค่เป็นอาชีพ แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความรักในอาหารและความตั้งใจที่จะทำให้คนอื่นได้มีความสุขจากสิ่งที่ทำ ผ่านกระบวนการรังสรรค์ เชิดชูวัตถุดิบและเพิ่มมูลค่าอย่างมีคุณค่าผ่านการสร้างสรรค์เมนูใหม่ ๆ
แน่นอนว่าถ้าให้นึกถึงเชฟแถวหน้าของเมืองไทยต้องคนนี้เชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร เจ้าของร้านอาหารรางวัล 1 ดาวมิชลินอย่าง 'Le Du (ฤดู)' ร้านที่คว้าอันดับ 1 จาก Asia's 50 Best Restaurants 2023 และตัวแทนของวัฒนธรรมอาหารไทยที่ก้าวไปสู่ระดับโลก
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะนำเสน่ห์อาหารไทยรสชาติต้นตำรับ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้กับเชฟรุ่นหลัง เป็นต้นแบบของการสร้างสรรค์อาหารไทยที่ผสมผสานความเป็นโมเดิร์นและความเป็นไทยได้อย่างลงตัว ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน สนับสนุนเกษตรกรและสร้างงานในท้องถิ่น ยกระดับภาพลักษณ์ของอาหารไทย
LINE TODAY จึงมอบรางวัล PEOPLE OF TODAY ให้กับ เซฟต้น ในสาขา Inspiring the International with Modern Thai Cuisine เพื่อเป็นการเน้นย้ำ พร้อมพูดคุยเพื่อตอกย้ำความเป็น 1 ใน 10 บุคคลผู้ผลักดันความเปลี่ยนแปลงแห่งปี 2024
ภาพรวมปี 2567 กับ เชฟต้น
ถ้าเรื่องของ ‘เศรษฐกิจ’ ทุกคนอาจประสบปัญหากันหมดนั้นคือเรื่องเศรษฐกิจไม่ดี ใช้จ่ายของผู้คนที่ลดลงอย่างเห็นในชัด รวมไปถึงบางธุรกิจประสบปัญหาลำบากกันมากขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา
ถ้าพูดถึงร้านอาหาร ก็เป็นปีที่ไม่ง่าย เพราะว่าเป็นปีที่ทุกอย่างกลับสู่ความเป็นจริง เนื่องจากว่าในช่วงปี 2019 ที่มีการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ร้านอาหารต้องปิด นับว่าเป็นช่วงที่แย่มาก
พอเข้าสู่ภาวะปกติ ก็เข้าสู่ช่วงบูมของร้านอาหาร จุดนี้เองที่ทำให้นักธุรกิจน้อยใหญ่ต่างลงมาลงทุนธุรกิจขยับขยายร้านอาหาร สร้างแบรนด์ใหม่ จนล้นตลาด และคิดว่าวงการอาหารจะได้รับความนิยมตลอดไป
เมื่อเปรียบเทียบเรื่อง Demand กับ Supply (อุปสงค์และอุปทาน) พบว่า Supply ล้น ส่งผลให้ Demand ลดลง เพราะว่าเรื่องของเศรษฐกิจไม่ดี คนไม่มีกำลังเงินใช้จ่ายเหมือนเมื่อก่อน อาจเป็นปีที่ลำบากสำหรับทุกคน สำหรับตัวเชฟในปี 2024 ถือยังโชคดีที่ร้านยังก้าวต่อไปได้ ส่วนหนึ่งอาจจะมีหลายร้าน ซึ่งก็ทำให้ธุรกิจร้านอาหารของเชฟพยุงต่อไปได้
ขอย้ำว่า ปี 2024 สำหรับเชฟถือเป็นปีที่ดี เพราะได้มีโอกาสเดินทางไปเผยแพร่อาหารไทยและโชว์ฝีมือ รวมถึงวัตถุดิบของไทยให้คนทั่วโลกได้รู้จักมากขึ้น หนึ่งในความสำเร็จที่ภาคภูมิใจคือร้าน "นุสรา" ที่ถือเป็นร้านอาหารไทยไฟน์ไดนิ่งที่สร้างชื่อเสียงให้กับวงการอาหารไทย ร้านนี้เพิ่งได้รับรางวัล 'World Most Beautiful Restaurant' หรือ 'ร้านอาหารที่สวยที่สุดในโลก' จากงาน Prix Versailles 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส นับเป็นความภาคภูมิใจอีกหนึ่งขั้น และทำให้คนทั่วโลกเห็นว่า "นุสรา" ไม่ได้เป็นแค่ร้านอาหาร แต่เป็นหนึ่งสถานที่ที่จะได้ชมความงามจากวัดโพธิ์ และถ่ายทอดความเป็นไทยให้ทั่วโลกได้รับรู้ผ่านศิลปะประจําชาติ
หัวใจสำคัญการเป็นเชฟ
ส่วนตัวแล้วหัวใจสำคัญสำหรับการทำธุรกิจร้านอาหารคือเรื่องต้นทุน รวมไปถึงนําเสนอสิ่งใหม่ๆให้ผู้บริโภค แม้เป็นปีที่ค่อนข้างลําบาก แต่เชฟได้เปิดแบรนด์ใหม่ อาทิ Le Du Kaan (ฤดูกาล) ร้านอาหารไทยรูฟท็อปที่สูงที่สุดแห่งแรก ในที่ราคาจับต้องได้ ผมคิดว่าผู้บริโภคทุกคนต้องการความคุ้มค่า เพราะฉะนั้นเราจะมาบอกว่าเปิดรูฟท็อปแต่ว่าขายแบบแพงเวอร์เหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว
ซึ่งผู้บริโภคมีออปชั่นมากขึ้นเพราะฉะนั้นผู้ซื้อไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ว่าร้านสวย ๆ ต้องขายของแพงนั้นไม่ใช่ เพราะทุกคนก็อาจจะอยู่ในช่วงธุรกิจเศรษฐกิจที่ลําบาก แต่แน่นอนเรื่องกินเรื่องดื่มก็ยังเป็นเรื่องสําคัญในชีวิต อาจจะน้อยลงเพราะผู้บริโภคหาความคุ่มค่ามากขึ้น
สําหรับผมคือต้องทำอย่างไรก็ได้เพื่อตอบโจทย์ความคุ้มค่าผู้บริโภคให้มากขึ้น อาทิ rebranding repositioning ให้ราคาของอาหารให้ผู้บริโภคทุกคนเข้าถึงมากยิ่งขึ้น และพยายามผลักให้ทุกอย่างอยู่ใน Position ที่ความคุ้มค่ากับราคาสมเหตุสมผล จนทำให้ผู้บริโภคเลือกร้านเราจนหนีไปที่อื่นไม่ได้
2024 กับเมนูจาก เชฟต้น
โอ้ ! ปี 2024 มีหลายเมนูที่รังสรรค์ให้ผู้บริโภคชิมจนนับไม่ถ้วน อย่างร้าน Le Du ก็เปลี่ยนเมนูไปแล้ว 3 รอบ รอบละ 6 เมนู ตอนนี้ก็เกือบ 20 เมนูแล้ว ซึ่งยังไม่ได้รวมของร้านอื่น ๆ อีก หรืออย่างร้าน Le Du Kaan (ฤดูกาล) ก็ออกเมนูไปแล้ว 40-50 เมนู รวม ๆ ในปี 2024 คิดเมนูใหม่ไปแล้วกว่า 100 เมนู
เปิด 3 เมนูที่เชฟต้นเลือก
ที่จริงก็ชอบทุกเมนูที่ได้คิดมา ก็แอบเรื่องยาก แต่ถ้าต้องเลือกจริง ๆ อาจเป็น 3 เมนูที่รู้สึกภูมิใจและสร้างอิมแพคในปี 2024
* ข้าวอบโคตรปูใบบัว จาก ‘BK SALON’ เป็นเมนูที่ได้รับการตอบรับอย่างดี พร้อมมอบความคุ้มค่าให้กับลูกค้าโดยเฉพาะคนไทยที่เข้ามาแล้วรู้สึกว่าเป็นเมนูที่ดูน่ากินรสชาตอร่อย แม้จะต้องแบกต้นทุนสูงนิดหน่อย แต่ก็อยากให้ทุกท่านมาลองชิม
* แกงปูใบชะพลูกรอบ เวอร์ชั่นใหม่ จาก ‘นุสรา’ เป็นเมนูที่ภูมิใจในปีนี้และได้ฟีดแบคที่ดี ทั้งนี้ แกงปูใบชะพลู ทางร้านทำมาหลายเวอร์ชั่นแล้ว แต่ในครั้งนี้ลูกค้าประจำยังมาการันตีว่าแกงปูใบชะพลูกรอบเวอร์ชั่นใหม่คือดีที่สุด
* เซ็ตกะเพราเนื้อ จาก Le Du Kaan (ฤดูกาล) จะเสิร์ฟมาในหม้อร้อนใบใหญ่ และมีชาบูเนื้อมาพร้อมกันในชุด โดยในหม้อเป็นข้าวผัดซอสกะเพราหอมๆ ตักกินพร้อมเนื้อตุ๋นชิ้นโต และมี Bone Marrow ซอสกะเพรา มาให้คลุกเคล้ากับข้าวเพิ่ม มีความพรีเมี่ยมและอลังการ
นี่เป็นแค่ 3 เมนูจากร้อยกกว่าเมนูที่อยากให้ทุกคนได้ลองเท่านั้น ส่วนหนึ่งที่ผมอยากเปิดร้านอาหารคืออยากให้คนได้สัมผัสและเข้าใจรสชาติอาหารไทยให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติ เพราะผมเชื่อว่ามันสำคัญกว่าการมีแค่ร้าน Fine Dining ที่รับคนได้เพียง 30 คนต่อวัน ถ้าร้านเปิดไปเรื่อย ๆ ก็จะมีคนได้ทานแค่หลักหมื่นหรือหลักแสนคน
แต่ถ้าผมสามารถขยายร้านจาก Fine Dining ไปยังร้านที่เข้าถึงคนได้มากขึ้น สักวันหนึ่งจะมีลูกค้าหลายร้อยคนที่สามารถมาทานอาหารไทยที่ร้านของผมได้ มันคือ Impact ที่ยิ่งใหญ่และเป้าหมายที่ผมอยากทำให้สำเร็จในชีวิตของการเป็นเชฟ
ความฝันในวัยเด็ก สู่การเป็นเชฟตัวจริง
ตอนเด็ก ๆ ผมชอบทำอาหาร แต่ไม่ได้คิดว่าจะเป็นเชฟ เพราะสมัยนั้นหลายครอบครัวมักฝันให้ลูก ๆ เป็นหมอ ทนาย หรือวิศวกร เพราะถือว่าเป็นอาชีพที่มั่นคงและได้รับการยอมรับในสังคม ผมโตมากับการที่คุณตาคุณยายทำอาหารให้กินทุกวัน และกินข้าวที่บ้านเป็นหลัก ถึงแม้บางครั้งจะเบื่อ แต่พอได้ไปช่วยคุณตาคุณยายทำอาหารก็เริ่มชอบและสนุก เพราะได้ทำหลายอย่างตั้งแต่เด็ก ทำให้เริ่มซึมซับการทำอาหารมาเรื่อย ๆ จนกลายเป็นสิ่งที่รักและสนุกไปในที่สุด
ปัจจุบันผมรู้สึกดีใจที่สามารถทำสิ่งที่ชอบและทำให้มันนำไปสู่การเป็นเชฟได้สำเร็จ เป็นความฝันที่ไม่เคยคิดว่าจะทำได้ เช่น การเป็นคนไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ติดอันดับร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลก 2 ปีซ้อน ในงาน World's 50 Best Restaurants 2024 ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา รางวัลเหล่านี้ทำให้ผมรู้ว่าอาหารไทยไม่แพ้ชาติใด และยังมีรางวัลอื่น ๆ ที่ทำให้ผมภูมิใจมากเช่นกัน
แต่สิ่งที่ดีใจที่สุดคือการได้เห็นคนรุ่นใหม่อยากเป็นเชฟมากขึ้น และเริ่มเปลี่ยนทัศนคติที่ว่าเชฟไม่จำเป็นต้องทำอาหารอย่างเดียว เชฟต้องเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ตลอดเวลา ไม่ใช่แค่คิดเรื่องอาหารเท่านั้น เชฟเหมือนประตูที่เราสามารถเลือกเปิดได้หลายบาน ถ้าเปิดประตูที่เกี่ยวกับธุรกิจ เราก็แค่ศึกษาเพื่อทำให้ธุรกิจเราโตอย่างยั่งยืน หรือถ้าอยากเปิดประตูไปทางการเป็นนักแสดง ก็สามารถทำรายการทีวีของตัวเองได้ ดังนั้น เชฟจึงเป็นอาชีพที่เปิดโอกาสให้ได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ อย่างมาก
11 ปี กับ Fine Dining local 100 %
ตอนนี้เข้าสู่ปีที่ 11 ที่ได้มีโอกาสผลักดันเครือข่ายของวัตถุดิบจากชาวบ้าน เกษตรกร และชาวประมงในประเทศไทย จนกลายเป็นแนวทางหลักในวงการร้านอาหารไทย ยอมรับว่าเราเป็นเจ้าแรกในเมืองไทยที่ใช้วัตถุดิบจากชาวบ้าน 100% โดยไม่ได้พึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งหลายคนมักคิดว่าวัตถุดิบในประเทศเราไม่น่าจะดีพอ
จุดที่เราพยายามผลักดันคือการร่วมมือกับเกษตรกร ชาวประมง และฟาร์มเมอร์ เพื่อทำให้ร้านอาหารของเราใช้วัตถุดิบที่มาจากแหล่งในประเทศ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้ร้านอาหารมีเอกลักษณ์ แต่ยังช่วยให้เกษตรกรและผู้ผลิตมีรายได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งเนื้อไทยก็สามารถสู้กับเนื้อจากญี่ปุ่น ออสเตรเลีย หรืออเมริกาได้อย่างสบาย
การใช้วัตถุดิบจากชุมชนท้องถิ่นกลายเป็นส่วนหนึ่งของความภาคภูมิใจของเรา ที่ทำให้ร้านอาหารในเครือกลายเป็นตัวอย่างให้คนอื่นหันมาใช้วัตถุดิบจากชาวบ้านมากขึ้น ซึ่งช่วยให้ชุมชนเกษตรกรดีขึ้นอย่างยั่งยืน
แต่ก็ยังมีบางวัตถุดิบที่หายาก เช่น 'เหล้า' ที่มาจากชุมชน ซึ่งมีขั้นตอนการผลิตที่ดี โดยเชฟได้พูดคุยกับเกษตรกรบางรายที่มีที่นา 200 ไร่ แต่ไม่อยากทำการเกษตรเพราะรายได้จากการขายข้าวไม่มาก จึงได้หารือกันเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวโดยการนำมาทำ 'สาโทขาว' และ 'สาโทแดง' ซึ่งเป็นการสร้างแบรนด์ใหม่ที่ช่วยให้สามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งหมดนี้เป็นความพยายามที่จะช่วยเกษตรกรให้มีชีวิตที่ดีขึ้น และสร้างการสนับสนุนอย่างจริงจังให้กับชุมชนทั่วประเทศ
มุมมองวงการอาหารไทยปี 2024
วงการอาหารไทยในตอนนี้ถือว่ามีความสนุกและน่าตื่นเต้นมาก เพราะมีเชฟรุ่นใหม่หลายคนเข้ามาในวงการ ซึ่งถือเป็นเรื่องดีมาก และผมเชื่อว่าเชฟไทยเก่ง ๆ มีอยู่เยอะมาก อยากฝากถึงทุกคนที่อยากจะเป็นเชฟ ให้ทำด้วยความรู้และความพร้อมจริง ๆ ผมชอบที่เห็นร้านอาหารใหม่ ๆ เกิดขึ้นในวงการอาหารไทย แต่ก็อยากให้ทุกคนมีความมั่นใจในตัวเองและไม่ท้อถอย อย่าหมดกำลังใจและไปเปลี่ยนอาชีพที่คุณไม่ได้รัก เพราะทุกอาชีพมันไม่ง่าย
สำหรับคนที่อยากประสบความสำเร็จในวงการนี้ ผมขอแนะนำให้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปเรื่อย ๆ ความพยายามและการทำงานหนักจะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในอนาคต
อีกสิ่งที่อยากเห็นในวงการอาหารไทยคือการมีทาเลนท์ใหม่ ๆ เข้ามาอยู่เสมอ เพราะทุกวงการต้องการความคิดและพลังใหม่ ๆ การที่เรามีเลือดใหม่ที่มีความสามารถและทำสิ่งที่แตกต่าง จะช่วยขับเคลื่อนวงการอาหารให้ก้าวไปข้างหน้าและสร้างแรงกระเพื่อมที่ดีได้
ความอร่อยของเชฟ
ความอร่อยของอาหารที่ผมมุ่งหวังคือการทำให้ผู้ทานรู้สึกสบายใจและคุ้นเคย เมื่อทานแล้วรู้สึกแฮปปี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ค่อนข้างยาก เพราะแต่ละคนมีรสนิยมที่แตกต่างกัน เช่นเดียวกับการทานก๋วยเตี๋ยว 1 ชามที่คน 10 คนทาน จะมีความคิดเห็นเกี่ยวกับรสชาติที่ไม่เหมือนกัน นี่เป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้นผมจึงคอยคิดเสมอว่าจะแทนที่จะทำอาหารที่ทุกคนจะรู้สึกสบายใจและยิ้มได้เมื่อทานอาหารมื้อพิเศษ
รางวัลกับเชฟต้น
ต้องขอยอมรับว่าผมได้รับรางวัลมาหลายรางวัล รวมถึงรางวัล PEOPLE OF TODAY จาก LINE TODAY ในสาขา "Inspiring the International with Modern Thai Cuisine" ซึ่งรางวัลเหล่านี้ทำให้ผมรู้สึกดีใจที่สิ่งที่เราทำได้รับการยอมรับจากผู้คน แต่สิ่งที่ผมอยากบอกกับคนรุ่นใหม่คือ อย่าจดจ่อกับการมองหารางวัล เพราะรางวัลจะมาเองเมื่อเราทำสิ่งที่เรารักและตั้งใจจริง แต่อยากให้เราจดจ่อกับการทำงานและเป้าหมายของเราเองมากกว่า
ย้อนกลับไปเมื่อ 11 ปีก่อนตอนที่เปิดร้าน ผมไม่ได้คิดถึงรางวัลพวกนั้นเลย ความฝันของผมแค่ต้องการเปิดร้านที่ใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น 100% เพื่อสนับสนุนชาวนา ชาวไร่ และชาวประมงให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมทั้งอยากให้คนทั่วโลกยอมรับและพัฒนาอาหารไทยมากขึ้น
รางวัลคือสุดสูงสุดของการเป็นเชฟ
ส่วนตัวคิดว่ารางวัลไม่ใช่จุดสูงสุดของการเป็นเชฟ ซึ่งจุดมุ่งหมายของชีวิตคืออยากให้อาหารของผมเข้าถึงทุกคนได้มากที่สุด และอยากให้ทุกคนจดจําไว้ว่าเชฟต้นไม่ใช่เชฟที่ได้รางวัลเยอะที่สุด
แต่เป็นเชฟที่ทำให้อาหารไทยเป็นที่รู้จักมากที่สุดคนหนึ่ง และอยากให้ทุกคนรักอาหารไทยมากขึ้น อยากให้คนมาเมืองไทยมากที่สุดตั้งแต่ที่จะมีเชฟคนไหนทำมา สิ่งนี้คือเป้าหมายสูงสุดของการเป็นเชฟ
ถ้าเปรียบเส้นทางชีวิตของเชฟต้นเป็นเมนูอาหาร
จริง ๆ แล้วไม่เคยมีใครถามแบบนี้มาก่อน แต่ถ้าจะเปรียบเสมือนเมนูอาหาร ผมคิดว่า "ส้มตำปูปลาร้า" น่าจะเป็นตัวแทนของชีวิตผม เพราะมันมีรสชาติที่เฉพาะตัวเป็นเอกลักษณ์ บางคนอาจไม่ชอบ แต่สำหรับผม "ส้มตำปูปลาร้า" คือลูกเล่นที่ขาดไม่ได้ในชีวิต บางครั้งเราไม่สามารถควบคุมรสชาติของปลาร้าได้ทั้งหมด แต่เมื่อเราเจอส่วนผสมที่ลงตัว อย่างพริก มะนาว และน้ำปลาร้า มันก็จะเกิดรสชาติใหม่ ๆ ที่อร่อยและลงตัวได้
มันเหมือนกับการทำอาหารไทยที่ผมพยายามจะชูรสชาติของวัตถุดิบท้องถิ่น เพื่อสร้างความแตกต่างและทำให้ทุกคนเข้าถึงความอร่อยของอาหารที่ผมทำได้ทุกเมนู
อนาคตกับ ‘เชฟต้น’ พร้อมผลักดันคนรุ่นใหม่
ความฝันในฐานะเชฟ คือการสร้างโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถและฝันอยากเป็นเชฟ โดยในอนาคตผมตั้งใจจะทำโครงการเพื่อสนับสนุนเชฟรุ่นใหม่ที่มีฝีมือและวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ด้วยการให้โอกาสพวกเขามีร้านอาหารของตัวเอง โดยการลงทุนจากผม หรือหาผู้ลงทุนเพื่อเติมเต็มความฝันเหล่านั้น
โปรเจกต์นี้จะไม่ใช่รายการทีวี แต่จะเป็นโครงการจริงที่ให้คนที่มีความสามารถและคอนเซ็ปต์ที่ชัดเจนได้มานำเสนอผลงานกับผม และหากทำอาหารได้โดนใจ โดยจะช่วยพวกเขามีร้านอาหารเป็นของตัวเอง สิ่งนี้เป็นก้าวสำคัญที่อยากทำในอนาคต
เกณฑ์การตัดสินจะดูจากหลายปัจจัย เช่น รสชาติ คอนเซ็ปต์ และเอกลักษณ์ของอาหาร เพราะในยุคนี้มีคนทำอาหารเก่งมากมาย แต่ศิลปะของอาหารไม่ได้แค่เรื่องของรสชาติ ความอร่อยของแต่ละคนแตกต่างกันไป สิ่งสำคัญที่สุดคือคอนเซ็ปต์ที่ดี ซึ่งจะทำให้สามารถดึงดูดคนและทำให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ
ทิ้งทายกับเชฟตัน
อาหารไทยในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างมาก ซึ่งตัวผมเองเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้มาตั้งแต่เปิดร้าน 11 ปีที่ผ่านมา อาหารไทยไม่เพียงแต่พัฒนาขึ้นในระดับไฟน์ไดนิ่ง แต่ยังได้รับการปรับปรุงและทำให้ดียิ่งขึ้นในรูปแบบของสตรีทฟู้ดเช่นกัน
ทุกวันนี้ในโลกออนไลน์เราจะเห็นว่าอาหารไทยก้าวไปสู่ระดับใหม่ เช่น ข้าวมันไก่ที่เคยเป็นแค่เมนูธรรมดา ตอนนี้ได้พัฒนาเป็นข้าวมันไก่ฟัวกรา นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้น และเชื่อว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า อาหารไทยจะมีการพัฒนาและน่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีก