โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ใครจะเป็นประธานาธิบดีคนใหม่เวียดนาม ? เมื่อ “ดาวรุ่ง” ของพรรคกลายเป็น “ดาวดับ”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 มี.ค. 2567 เวลา 06.33 น. • เผยแพร่ 21 มี.ค. 2567 เวลา 16.34 น.
หวอ วัน เถือง (ภาพโดย Nhac NGUYEN / AFP)

หวอ วัน เถือง (Vo Van Thuong) ลาออกจากตำแหน่ง “ประธานาธิบดี” ของเวียดนาม หลังจากโดนพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามซึ่งเป็นผู้ปกครองประเทศบีบให้ลาออก

หวอ วัน เถือง เป็นประธานาธิบดีคนที่ 2 ของเวียดนามที่ต้องลงจากตำแหน่งในรอบ 1 ปีกว่า หลังจากที่เขาได้รับเลือกขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีชั่วคราวเมื่อเดือนมีนาคม 2023 ต่อจากประธานาธิบดีเหวียน ซวน ฟุก (Nguyen Xuan Phuc) ที่ถูกกดดันให้ลาออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคม 2023

ตามคำแถลงของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามซึ่งประกาศการยอมรับการลาออกของ หวอ วัน เถือง เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2024 หวอ วัน เถือง ถูกกล่าวหาว่าละเมิดกฎของพรรค แต่ไม่ได้มีการชี้แจงอย่างชัดเจนว่าเขาทำอะไรผิด

อย่างไรก็ตาม พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามได้ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นในวงกว้างในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา และการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งต่าง ๆ ในระดับสูงที่เกิดขึ้นก็ล้วนมีส่วนเชื่อมโยงกับการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่น จึงมีการคาดเดาว่าการลาออกของ หวอ วัน เถือง อาจเกี่ยวข้องกับกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศจับกุมอดีตผู้ว่าฯจังหวัดกว๋างหงายเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ในข้อหาคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ หวอ วัน เถือง เป็นเลขาธิการพรรคอยู่ที่จังหวัดดังกล่าว

หวอ วัน เถือง ซึ่งปัจจุบันอายุ 53 ปี ถูกมองว่าเป็น “ดาวรุ่ง” ของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม เขาเป็นสมาชิกที่อายุน้อยที่สุดในคณะโปลิตบูโรซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีอำนาจสูงสุดของพรรค เขามีบทบาทระดับแถวหน้าในงานด้านต่างประเทศของเวียดนาม และยังเป็นบุตรบุญธรรมของ เหวียน ฝู จ่อง (Nguyen Phu Trong) เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ซึ่งเป็นบุคคลที่มีอำนาจสูงสุดในพรรคและในประเทศ

ก่อนหน้านี้ หวอ วัน เถือง ถูกมองว่าจะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามต่อจาก เหวียน ฝู จ่อง วัย 79 ปี ซึ่งสุขภาพไม่ค่อยดี การต้องลงจากตำแหน่งประธานาธิบดีก่อนเวลาอันควร พร้อมกับการมีประวัติด่างพร้อยของเขา จึงมีหลายแง่มุมให้จับตามองสถานการณ์การเมืองในเวียดนามต่อไป

“ความมีเสถียรภาพ” มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประเทศเวียดนาม ซึ่งเศรษฐกิจถูกขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สำคัญคือ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เนื่องจากมีบริษัทต่างชาติจำนวนมากเลือกเข้าไปตั้งฐานการผลิตในเวียดนาม โดยมีปัจจัยเรื่องเสถียรภาพเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการพิจารณา

หลายทศวรรษที่ผ่านมา เสถียรภาพของเวียดนามได้รับการ “รับประกัน” โดยรัฐที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวดจากพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม แต่ขณะนี้เสถียรภาพของเวียดนามดูไม่แน่นอนเท่าในอดีต

ถึงอย่างนั้นก็ตาม นักวิเคราะห์เห็นพ้องกันว่า การเปลี่ยนแปลงผู้นำเวียดนามในปัจจุบันจะไม่ส่งผลกระทบต่อนโยบายหลักของประเทศ รวมถึง “การทูตแบบไผ่ลู่ลม” ที่มุ่งรักษาความสัมพันธ์อันดีกับสหรัฐอเมริกาและจีนไปพร้อม ๆ กัน

คำถามที่น่าสนใจในตอนนี้คือ เมื่อ “ดาวรุ่ง” ของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามกลายเป็น “ดาวดับ” ไปแล้ว ใครจะเป็นประธานาธิบดี (ชั่วคราว) คนต่อไปของเวียดนาม ?

ในการประชุมสมัยวิสามัญเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม รัฐสภาเวียดนามได้แต่งตั้ง หวอ ถิ แองห์ ซวน(Vo Thi Anh Xuan) รองประธานาธิบดีให้ดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดี ซึ่งเป็นงานที่เธอเพิ่งทำเมื่อปีที่แล้ว ตอนที่อดีตประธานาธิบดี เหวียน ซวน ฟุก ลาออก

วาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจะสิ้นสุดลงในปี 2026 เช่นเดียวกับตำแหน่งงานระดับสูงอื่น ๆ แต่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามมีแนวโน้มที่จะเลือกประธานาธิบดีถาวรในเดือนพฤษภาคม 2026 ซึ่งเป็นกำหนดเวลาที่รัฐสภาจะจัดการประชุมเต็มชุดสมัยสามัญครั้งต่อไป เว้นแต่จะมีการประชุมวิสามัญเกิดขึ้นเร็วกว่านั้น

นักวิเคราะห์หลายคนระบุว่า ผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนต่อไป ได้แก่ โต เลิม(To Lam) รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงสาธารณะผู้มากอำนาจ และ เจือง ถิ มาย(Truong Thi Mai) ผู้มากประสบการณ์ในพรรค

อย่างไรก็ตาม โต เลิม อาจสนใจตำแหน่ง “เลขาธิการพรรค” ซึ่งมีอำนาจมากกว่าตำแหน่งประธานาธิบดีที่เป็นตำแหน่งในทางพิธีการและเชิงสัญลักษณ์

ขณะที่หน้าที่การงานของ เจือง ถิ มาย ถูกมองว่าตกอยู่ในความเสี่ยงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงผู้นำครั้งล่าสุด แต่ก็ไม่มีการประกาศการตัดสินใจของพรรคเกี่ยวกับเธอเมื่อวันพุธที่ 20 มีนาคมที่ประกาศการลาออกของประธานาธิบดี

นอกจากนี้ มีอีก 2 ชื่อที่แพร่หลายในหมู่นักวิเคราะห์ นักการทูต และเจ้าหน้าที่ของต่างประเทศ ได้แก่ ฟาน วัน ซาง(Phan Van Giang) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม และ เหวียน วัน เนน(Nguyen Van Nen) เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนสาขานครโฮจิมินห์

นอกจากการคาดการณ์ถึงรายชื่อเหล่านี้ที่มีสิทธิจะเลื่อนขึ้นสู่ตำแหน่งระดับสูงสุด นักวิเคราะห์และนักการทูตก็ยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะมีการสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งครั้งใหญ่ของบรรดาคนที่อยู่ในระดับสูงสุดอยู่แล้ว โดยมีการคาดว่า ฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์(Pham Minh Chinh) นายกรัฐมนตรี หรือเวือง ดิ่งห์ เหวะ (Vuong Dinh Hue) ประธานรัฐสภา อาจจะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี โดยสละตำแหน่งปัจจุบันของตนเอง

อ้างอิง :

  • Reuters [1]
  • Reuters [2]

อ่านเนื้อหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ใครจะเป็นประธานาธิบดีคนใหม่เวียดนาม ? เมื่อ “ดาวรุ่ง” ของพรรคกลายเป็น “ดาวดับ”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...