โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ยูโอบี คาดจีดีพีปี'67 ขยายตัวได้ 3.6% ท่องเที่ยว-ส่งออกฟื้น เงินบาทขยับแข็งค่า

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ก.พ. 2567 เวลา 03.51 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. 2567 เวลา 03.37 น.
เอ็นริโก้ ทานูวิดจายา

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2567 ขยายตัว 3.6% อานิสงส์ภาคการท่องเที่ยว-การส่งออก-การบริโภคฟื้นตัว พร้อมมาตรการกระตุ้นภาครัฐ คาดนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 33 ล้านคน ด้านเงินบาททยอยแข็งค่าปลายปีแตะ 33.00 บาทต่อดอลลาร์

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 นายเอ็นริโก้ ทานูวิดจายา นักเศรษฐศาสตร์ Global Economics and Market Research ธนาคารยูโอบี กล่าวว่า ปัจจัยหลักที่ช่วยส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจไทยคือ ภาคส่งออกสินค้าและภาคท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มปรับดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการจ้างงานและสร้างรายได้ให้แก่แรงงาน โดยเฉพาะในภาคบริการ ควบคู่ไปกับการบริโภคภาคครัวเรือนที่จะยังคงแข็งแกร่งและได้รับอานิสงส์เพิ่มเติมจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐ ทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่ปรับดีขึ้นพร้อมกับการฟื้นตัวของอุปสงค์จากต่างประเทศจะเป็นปัจจัยพื้นฐานเชิงบวกส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งแกร่งขึ้น

นอกจากนี้ ประเทศไทยจะได้รับอานิสงส์เพิ่มเติมจากเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (FDI) ที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทต่างชาติที่เดินหน้าย้ายฐานการผลิตเข้ามาในประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากผลกระทบจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยส่วนหนึ่งสะท้อนจากสถิติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลต่อเนื่องให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชน และสนับสนุนให้สภาวะเศรษฐกิจโดยรวมฟื้นตัว

ดังนั้น ยูโอบีประเมินว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ 3.6% จากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว ส่งออกสินค้า และการบริโภคภาคเอกชน รวมทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล อย่างไรก็ดี การฟิ้นตัวทางเศรษฐกิจของไทยอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจของจีน” นายเอ็นริโก้กล่าว

ท่องเที่ยวและส่งออกเป็นปัจจัยหลักหนุนการเติบโต รายงานการศึกษาของธนาคารยูโอบีพบว่าในปี 2566 ที่ผ่านมาประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศสูงถึง 28.2 ล้านคน หรือคิดเป็นประมาณ 70% ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปี 2562 ซึ่งการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยวจะช่วยขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจและผลักดันการเติบโตในปีนี้ เห็นได้จากดัชนีผลผลิตภาคบริการ (Service Production Index : SPI) ที่ปรับตัวสูงอย่างต่อเนื่อง

โดยธนาคารคาดการณ์ว่านโยบาย “วีซ่าฟรี” ของรัฐบาลที่จะดำเนินควบคู่ไปกับความต้องการในการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศ และสถานการณ์การเดินทางโดยอากาศยานที่กำลังกลับเข้าสู่ภาวะปรกติ จะมีส่วนกระตุ้นให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมายังประเทศไทยมากขึ้น โดยคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2567 อยู่ที่ 33 ล้านคน (หรือ 83% ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดก่อนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19)

สำหรับภาคส่งออกที่ถึงแม้จะหดตัวในปีที่ผ่านมา แต่ด้วยสถานการณ์การค้าโลกที่ส่งสัญญาณในทางบวกจะช่วยกระตุ้นการส่งออกสินค้าของไทยให้เพิ่มขึ้นได้ในปี 2567 โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมหลัก เช่น ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และอาหารแปรรูป

แรงกดดันเงินเฟ้อแผ่วลง อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยติดลบต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลา 4 เดือนนับตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา จากมาตรการอุดหนุนราคาพลังงานและค่าไฟฟ้าของภาครัฐ ขณะที่อุปทานสินค้าเกษตรและอาหารปรับดีขึ้นส่งผลให้เงินเฟ้อในหมวดอาหารสดชะลอลง ธนาคารประเมินว่าแนวโน้มของอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังจากมาตรการภาครัฐและมาตราการระยะสั้นอื่น ๆ สิ้นสุดลงในเดือนเมษายนนี้

ถึงแม้รัฐบาลมีแผนที่จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะจากโครงการกระเป๋าเงินดิจิทัลเพื่อกระตุ้นการในการบริโภคในประเทศและอาจส่งแรงกดดันต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ แต่ธนาคารประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2567 จะมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1.6% ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มเติบโตในอัตราคงที่จากปีก่อน ราคาน้ำมันโลกที่มีแนวโน้มทรงตัว และอุปสงค์ในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

ค่าเงินบาทแข็งแกร่ง ยูโอบีประเมินว่าสกุลเงินบาทจะเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่มีแนวโน้มแข็งค่าในปี 2567 เมื่อเปรียบเทียบกับสกุลเงินอื่น ๆ ในภูมิภาค ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้สกุลเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าเมื่อเทียบกันสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐคือ แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่เป็นไปในทางที่ดีขึ้น การเกินดุลบัญชีเดินสะพัด อัตราดอกเบี้ยที่มีเสถียรภาพ และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งสนับสนุนให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นและอยู่ที่ระดับ 34.8 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วงครึ่งปีแรก และมีแนวโน้มแข็งค่าอยู่ที่ระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในครึ่งปีหลัง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยูโอบี คาดจีดีพีปี’67 ขยายตัวได้ 3.6% ท่องเที่ยว-ส่งออกฟื้น เงินบาทขยับแข็งค่า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...