โอไมครอน BA.2.86 กลายพันธุ์สู่ JN.1-KP.2-KP.3 ความท้าทายของการพัฒนาวัคซีน
The Bangkok Insight
อัพเดต 01 พ.ค. 2567 เวลา 04.55 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2567 เวลา 04.55 น. • The Bangkok Insightศูนย์จีโนมฯ ชี้วิวัฒนาการของไวรัสโควิด-19 การเกิดขึ้นของโอไมครอน BA.2.86 และสายพันธุ์ย่อย JN.1-KP.2-KP.3 ความท้าทายและความจำเป็นในการร่วมมือระดับโลกเพื่อวิจัยและพัฒนาวัคซีน
ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ รพ.รามาธิบดี โพสต์เพจเฟซบุ๊ก Center for Medical Genomics เรื่อง วิวัฒนาการของไวรัสโควิด-19 การเกิดขึ้นของโอไมครอนสายพันธุ์ BA.2.86 และสายพันธุ์ย่อย JN.1, KP.2, KP.3 ความท้าทายในการรับมือและความจำเป็นในการร่วมมือระดับโลกเพื่อวิจัยและพัฒนาวัคซีน
วิวัฒนาการของไวรัส SARS-CoV-2 ที่ทำให้เกิดการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ซึ่งนำไปสู่การเกิดสายพันธุ์ใหม่ ๆ สายพันธุ์ที่มีการกลายพันธุ์อย่างมีนัยสำคัญคือ โอไมครอน BA.2.86 หรือที่รู้จักกันในชื่อ Pirola
สายพันธุ์นี้กลายพันธุ์ไปอีกเกิดเป็นสายพันธุ์ย่อย ได้แก่ JN.1, KP.2 และ KP.3 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการแพร่เชื้อและอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของวัคซีน
JN.1 เป็นสายพันธุ์ลูกของโอไมครอน BA.2.86 ที่กลายพันธุ์ตำแหน่ง L455S และ JN.1 เองเกิดการกลายพันธุ์เพิ่มเติมที่ตำแหน่ง F456L และ R346T กลายเป็นสายพันธุ์ย่อยชื่อ KP.2 นอกจากนี้ JN.1 ยังกลายพันธุ์อีกชุดหนึ่งที่ตำแหน่ง F456L และ Q493 กลายเป็นสายพันธุ์ย่อยชื่อ KP.3
KP.2 มีความได้เปรียบในการเติบโตและแพร่เชื้อ โดยแพร่เชื้อได้มากกว่า JN.1 ประมาณ 56% หรือ 1.58 เท่า ในขณะที่ KP.3 มีความได้เปรียบในการแพร่เชื้อมากกว่า JN.1 ถึง 110% หรือ 2.1 เท่า จากความได้เปรียบในการเติบโตและแพร่เชื้อนี้ คาดว่าโอไมครอน KP.3 จะแพร่ระบาดเป็นสายพันธุ์หลักแทนที่ JN.1 และ KP.2 ในอนาคต
เพื่อรับมือกับการระบาดของสายพันธุ์ใหม่ องค์การอนามัยโลกได้เสนอให้ปรับสูตรผลิตวัคซีนเข็มกระตุ้นโดยใช้โอไมครอน JN.1 เพียงสายพันธุ์เดียวเป็นต้นแบบในการผลิต (Monovalent JN.1 Lineage)
อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลกแนะนำว่า โปรแกรมการฉีดวัคซีนควรยังคงใช้วัคซีนโควิด-19 ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลกต่อไป โดยไม่ต้องรอวัคซีนรุ่นใหม่ที่มีองค์ประกอบแอนติเจนใหม่
ประเทศไทยได้ดำเนินการสุ่มถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมของ SARS-CoV-2 โดยพบการแพร่ระบาดของโอไมครอน KP.3 จำนวน 2 ราย แต่ยังไม่พบโอไมครอน KP.2 ซึ่งระบาดเป็นสายพันธุ์หลักในสหรัฐในขณะนี้
ความสามารถในการแพร่เชื้อที่เพิ่มขึ้นของ KP.2 และ KP.3 อาจส่งผลกระทบต่อกลยุทธ์ด้านสาธารณสุข รวมถึงการรณรงค์ฉีดวัคซีน เนื่องจากไวรัสสามารถแพร่เชื้อได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นจึงต้องมีการเฝ้าระวังและวิจัยเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของสายพันธุ์และสายพันธุ์ย่อยใหม่เหล่านี้อย่างต่อเนื่อง
เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการร่วมมือกันในระดับโลกด้านการวิจัย การแบ่งปันข้อมูล และความพยายามในการฉีดวัคซีนเพื่อลดผลกระทบจากไวรัส รวมถึงการปรับปรุงวัคซีนหากจำเป็นเพื่อให้มีประสิทธิภาพต่อสายพันธุ์และสายพันธุ์ย่อยใหม่ ๆ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- WHO แนะนำปรับปรุงวัคซีนโควิด-19 พุ่งเป้าไปที่โอไมครอน JN.1
- รู้สาเหตุแล้ว ทำไมสถานที่คนอยู่รวมกันแออัด ทำให้ติดไวรัสโควิดได้ง่าย
- เปิดเคสศึกษาโควิด ชาย 72 ปี ติดโควิดทุบสถิติโลก 613 วัน เชื้อกลายพันธุ์ 50 ครั้ง
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X (Twitter): https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg