โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อักษรจีนในภาษาญี่ปุ่นนั้นทำไมถึงใช้จีนตัวเต็มผสมกับจีนตัวย่อกันนะ?: สาเหตุทางประวัติศาสตร์ฉบับย่อ

conomi

อัพเดต 22 มี.ค. 2567 เวลา 11.52 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. 2567 เวลา 00.00 น. • conomi.co

(เผยแพร่ครั้งแรก 4 ส.ค. 2022) ใครที่เรียนภาษาญี่ปุ่นกันคงทราบดีว่าภาษาญี่ปุ่นมีอักษร 3 แบบคือ ฮิระงะนะ (ひらがな) คะตะกะนะ (カタカナ) และ คันจิ (漢字) ซึ่งแม้จะยากเพียงใดก็คงไม่ใช่ปัญหามากนักสำหรับในระดับต้น ๆ แต่พอเรียนไปจนขึ้นถึงระดับสูงและเริ่มเจออักษรคันจิหลากหลายมากขึ้น หรือ ใครที่รู้ภาษาจีนกลางก่อนมาเรียนภาษาญี่ปุ่น หรือ ใครที่เรียนภาษาญี่ปุ่นก่อนแล้วค่อยไปเรียนภาษาจีนกลาง อาจจะสงสัยว่าเอ๊ะ ภาษาจีนมันก็มีเป็นอักษรจีนตัวเต็ม (繁体字) กับ จีนตัวย่อ (简体字) แต่ทำไมในภาษาญี่ปุ่นถึงได้ใช้บางตัวเป็นตัวเต็ม และบางตัวเป็นตัวย่อกันนะ เหมือนกับมั่ว ๆ ยังไงก็ไม่รู้ วันนี้เลยจะมาคุยเรื่องอักษรตัวเต็มกับตัวย่อกัน

อารยธรรมที่ใช้อักษรจีนมีที่ใดบ้าง?

Kanji History - อิทธิพลอักษรจีน

ก่อนอื่นมาดูกันว่ามีบริเวณใดบ้าง (ผู้เขียนขอหลีกเลี่ยงไม่ใช้คำว่า “ประเทศ” เพื่อหลีกเลี่ยงข้อพิพาทใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้น) ที่ใช้อักษรจีนในภาษาของตัวเอง ก็มีจีนแผ่นดินใหญ่ ไต้หวัน ฮ่องกง มาเก๊า สิงคโปร์ มาเลเซีย ญี่ปุ่น เกาหลี และเวียดนาม โดยจะแบ่งแนวทางการใช้อักษรจีนของประเทศเหล่านี้ได้ 5 แนวทางคือ

  • พื้นที่ที่ยังคงใช้อักษรจีนตัวเต็มแบบค่อนข้างดั้งเดิมเป็นกระแสหลัก: ได้แก่ ไต้หวัน ฮ่องกง และมาเก๊า
  • พื้นที่ที่ใช้อักษรจีนตัวย่อกันมาก แต่ก็มีการใช้อักษรจีนตัวเต็มผสมอยู่ด้วย: ได้แก่ สิงคโปร์ และมาเลเซีย
  • พื้นที่ที่ใช้แต่อักษรจีนตัวย่อเป็นกระแสหลัก: คือจีนแผ่นดินใหญ่
  • พื้นที่ที่ใช้อักษรจีนแบบผสมกับระบบอักษรของตัวเอง: ได้แก่ ญี่ปุ่น และ เกาหลี
  • พื้นที่เคยใช้อักษรจีน แต่ในปัจจุบันยกเลิกการใช้อักษรจีนไปแล้วโดยสิ้นเชิง: คือ เวียดนาม

สาเหตุที่อักษรจีนในภาษาญี่ปุ่นใช้ผสมกันระหว่างตัวเต็มและตัวย่อ

Kanji History - Origin of Kanji

ก่อนอื่นเราจะสรุปง่าย ๆ ได้ว่าอักษรจีนนั้นแบ่งเป็น 2 ขั้วใหญ่ คือ ตัวเต็ม และ ตัวย่อ เราจะตัดตัวเลือกของสิงคโปร์และมาเลเซียทิ้งไปเพราะว่าได้รับอิทธิพลผสมระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่และจีนอื่น ๆ นอกแผ่นดินใหญ่ ส่วนทางเกาหลีเราก็จะไม่พูดถึงเพราะว่าภาษาเกาหลีปัจจุบันนั้นประสบความสำเร็จในการไม่ต้องใช้อักษรจีนก็ไม่ได้มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตประจำวันแต่อย่างใด จึงมีการใช้อักษรจีนน้อยมากในภาษาเกาหลีปัจจุบัน ส่วนภาษาเวียดนามปัจจุบันยกเลิกการใช้อักษรจีนไปแล้วโดยสิ้นเชิง ก็เลยจะไม่พูดถึง เพราะฉะนั้นประเด็นปัญหาหลักในวันนี้คืออักษรคันจิในภาษาญี่ปุ่นนั่นเอง

ต้องคิดถึงจีนแผ่นดินใหญ่เมื่อช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ที่มีความวุ่นวายมากมาย ตั้งแต่ปลายราชวงศ์ชิง และมีการต่อสู้กันเองระหว่างกลุ่มอำนาจหลายกลุ่ม เกิดสงครามกลางเมือง ฯลฯ โน่นนี่นั่นมากมาย (ประวัติศาสตร์จีนช่วงนั้นซับซ้อนมาก ไปหาอ่านกันได้) ส่วนทางฝั่งญี่ปุ่นนั้นประสบความสำเร็จในการวางมาตรฐานอักษรจีนได้ก่อน คือในปี ค. ศ. 1946 ได้มีการริเริ่มที่จะรวบรวมอักษร “โทโยคันจิ (当用漢字)” เอาไว้ทั้งหมด 1,850 ตัว และในปี ค. ศ. 1949 ก็มีการเผยแพร่ “ตารางรูปแบบอักษรโทโยคันจิ (当用漢字字体表)” สู่สาธารณชน ในขณะที่จีนแผ่นดินใหญ่เองนั้นกว่าที่พรรคคอมมิวนิสต์จะชนะสงครามกลางเมืองและสามารถสถาปนา “สาธารณรัฐประชาชนจีน (中華人民共和国)” ได้สำเร็จในเดือนตุลาคม ค. ศ. 1949 และกว่าที่รัฐบาลจีนจะประกาศนโยบายอักษรจีนตัวย่อก็ปาเข้าไปปี ค. ศ. 1956 แล้ว ทำให้กลายเป็นว่า ญี่ปุ่นวางระบบอักษรจีนตัวย่อไปก่อนรัฐบาลจีนที่แผ่นดินใหญ่ถึงเกือบ 10 ปีเลยทีเดียว ทำให้การจัดระบบอักษรจีนเลยแยกออกเป็น 2 สายใหญ่คือ แบบโทโยคันจิแล้วก็มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกลายเป็น “โจโยคันจิ (常用漢字)” ในปัจจุบันของญี่ปุ่น และแบบจีนตัวย่อของจีนแผ่นดินใหญ่ เป็นอีกสายหนึ่ง

กล่าวโดยสรุป

Kanji History - Conclusion

ภาษาญี่ปุ่นปัจจุบันมีการใช้อักษรตัวเต็มผสมกับตัวย่อ แต่ตัวย่อของญี่ปุ่นจะเรียกว่า 略字 แล้วก็การใช้อักษรตัวย่อของญี่ปุ่นนั้นจะยังคงพยายามเคารพรากเส้น (部首) แบบเดิมไว้ให้มากที่สุด คือถ้าย่อแล้วเสียความหมายของรากเส้น ญี่ปุ่นก็มีแนวโน้มจะตัดสินใจใช้ตัวเต็ม เช่นอักษร ญี่ปุ่นก็จะไม่ย่อ เพราะถ้าย่อเป็น จะทำให้เสียความหมายของรากเส้น ไป จะยกเว้นให้ในกรณีเป็นชื่อคน ชื่อสถานที่ หรือชื่อเฉพาะเท่านั้น ที่จะยอมให้ใช้อักษรตัวเต็ม หรืออักษรเวอร์วัง ในขณะที่ภาษาจีนกลางนั้นย่อแหลกจนกระทั่งทำให้ความหมายเดิมของรากเส้นเปลี่ยนไปก็ไม่เป็นไร เพราะเจตนารมณ์ของรัฐบาลจีนคือเน้นย่อให้อักษรง่ายที่สุดและเผยแพร่ได้เร็วไปสู่คนทุกชนชั้นได้มาก ๆ ในขณะที่ฝั่งญี่ปุ่นจะย่ออักษรแบบให้กระทบความหมายเดิมของรากเส้นให้น้อยที่สุด ก็เลยออกมาเป็นอักษรคันจิแบบญี่ปุ่นคือตัวย่อผสมตัวเต็ม และอักษรจีนแบบแผ่นดินใหญ่ที่ใช้ตัวย่อเป็นกระแสหลัก แบบในปัจจุบันนั่นเอง

เกี่ยวกับผู้เขียน

วีรยุทธ พจน์เสถียรกุล เป็นคนไทยเพียงไม่กี่คนที่เคยศึกษาที่มหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่นมาแล้วถึง 4 แห่ง โดยเคยได้รับทุนแลกเปลี่ยนระหว่างที่ว่าการจังหวัด Okinawa และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไปศึกษาที่ The University of the Ryukyus รวมทั้งเคยได้รับทุนรัฐบาลญี่ปุ่นแบบสอบผ่านสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ไปศึกษาที่ 1) Tokyo University of Foreign Studies / 2) International Christian University / และ 3) Keio University มีประสบการณ์ทำงานที่หลากหลาย เคยเป็นผู้สื่อข่าวและผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ให้บริษัท Nippon Production Service (บริษัทในเครือสถานีโทรทัศน์ NHK) / เป็นผู้สอนภาษาไทยที่สถาบันภาษาไทยหลายแห่งในโตเกียว / เป็นผู้เชี่ยวชาญภาษาไทยสำหรับชาวต่างชาติที่สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) / เป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจและการตลาดให้บริษัท Corporate Directions Inc. ของประเทศญี่ปุ่น / เป็นผู้ก่อตั้งสาขาภาษาญี่ปุ่นธุรกิจของคณะศิลปศาสตร์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ / เป็นผู้อำนวยการบริษัท AIRA Capital และเป็นทีมงานก่อตั้งบริษัท AIRA and AIFUL รวมทั้งบัตรกดเงินสด A-Money / เป็นที่ปรึกษาด้านทรัพยากรมนุษย์ของบริษัท TOYO Business Service / เป็นที่ปรึกษาด้านทรัพยากรมนุษย์ของบริษัท JECC ประเทศญี่ปุ่น / เป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจของบริษัท Business Consultants South East Asia / มีประสบการณ์สอนในมหาวิทยาลัยมากกว่า 10 แห่งในประเทศไทย / เป็นที่ปรึกษาและจัดฝึกอบรมให้องค์กรหลายแห่ง

ปัจจุบันมีธุรกิจเล็ก ๆ ของตัวเองคือ บริษัท Consulting Agency for Talent จำกัด ทำธุรกิจให้คำปรึกษาด้านพัฒนาองค์กรและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (HROD และ HRD) / เป็นนักวิชาการอิสระ / วิทยากรอิสระ / นอกจากเขียนคอลัมน์ที่ Conomi แห่งนี้แล้ว ก็เขียนคอลัมน์ให้ธนาคารไทยพาณิชย์ / เขียนคอลัมน์ให้ The PEOPLE Online Magazine / เขียนคอลัมน์ให้ Marumura และยังคงใฝ่เรียนรู้สิ่งใหม่ต่าง ๆ อยู่เสมอแม้ว่าจะมีปริญญา 7 ใบแล้วก็ตาม

ติดตามผลงานเขียนทั้งหมดของวีรยุทธได้ที่

Facebook : รวมผลงานของวีรยุทธ – Weerayuth’s Ideas

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...