“Allocation Fund” ช่วยกระจายความเสี่ยงได้จริง… ลงทุนได้ทุกภาวะตลาด ทางเลือกฝ่า “ตลาดโลกผันผวน” !!!
Wealthy Way: “อย่าใส่ไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว เวลาตะกร้าหล่น ไข่จะได้ไม่แตกไปทั้งหมด” สะท้อนถึงแนวคิดของ “กองทุนผสม” (Allocation Fund) ได้เป็นอย่างดี เพราะสินทรัพย์แต่ละประเภทย่อมมีวงจรชีวิตของตัวเองที่แตกต่างกันออกไป
ไม่จำเป็นว่าทุกสินทรัพย์ต้องดีพร้อมกันเสมอไป ในขณะที่สินทรัพย์หนึ่งดี อีกสินทรัพย์หนึ่งอาจจะไม่ดีก็ได้ แต่โดยภาพรวมแล้วก็จะช่วยลดความผันผวนและมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีสม่ำเสมอในระยะยาวได้เป็นอย่างดี
นั่นจึงทำให้ “Allocation Fund” เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์การลงทุนในทุกสภาวะตลาดได้เป็นอย่างดี แม้ในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนก็ตาม
ทำให้คุณได้ “ลงทุนอยู่ตลอดเวลา” และจะ “ไม่พลาดโอกาสลงทุน” ไปแต่ประการใด !!!
รู้หรือไม่?…ปัจจุบัน “Allocation Fund” ทั่วโลกมีมูลค่ารวมกันประมาณ 4.4 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 10% ของขนาดกองทุนรวมทั่วโลก
ในขณะที่ตลาดกองทุนรวมของไทยนั้น “Allocation Fund” มีสัดส่วนเพียง 7% ของตลาดโดยรวม ซึ่งนับว่ายังเป็นสัดส่วนที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับตลาดโลก จึงมีศักยภาพในการเติบโตของกองทุนในกลุ่มนี้ได้อีกมากเลยทีเดียว
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจของ “Allocation Fund” ทางเลือกลงทุนฝ่าตลาดโลกผันผวนมาฝากกัน
“Allocation Fund” ใหญ่เป็น “อันดับ3”…มีสินทรัพย์รวมกันกว่า 3 แสนล้านบาท
สำหรับ “กองทุนผสม” (Allocation Fund) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของนักลงทุนที่ต้องการกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ โดยมี “จุดเด่น” คือ ระดับความผันผวนที่ไม่สูงเท่ากับการลงทุนในหุ้นเพียงอย่างเดียว ทำให้สามารถช่วยกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุนโดยรวมได้ ในขณะเดียวกันก็ยังมีโอกาสสร้างการเติบโตของเงินลงทุนได้สูงกว่าการลงทุนในตราสารหนี้
จึงไม่น่าแปลกใจว่า “Allocation Fund” จึงเป็นกองทุนที่ได้รับความสนใจจากทั้งนักลงทุนไทยและนักลงทุนในต่างประเทศ โดย “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” ระบุในรายงานว่า “Allocation Fund” เป็นประเภทกองทุนที่มีขนาดทรัพย์สินใหญ่เป็น “อันดับ3” รองจาก “กองทุนตราสารหนี้” และ “กองทุนหุ้น” มีมูลค่าทรัพย์สินรวมประมาณเกือบ 3 แสนล้านบาทในตลาดกองทุนรวมของไทย
ทั้งนี้ “Morningstar” มีการจัดประเภทกองทุนในกลุ่ม “Allocation Fund” ของไทยไว้ทั้งหมด 4 กลุ่ม คือ
Conservative Allocation:กองทุนผสมที่มีสัดส่วนของหุ้นไม่เกิน 35%
Moderate Allocation: กองทุนผสมที่มีสัดส่วนของหุ้นตั้งแต่ 35% - 65%
Aggressive Allocation:กองทุนผสมที่มีนโยบายการลงทุนในหุ้นอย่างยืดหยุ่นตั้งแต่ 0%-100% ซึ่งโดยปกติสัดส่วนการลงทุนในหุ้นของกองทุนในกลุ่มนี้จะสูงกว่า 65%
Global Allocation:กองทุนผสมที่มีสัดส่วนของหุ้นไม่เกิน 65% และมีสัดส่วนอย่างน้อย 75% ในสินทรัพย์นอกประเทศไทย
“โดยปัจจุบันกองทุนประเภท ‘Global Allocation’ มีมูลค่าทรัพย์สินสูงที่สุดในกลุ่มกองทุน Allocation Fund โดยมีขนาดประมาณ 1 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของขนาดกองทุนทั้งหมดในกลุ่ม รองลงมาคือ ‘Aggressive Allocation’ ประมาณ 30%, ‘Conservative Allocation’ 20% และ ‘Moderate Allocation’ 15% ตามลำดับ”
“Allocation Fund” ช่วยกระจายความเสี่ยงได้จริง…ทางเลือกฝ่า “ตลาดโลกผันผวน”
ในขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่อาจจะสงสัยว่า “Allocation Fund” ช่วยกระจายความเสี่ยงได้จริงหรือไม่นั้น ผลการดำเนินงานของกลุ่ม “Allocation Fund” น่าจะเป็นคำตอบได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้จะพบว่าผลงานของ “Allocation Fund” นั้นค่อนข้างมีความแตกต่างกันตามสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเป็นสำคัญ
อย่างไรก็ตามจะเห็นว่าประโยชน์ของการกระจายการลงทุนของ “Allocation Fund” ทำให้ส่วนต่างของผลตอบแทนในแต่ละช่วงนั้นไม่สูงมาก ทุกประเภทกองทุนเลยทีเดียว มากน้อยขึ้นกับสัดส่วนของสินทรัพย์เสี่ยงเป็นสำคัญ สามารถช่วยตอบโจทย์เรื่องการกระจายความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี โดยทั้ง “ผลตอบแทน” และ “ความผันผวน” ของกองทุนในกลุ่มอยู่ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับกองทุนตราสารหนี้และหุ้น
“ท่ามกลาง ‘ความผันผวน’ ของตลาดหุ้น และความไม่แน่นอนของปัจจัยมหภาคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางในประเทศต่างๆ, ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือ การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่มีความแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาคและประเทศต่างๆทั่วโลก ส่งผลให้นักลงทุนอาจเริ่มมองหาการลงทุนทางเลือกที่มีความปลอดภัยต่อเงินลงทุน ดังจะเห็นได้จากทิศทางเงินลงทุนของไทยในปีนี้ มียอดเงินลงทุนสุทธิใน ‘กองทุนตราสารหนี้’ เป็นจำนวนมาก ในขณะที่ยอดเงินลงทุนสุทธิใน ‘กองทุนหุ้น’ปรับตัวติดลบประมาณ -1 หมื่นล้านบาท จากสถานการณ์ข้างต้น กองทุน ‘Allocation Fund’ ยังคงสามารถสร้างการเติบโตเป็นบวกได้ในปีนี้ โดยมูลค่าทรัพย์สินโดยรวมเติบโตเกือบ 5% และมียอดเงินลงทุนสุทธิรวมกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท”
สะท้อนถึงความนิยมของกลุ่ม “กองทุนผสม” (Allocation Fund)” ที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ไม่เพียงจะเหมาะสำหรับ “นักลงทุนมือใหม่” เท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นทางเลือกให้กับ “นักลงทุนมือเก๋า” ที่มีความรู้ความเข้าใจทางด้านการลงทุน แต่อาจไม่มีเวลาในการติดตามสถานการณ์การลงทุนเพื่อปรับพอร์ตได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสม หรือนักลงทุนที่ต้องการมีมืออาชีพด้านการลงทุนโดยเฉพาะ มาช่วยดูแลด้านการจัดสรรพอร์ตการลงทุนให้ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดการลงทุนโลกมีความผันผวนเช่นในปัจจุบันนี้