โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นโลก ป่วน “กองทุนผสม” ทางเลือกที่เหมาะ จัดพอร์ตให้เสร็จ ลดบาดเจ็บ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 ส.ค. 2567 เวลา 10.29 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. 2567 เวลา 01.30 น.

สภาพของตลาด หุ้นโลก ที่เป็นทะเลสีแดง หรือปรับตัวลงติดลบจากความกังวลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอย การกระจายความเสี่ยงในหลากหลายสินทรัพย์ ไม่กระจุกแต่เพียงในตลาดหุ้น และหุ้นรายกลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มเมกะเทรนด์อย่างเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะทำให้เจ็บตัวไม่มาก การลงทุนในกองทุนผสม หรือ Allocation Fund เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของนักลงทุนที่ต้องการกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์

มอร์นิ่งสตาร์ มีมุมมองมองว่า กองทุนผสม หรือ Allocation Fund เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของนักลงทุนที่ต้องการกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ โดยมีจุดเด่นคือ ระดับความผันผวนที่ไม่สูงเท่ากับการลงทุนในหุ้นเพียงอย่างเดียว ทำให้สามารถช่วยกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุนโดยรวมได้ ในขณะเดียวกันก็ยังมีโอกาสสร้างการเติบโตของเงินลงทุนได้สูงกว่าการลงทุนในตราสารหนี้ ทำให้กองทุน Allocation Fund ได้รับความสนใจจากทั้งนักลงทุนไทยและนักลงทุนในต่างประเทศ โดยเป็นประเภทกองทุนที่มีขนาดทรัพย์สินใหญ่เป็นอันดับต้นๆ รองจากกองทุนตราสารหนี้และกองทุนหุ้น มีมูลค่าทรัพย์สินรวมประมาณเกือบ 3 แสนล้านบาทในตลาดกองทุนรวมของไทย

มอร์นิ่งสตาร์ จัดประเภทกองทุนในกลุ่ม Allocation Fund ของไทยไว้ทั้งหมด 4 กลุ่ม คือ

  • Conservative Allocation: กองทุนผสมที่มีสัดส่วนของหุ้นไม่เกิน 35%
  • Moderate Allocation: กองทุนผสมที่มีสัดส่วนของหุ้นตั้งแต่ 35% - 65%
  • Aggressive Allocation: กองทุนผสมที่มีนโยบายการลงทุนในหุ้นอย่างยืดหยุ่นตั้งแต่ 0%-100% ซึ่งโดยปกติสัดส่วนการลงทุนในหุ้นของกองทุนในกลุ่มนี้จะสูงกว่า 65%
  • Global Allocation: กองทุนผสมที่มีสัดส่วนของหุ้นไม่เกิน 65% และมีสัดส่วนอย่างน้อย 75% ในสินทรัพย์นอกประเทศไทย

ปัจจุบันกองทุนประเภท Global Allocation (ลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลก) มีมูลค่าทรัพย์สินสูงที่สุดในกลุ่มกองทุน Allocation Fund โดยมีขนาดประมาณ 1 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของขนาดกองทุนทั้งหมดในกลุ่ม รองลงมาคือ กองทุนประเภท Aggressive Allocation (สัดส่วนประมาณ 30%), Conservative Allocation (สัดส่วนประมาณ 20%) และ Moderate Allocation (สัดส่วนประมาณ 15%) ตามลำดับ

หุ้นโลก

กองทุนผสมสามารถช่วยกระจายความเสี่ยงได้จริงหรือไม่?

ผลการดำเนินงานเฉลี่ยของกองทุนในกลุ่ม Allocation Fund ค่อนข้างมีความแตกต่างกันตามสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง โดยในปีนี้ กองทุนประเภท Global Allocation สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงสุดในกลุ่มต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 หลังจากที่มีการปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในปี 2565 โดยการฟื้นตัวของสินทรัพย์ในต่างประเทศเป็นปัจจัยบวกหลักต่อการปรับตัวเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนของกองทุนในกลุ่มนี้

ในทางตรงกันข้าม กองทุนประเภท Aggressive Allocation มีผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 หลังจากที่เคยปรับตัวขึ้นสูงสุดในปี 2564 ซึ่งมีสาเหตุมาจากการปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นไทย ในขณะที่กองทุนประเภท Moderate และ Conservative Allocation ปรับตัวเป็นบวกเล็กน้อยในปีนี้ เนื่องจากได้รับประโยชน์จากการกระจายการลงทุนในตราสารหนี้ในสัดส่วนที่สูงกว่ากองทุนประเภท Aggressive Allocation

จะเห็นว่าประโยชน์ของการกระจายการลงทุนของกลุ่มกองทุน Allocation Fund ทำให้ส่วนต่างของผลตอบแทนในแต่ละช่วงนั้นไม่สูงมาก โดยกองทุนประเภท Conservative Allocation ซึ่งเหมาะสมกับผู้รับความเสี่ยงได้ต่ำ สามารถสร้างผลตอบแทนย้อนหลังอยู่ในช่วง -3% ถึง 4% ในขณะที่กองทุนประเภท Aggressive Allocation ซึ่งเหมาะกับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง จะมีช่วงของผลตอบแทนที่กว้างขึ้น โดยข้อมูลตั้งแต่ปี 2562 ถึงปัจจุบัน พบว่า กองทุนประเภทดังกล่าวมีผลตอบแทนอยู่ในช่วงตั้งแต่ -7% ถึง 18%

นอกจากนี้ หากเทียบระดับผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนประเภท Global Allocation กับกองทุน Global Bond และ Global Equity จะเห็นได้ชัดว่าการกระจายการลงทุนของกองทุน Global Allocation สามารถช่วยตอบโจทย์เรื่องการกระจายความเสี่ยงได้ โดยทั้งผลตอบแทนและความผันผวนของกองทุนในกลุ่มอยู่ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับกองทุนตราสารหนี้และหุ้น

สำหรับกองทุนประเภท Conservative, Moderate และ Aggressive Allocation ที่เน้นการลงทุนในประเทศนั้น พบว่า การกระจายการลงทุนสามารถช่วยรักษาระดับความผันผวนและผลตอบแทนให้อยู่ในระดับปานกลางได้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านระดับความผันผวนของผลตอบแทนที่ปรับลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับการลงทุนในหุ้นเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม ด้วยระดับผลตอบแทนของกองทุนหุ้นไทยที่ปรับตัวลดลงค่อนข้างมากในปีนี้ ทำให้ผลตอบแทนโดยรวมของกองทุนประเภท Conservative, Moderate และ Aggressive Allocation ยังคงได้รับปัจจัยกดดัน

ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของนักลงทุน

ท่ามกลางความผันผวนของตลาดหุ้น และความไม่แน่นอนของปัจจัยมหภาคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางในประเทศต่างๆ, ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือ การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่มีความแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาคและประเทศต่างๆทั่วโลก ส่งผลให้นักลงทุนอาจเริ่มมองหาการลงทุนทางเลือกที่มีความปลอดภัยต่อเงินลงทุน ดังจะเห็นได้จากทิศทางเงินลงทุนของไทยในปีนี้ มียอดเงินลงทุนสุทธิในกองทุนตราสารหนี้สูงเกือบ 3 แสนล้านบาท ในขณะที่ยอดเงินลงทุนสุทธิในกองทุนหุ้นปรับตัวติดลบประมาณ -1 หมื่นล้านบาท

จากสถานการณ์ข้างต้น กองทุน Allocation Fund ยังคงสามารถสร้างการเติบโตเป็นบวกได้ในปีนี้ โดยมูลค่าทรัพย์สินโดยรวมเติบโตเกือบ 5% และมียอดเงินลงทุนสุทธิรวมกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตมาจากทั้งกองทุนประเภท Global Allocation, Aggressive Allocation และ Moderate Allocation ที่ล้วนมีเงินลงทุนสุทธิเป็นบวก ในขณะที่กองทุนประเภท Conservative Allocation เป็นกองทุนประเภทเดียวในกลุ่มที่มีเงินลงทุนสุทธิติดลบ

หากเทียบตัวเลขเงินลงทุนกับในอดีตนับว่าตัวเลขดังกล่าวอาจไม่ได้อยู่ในระดับที่สูงมากหากเทียบกับจุดสูงสุดที่กองทุนในกลุ่มนี้เคยทำได้ในปี 2559 ที่มียอดเงินลงทุนสูงถึง 8.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีปัจจัยขับเคลื่อนมาจากกองทุนประเภท Global Allocation และ Conversative Allocation เป็นหลัก ต่อมาในปี 2560 – 2562 ยอดเงินลงทุนโดยรวมยังคงเป็นบวกแต่ก็มีระดับที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนไปแตะระดับติดลบครั้งแรกในปี 2563 ที่ระดับ -6.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีปัจจัยกดดันมาจากทั้งกองทุนประเภท Conservative, Moderate และ Global Allocation

ทั้งนี้ ยอดเงินลงทุนโดยรวมยังคงติดลบต่อเนื่องจนถึงปี 2565 กระทั่งในปี 2566 ที่เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้น โดยยอดเงินลงทุนสุทธิเริ่มปรับตัวขึ้นเป็นบวกครั้งแรก หลังจากที่มีเงินลงทุนสุทธิติดลบต่อเนื่องในช่วงเวลา 3 ปีก่อนหน้า และยอดเงินลงทุนสุทธิในปี 2567 ยังปรับตัวเป็นบวก ซึ่งนับเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นรายเดือนต่อเนื่องกันเป็นเดือนที่ 4 เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2564

ประเด็นหนึ่งที่น่าสังเกตคือ ถึงแม้ว่าภาพรวมเงินลงทุนในกองทุนกลุ่ม Allocation Fund จะปรับตัวติดลบในช่วง 2-3 ปีก่อนหน้านี้ แต่พบว่ากองทุนประเภท Aggressive Allocation กลับยังคงสามารถรักษาเงินลงทุนเป็นบวกได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปัจจุบัน แม้ว่าผลตอบแทนจะปรับตัวติดลบในช่วงเวลาดังกล่าว ในขณะที่กองทุนประเภท Conservative Allocation ยังคงเป็นปัจจัยกดดันยอดเงินลงทุนโดยรวมของกลุ่มต่อเนื่อง โดยมียอดเงินลงทุนสุทธิติดลบตั้งแต่ปี 2563 ซึ่งภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงระดับ Risk appetite ของนักลงทุนที่มีแนวโน้มให้ความสนใจกับประเภทกองทุนที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูงเพิ่มมากขึ้น

ทางเลือกลงทุน นักลงทุนมือใหม่และมืออาชีพ

นักลงทุนบางคนอาจเข้าใจว่าการลงทุนในกองผสมอาจเหมาะสำหรับนักลงทุนมือใหม่เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วกองทุนผสมยังสามารถเป็นทางเลือกให้กับนักลงทุนที่มีความรู้ความเข้าใจทางด้านการลงทุน แต่อาจไม่มีเวลาในการติดตามสถานการณ์การลงทุนเพื่อปรับพอร์ตได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสม หรือนักลงทุนที่ต้องการมีมืออาชีพด้านการลงทุนโดยเฉพาะ มาช่วยดูแลด้านการจัดสรรพอร์ตการลงทุนให้

โดยในช่วงที่ผ่านมาจะเริ่มเห็นความร่วมมือของ บลจ.ในประเทศไทยกับพันธมิตรที่เป็น บลจ. ต่างประเทศ ในการออกแบบกองทุนผสมที่มีความหลากหลายทางกลยุทธ์การลงทุนมากยิ่งขึ้น ซึ่งมีทั้งกองทุนผสมสำหรับนักลงทุนทั่วไป และกองทุนที่มีระดับความซับซ้อนของสินทรัพย์มากขึ้นสำหรับนักลงทุนที่มีความรู้ความเข้าใจในการลงทุนเป็นอย่างดี ดังนั้นนักลงทุนจึงมีทางเลือกในการพิจาณากองทุนที่ตอบโจทย์เป้าหมายการลงทุนของนักลงทุนแต่ละบุคคลได้ดีขึ้น

ทั้งนี้ ข้อมูลจากมอร์นิ่งสตาร์ ระบุว่าปัจจุบันกองทุน Allocation Fund ทั่วโลกมีมูลค่ารวมกันประมาณ 4.4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 10% ของขนาดกองทุนรวมทั่วโลก ในขณะที่ตลาดกองทุนรวมของไทยนั้น กองทุนในกลุ่ม Allocation Fund มีสัดส่วนเพียงประมาณ 7% ของตลาดโดยรวม ซึ่งนับว่ายังเป็นสัดส่วนที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับตลาดโลก จึงแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของกองทุนในกลุ่มนี้ได้อีกมาก

📌 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ กองทุน - การลงทุน ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...