โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สนูป ด็อกก์’ ทำอะไร? ถึงกลายเป็นไอคอนนิกทีมสหรัฐฯ ในโอลิมปิก 2024

The MATTER

เผยแพร่ 05 ส.ค. 2567 เวลา 07.19 น. • Brief

สังเกตกันไหมว่าโอลิมปิกเกมส์ที่ปารีสปีนี้ ‘สนูป ด็อกก์’ (Snoop Dogg) กลายเป็นมีมที่เห็นไปทั่วโซเชียลมีเดียอยู่ทุกวัน เพราะเมื่อไหร่ที่นักกีฬาชาว ‘อเมริกัน’ กำลังจะเริ่มแข่งขันชิงเหรียญรางวัลทีไรกล้องก็มักจะแพนไปที่เขาคนนี้บนอัฒจันทร์เสมอ

เขาเคยมีภาพขณะเต้นรำกับทีมยิมนาสติกหญิงสหรัฐฯ เขาเคยใส่ชุดขี่ม้าเพื่อเชียร์นักขี่ม้าชาวอเมริกัน รวมถึงลองฝึกทักษะยูโดด้วย ซึ่งความกระตือรือร้นของสนูป ด็อกก์ได้สร้างสิ่งใหม่ๆ ให้กับสนามโอลิมปิกซึ่งนอกเหนือจากการสร้างพลังบวกให้กับเหล่ากีฬาแล้ว เขายังได้ดึงดูดผู้ชมทั้งในปารีสและในอินเตอร์เน็ตมากขึ้นด้วย

สนูป ด็อกก์ มีบทบาทสำคัญตั้งแต่เปิดโอลิมปิกด้วยการเป็นหนึ่งในผู้ที่ถือคบเพลิงคนสุดท้ายในพิธีเปิดเกมเมื่อสัปดาห์ก่อน ชายวัย 52 รายนี้ถือคบเพลิงไปตามถนน Saint-Denis ทางตอนเหนือของกรุงปารีส ซึ่งเป็นที่ตั้งของสนามกีฬาโอลิมปิก Stade de France

มอลลี่ โซโลมอน (Molly Solomon) โปรดิวเซอร์ของ NBC เรียกสนูป ด็อกก์ว่าเป็น ‘ทูตแห่งความสุข’ ขณะที่บางคนก็บอกว่า การปรากฎตัวของแร็ปเปอร์คนนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เรตติ้งดีขึ้น

NBC Sports ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันจัดพิธีเปิด ผู้ชมรวม 5 วันโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 34 ล้านคนเมื่อรวมเวลากลางวันและเวลาไพรม์ไทม์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 79% จากการแข่งขันโอลิมปิกที่โตเกียวในปี 2021 ซึ่งผู้ชมลดลงเนื่องจากการระบาดใหญ่ของ Covid-19

นอกเหนือจากเรตติ้งและอินเทอร์เน็ตที่รวมกันเป็นหนึ่งแล้ว สนูป ด็อกก์ กล่าวว่า เขากำลังสนุกกับตัวเอง และบอกด้วยว่า “ผมเป็นเด็กที่ตัวโตที่สุดในฝูงชน”

อ้างอิงจาก

bbc.com

cnalifestyle.channelnewsasia.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...