โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

มาตรการล่าสุดของรัฐบาลจีน เปลี่ยนเกมในตลาดได้จริงหรือ ?

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 ก.ย 2567 เวลา 08.22 น. • เผยแพร่ 28 ก.ย 2567 เวลา 03.32 น.

อีสท์สปริง อินเวสท์เมนทส์ ชี้ จีนประกาศมาตรการสนับสนุนตลาดอสังหาริมทรัพย์และตลาดหุ้น คาดตลาดหุ้นจีนมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจีนยังคงมีแนวโน้มลดลง หลังจีนเดินผ่อนคลายนโยบายการเงิน

วันที่ 28 กันยายน 2567 อีสท์สปริง อินเวสท์เมนทส์ รายงานว่า จีนประกาศมาตรการสนับสนุนตลาดอสังหาริมทรัพย์และตลาดหุ้น ซึ่งนับเป็นการผ่อนคลายนโยบายที่สอดประสานกันครั้งสำคัญหนแรกในรอบหลายปี

ตลาดหุ้นจีนจึงมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะเวลาอันใกล้นี้ เนื่องจากสภาพคล่องและความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนแม้ว่าปัจจัยพื้นฐานจะต้องดีขึ้นอย่างชัดเจนเพื่อรักษาแนวโน้มขาขึ้นในระยะกลางไว้ก็ตามในขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจีนยังคงมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากธนาคารกลางจีน (PBoC) ยังคงเดินหน้าผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อไป

โดย เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2024 ธนาคารกลางจีน (PBoC) ได้จัดแถลงข่าวประกาศชุดมาตรการผ่อนคลายนโยบายซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ถึงแม้นักวิเคราะห์จะชี้ว่ามาตรการดังกล่าวยังไม่ใช่สิ่งที่จะสร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวง

แต่สิ่งสำคัญก็คือนับเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่จีนได้มีการผ่อนคลายทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นแบบประสานกันในหลายด้าน มาตรการเหล่านี้มีศักยภาพในการปลดล็อกสภาพคล่องที่มีมูลค่าหลายล้านล้านซึ่งครอบคลุมหลายมิติ ดังนี้

การเงิน

  • ลดอัตราดอกเบี้ย Repo ระยะ 7 วันลง 20 bps
  • ลดอัตราส่วนการกันสำรอง (RRR) 50 bps โดยมีความยืดหยุ่นในการลดเพิ่มได้อีก 25-50 bps ก่อนสิ้นปี

การเสริมความแข็งแกร่งของภาคธนาคาร

  • เพิ่มทุนในส่วนเงินกองทุนชั้นที่หนึ่ง (core tier-one capital) ของ 6 ธนาคารรัฐขนาดใหญ่ของจีน

การรักษาเสถียรภาพของภาคอสังหาริมทรัพย์

  • ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย 50 bps
  • ลดเงินดาวน์สำหรับการซื้อบ้านหลังที่สองลงจาก 25% เหลือ 15% ให้สอดคล้องกับการซื้อบ้านหลังแรก

การสนับสนุนตลาดหุ้น

การจัดตั้งวงเงินสว็อปหุ้น (พร้อมมาตรการซื้อคืน) มูลค่า 500 พันล้านหยวน ซึ่งจะช่วยให้โบรกเกอร์ บริษัทประกัน และกองทุนรวม สามารถกู้ยืมเงินได้โดยตรงจากธนาคารกลางจีน (PBoC) โดยมีศักยภาพที่จะเพิ่มสภาพคล่องได้อีกสองรอบหากจำเป็น ซึ่งจะทำให้วงเงินของมาตรการสนับสนุนโดยรวมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.5 ล้านล้านหยวน

ตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้นหลังการประกาศมาตรการดังกล่าว โดยดัชนี CSI 300 และ Hang Seng ปรับตัวขึ้น 4.6% และ 4.1% ตามลำดับ ขณะที่ Hang Seng China Enterprise Index (H-share) ทำผลงานได้โดดเด่น โดยเพิ่มขึ้น 5.1% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจีนรุ่นอายุ 10 ปีลดลงสู่ระดับ 2% เป็นครั้งแรก

ผลกระทบต่อการลงทุน

วัฏจักรการลดดอกเบี้ยที่นำโดยสหรัฐได้เปิดโอกาสให้จีนใช้นโยบายที่มุ่งผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากเศรษฐกิจจีนเติบโตค่อนข้างช้านับตั้งแต่ต้นปี ในขณะเดียวกันก็ยังใกล้ถึงวันครบรอบ 75 ปีวันสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

เมื่อพิจารณาถึงลักษณะของบางมาตรการที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน Eileen Ma ผู้จัดการพอร์ตการลงทุน Multi Asset Portfolio Solutions (MAPS) อีสท์สปริง อินเวสท์เมนทส์ (สิงคโปร์) เชื่อว่าตลาดหุ้นจีนยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีกในระยะสั้น เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของสภาพคล่องและความเชื่อมั่นที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยพื้นฐานจะต้องดีขึ้นอย่างชัดเจนเพื่อรักษาแนวโน้มขาขึ้นในระยะกลางถึงระยะยาวไว้ ทีมงาน MAPS จะยังติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับช่องทางการส่งผ่านเงินทุนของธนาคารกลางจีน (PBoC) การประกาศใช้นโยบายการคลังที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงเฝ้าติดตามสัญญาณที่ดีขึ้นของตัวเลขเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากการเลือกตั้งในสหรัฐซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าด้วย

มุมมองต่อตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ของจีน มีดังนี้ :

หุ้น China A : จับตามาตรการผ่อนคลายทางการคลังเพิ่มเติม

ในไตรมาสที่ผ่านมา ตลาดผิดหวังมากขึ้นต่อหน่วยงานที่กำหนดนโยบายเนื่องจากเศรษฐกิจจีนยังมีโมเมนตัมที่อ่อนแรงลงอย่างต่อเนื่อง และไม่มีการนำมาตรการที่มีประสิทธิภาพมาใช้

ดังนั้น ในมุมมองของ Jingjing Weng หัวหน้าฝ่ายวิจัยตลาดหุ้น China A อีสท์สปริง อินเวสท์เมนทส์ (เซี่ยงไฮ้) ไม่ได้แปลกใจที่การประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะส่งผลให้ตลาดหุ้น A-share และ H-share พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

Jingjing ระบุว่าประเด็นสำคัญในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้แก่ แนวทางนโยบายที่มีความชัดเจนและเป็นบวกของธนาคารกลางจีน (เป็นครั้งแรก) ซึ่งสามารถปรับลด RRR ได้อีก 25 ถึง 50 bps ภายในสิ้นปีนี้ และที่น่าสังเกตก็คือนับเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลกลางสนับสนุนให้สถาบันการเงินใช้กองทุนประเภท leveraged funds ในการซื้อหุ้น A-shares สิ่งที่สำคัญที่สุดคือธนาคารกลางจีนยังคงแสดงท่าทีสนับสนุนการใช้นโยบายการคลังเชิงรุกมากขึ้น

ซึ่งแสดงให้เห็นว่าธนาคารกลางอาจหยุดแทรกแซงตลาดพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวเหมือนที่เคยทำในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เพื่อพยายามจัดการกับการพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาพันธบัตร ความพยายามดังกล่าวจึงปูทางไปสู่การผ่อนคลายทางการคลังเพิ่มเติมซึ่งเป็นสิ่งที่ตลาดเฝ้ารอมานาน

แม้ว่า Jingjing จะเชื่อว่าการปรับตัวขึ้นล่าสุดของตลาดได้สะท้อนถึงความต้องการเปิดรับความเสี่ยงของผู้ลงทุนที่เพิ่มขึ้นและแนวโน้มนโยบายที่ดีขึ้น แต่การที่ตลาดจะไปต่อได้ในฝั่งขาขึ้นจะต้องเกิดจาก 1) การผ่อนคลายนโยบายการคลังมากขึ้น 2) ความชัดเจนมากขึ้นสำหรับการสนับสนุนด้านเงินทุนแก่บริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงินและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และ 3) ข้อมูลเศรษฐกิจที่ดีขึ้น Jingjing ค่อนข้างเชื่อว่าการใช้จ่ายทางการคลังที่มากขึ้นหรือการขาดดุลทางการคลังที่สูงขึ้นเป็นสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นก่อนที่เราจะมองเห็นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหรือปัจจัยพื้นฐานที่ดีขึ้นภายในเศรษฐกิจจีน

หุ้น China H : “National Team” เตรียมซื้อหุ้นล่วงหน้า

ตามความเห็นของ Jocelyn Wu ผู้จัดการพอร์ตการลงทุน หุ้น Greater China อีสท์สปริง อินเวสท์เมนทส์ (ฮ่องกง) คาดว่า National Team2 (NT) จะดำเนินการตามแผนในเดือนมกราคม และซื้อหุ้นล่วงหน้าด้วยขนาดถึงเกือบ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน ซึ่งหากดูข้อมูล ณ เวลาที่จัดทำบทความนี้ พบว่าเม็ดเงินไหลเข้ากองทุนประเภท Exchange Traded Funds (ETFs) ที่เป็นเป้าหมายของ NT ได้แตะระดับที่เทียบได้กับในช่วงที่มีการแทรกแซงในเดือนกรกฎาคม นั่นคืออาจมีเม็ดเงินไหลเข้าประมาณ 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน แม้ว่ากระแสเงินไหลเข้าเหล่านี้จะไม่มากเท่าในเดือนมกราคม แต่ก็มากพอที่จะส่งสัญญาณเชิงบวกให้กับตลาดได้อย่างชัดเจน

Jocelyn จึงเชื่อว่าตลาดหุ้น H-share น่าจะเพิ่มขึ้นต่อไปได้ในระยะใกล้นี้ เนื่องจากมูลค่าที่น่าดึงดูดและความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนที่เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นผลของการประกาศใช้นโยบายที่ออกมาดีเกินคาด

ทีมงานหุ้น Greater China เชื่อว่าหุ้นที่เน้นการเติบโตมีแนวโน้มที่จะได้รับประโยชน์จากการปรับตัวดีขึ้นของความเชื่อมั่นผู้ลงทุน ทีมงานได้เห็นโอกาสที่น่าสนใจในหุ้นกลุ่มอีคอมเมิร์ซที่ซื้อขายในราคาต่ำเนื่องจากการขาดความสนใจจากผู้ลงทุนต่างชาติ นอกจากนี้ การที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยลดลงก็ทำให้ธนาคารบางแห่งในจีนอาจดูน่าสนใจด้วยเช่นกัน และหุ้นกลุ่มสินค้าผู้บริโภคที่ถูกเทขายจนราคาร่วงลงตกต่ำก็ยังอาจได้รับประโยชน์จากนโยบายที่เกิดขึ้นตามมาซึ่งจะช่วยกระตุ้นการบริโภค

พันธบัตรรัฐบาลจีน : อัตราผลตอบแทนอาจลดลงต่อเนื่อง

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจีนลดลง (ราคาพันธบัตรเพิ่มขึ้น) ในระยะแรกหลังจากมีข่าวเกี่ยวกับมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนพันธบัตรเริ่มมีความกังวลมากขึ้นในเวลาต่อมา เมื่อมีการคาดการณ์ในตลาดว่าอาจมีการประกาศมาตรการทางการคลังเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้

แม้ว่าความสมดุลของความเสี่ยงจะเปลี่ยนไป แต่ Matthew Kok ผู้จัดการพอร์ตการลงทุน ตราสารหนี้เอเชีย อีสท์สปริง อินเวสท์เมนทส์ (สิงคโปร์) เชื่อว่าอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้จีนอาจลดลงอีก ธนาคารกลางจีนได้ส่งสัญญาณทางอ้อมว่าการปรับนโยบายนั้นได้รับอิทธิพลจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และค่าเงินหยวน ซึ่งการที่เฟดเตรียมที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก ทางธนาคารกลางจีนจึงมีทางเลือกที่เหลืออยู่มากขึ้นในการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อตราสารหนี้

แม้ว่าอาจมีการสลับเปลี่ยนโยกย้ายเงินทุนออกจากตราสารหนี้ไปยังหุ้นบ้าง แต่สภาพคล่องโดยรวมที่เพิ่มขึ้นก็อาจส่งผลให้อัตราผลตอบแทนลดลงได้เช่นกัน ทั้งนี้ เนื่องจากผู้ลงทุนมีแนวโน้มที่จะมองหาสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าในขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากในประเทศได้ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้อาจนำไปสู่ความต้องการในผลิตภัณฑ์ด้าน wealth management อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ความต้องการพันธบัตรรัฐบาลจีนจากบรรดาธนาคารต่าง ๆ ก็น่าจะยังคงอยู่เหมือนเดิมจนกว่าการเติบโตของสินเชื่อจะไล่ตามทันสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่ากระบวนการดังกล่าวน่าจะใช้เวลาอีกสักระยะ

แม้ว่ามาตรการผ่อนคลายจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ แต่ Matthew มองว่ามาตรการสนับสนุนทางการคลังขนานใหญ่อาจไม่ได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากจีนยังคงมุ่งเน้นที่การลดภาระหนี้ในระบบเศรษฐกิจ มาตรการสนับสนุนการเติบโตน่าจะมุ่งเป้าไปยังการรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจ มากกว่าที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจของบางภาคส่วนเท่านั้นอย่างเช่นภาคอสังหาริมทรัพย์

ในขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาถึงปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินในหลายๆ ส่วนของภาคการผลิต ตลอดจนราคาปัจจัยการผลิตและผลผลิตที่ลดลง อัตราเงินเฟ้อของจีนก็น่าจะยังคงอยู่ในระดับต่ำต่อไปอีกสักระยะ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ช่วยควบคุมอัตราผลตอบแทนพันธบัตรได้ในอีกทางหนึ่ง การที่เส้นอัตราผลตอบแทนมีแนวโน้มชันขึ้นเนื่องจากการผ่อนคลายนโยบายของธนาคารกลางจีน ทีมตราสารหนี้เอเชียจึงค่อนข้างสนใจอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรุ่นอายุ 5-7 ปีมากกว่ารุ่นอายุอื่น ๆ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มาตรการล่าสุดของรัฐบาลจีน เปลี่ยนเกมในตลาดได้จริงหรือ ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...