โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

TCAP อีกหนึ่งหุ้นปันผลสูง คาดปี 68 แจกผลตอบแทนถึง 9%

Wealthy Thai

อัพเดต 24 ม.ค. 2568 เวลา 10.47 น. • เผยแพร่ 27 ก.ย 2567 เวลา 10.55 น.

หุ้นปันผลในสัปดาห์นี้ Wealthy Thai ขอนำเสนออีกหนึ่งหุ้นกลุ่มการเงินที่มีผลตอบแทนจากเงินปันผลโดดเด่น นั่นคือ TCAP หรือ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) โดยคาดว่าบริษัทจะให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ระหว่างปี 2567 – 2568 ในระดับสูง 7-9%
หากย้อนไปดูสถิติการจ่ายปันผลช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (64-66) จะพบว่า TCAP มีการจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอเฉลี่ยปีละ 2 ครั้ง และยังอยู่ในระดับสูงกว่า 50% ของกำไรสุทธิในแต่ละปีงบการเงิน
โดยปี 2564 จ่ายปันผลรวมในอัตราหุ้นละ 3 บาท ซึ่งคิดเป็น 59.50% ของกำไรสุทธิ ถัดมาปี 2565 จ่ายปันผลรวมในอัตราหุ้นละ 3.10 บาท ซึ่งคิดเป็น 62.28% ของกำไรสุทธิ และปี 2566 จ่ายปันผลรวมในอัตราหุ้นละ 3.20 บาท ซึ่งคิดเป็น 50.82% ของกำไรสุทธิ
สำหรับในปี 2567 นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดการณ์ว่า TCAP จะจ่ายปันผลรวมทั้งปีในอัตราหุ้นละ 3.43 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ระดับ 7.8%
ซึ่งล่าสุด TCAP ได้ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตราหุ้นละ 1.25 บาท ดังนั้นจากคิดบนคาดการณ์การจ่ายปันผลรวมที่ 3.43 บาท เท่ากับว่าในงวดผลประกอบการปี 2567 บริษัทอาจจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 2.18 บาท
ส่วนในปี 2568 คาดการณ์ว่า TCAP จะจ่ายปันผลรวมเพิ่มขึ้นเป็นอัตราหุ้นละ 3.96 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ระดับสูงถึง 9%
ทั้งนี้ หากดูทิศทางผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปีนี้ TCAP อาจไม่ได้เติบโตมากนัก โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 2567 จะปรับลดลงเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก ตามผลของฤดูกาล เพราะปกติส่วนแบ่งกำไรจาก TTB จะชะลอตัวลงในไตรมาส 4/67 เพราะมีค่าใช้จ่ายลงทุนระบบเทคโนโลยีเข้ามากดดัน
อีกทั้งเป็นช่วงที่ธุรกิจประกันจะชะลอตัวจากค่าใช้จ่ายการขายที่เพิ่มขึ้นตามเบี้ยประกัน แต่คาดว่าผลงานยังโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หนุนจากการฟื้นตัวของ THANI ที่ผ่านการตั้งสำรองจำนวนมากไปแล้ว และคาดจะเริ่มผ่อนคลายนโยบายการตั้งสำรองลง หลังลูกหนี้มีความสามารถในการชำระหนี้ที่สูงขึ้น จากการที่ภาครัฐฯ เร่งการเบิกจ่ายงบของโครงการต่างๆ ตั้งแต่ช่วงต้นไตรมาส 3/67
ประกอบกับส่วนแบ่งกำไรของ TTB ที่ปรับตัวดีขึ้นจากพอร์ตสินเชื่อที่ขยายตัว ทำให้รายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น ส่วน MBK ยังได้อานิสงส์บวกจากปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ฝ่ายวิเคราะห์จึงคงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2567 ที่ 7,185 ล้านบาท โต 8.8% จากปีก่อน และให้คำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐานปีนี้ที่ 54 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...