โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บีโอไอ หนุน ไทยโอซูก้า ทุ่มทุน 550 ล้าน ผลิตอาหารทางการแพทย์ ปั้นไทยฐานผลิตส่งออกเอเชีย

The Bangkok Insight

อัพเดต 02 ต.ค. 2567 เวลา 04.29 น. • เผยแพร่ 02 ต.ค. 2567 เวลา 04.29 น. • The Bangkok Insight

บีโอไอ หนุน ไทยโอซูก้า ขยายลงทุนผลิตอาหารทางการแพทย์ ด้วยเงินลงทุนกว่า 550 ล้านบาท เปิดโรงงานแห่งใหม่ ฐานผลิตส่งออกภูมิภาคเอเชีย เสริมแกร่งยุทธศาสตร์เมดิคัลฮับของไทย

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2567 ได้เข้าร่วมในพิธีเปิดโรงงานผลิตอาหารทางการแพทย์แห่งใหม่ของบริษัท ไทยโอซูก้า จำกัด ที่อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร

ฐานผลิตส่งออก

สำหรับโรงงานแห่งนี้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ เพื่อขยายกำลังการผลิตอาหารทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคตับ โรคไต ผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และผู้ป่วยที่ต้องการโปรตีนและพลังงานสูง รองรับความต้องการที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เงินลงทุนเพิ่มเติมสำหรับโครงการนี้จำนวน 558 ล้านบาท และคาดว่าจะมีการใช้วัตถุดิบในประเทศเพิ่มปีละประมาณ 400 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 97 ของวัตถุดิบทั้งสิ้น

บริษัท ไทยโอซูก้า เป็นบริษัทในเครือของ Otsuka Pharmaceutical ผู้ผลิตยารายใหญ่ของญี่ปุ่น ได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2516 หรือเมื่อ 51 ปีที่แล้ว โดยได้เลือกประเทศไทยเป็นฐานผลิตส่งออกแห่งแรกนอกประเทศญี่ปุ่น เริ่มจากการผลิตน้ำเกลือ และได้ขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายในกลุ่มอาหารทางการแพทย์ ยาปราศจากเชื้อ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่าง ๆ

นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งหน่วยวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารทางการแพทย์ ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยหลายแห่ง เพื่อพัฒนาสูตรอาหารทางการแพทย์ให้เหมาะสมและตอบรับกับร่างกายผู้ป่วยมากที่สุด

นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์

ที่ผ่านมาบริษัท ไทยโอซูก้า ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอรวม 4 โครงการ เงินลงทุนรวมกว่า 3,000 ล้านบาท ปัจจุบันมีการจ้างงานบุคลากรไทยกว่า 900 คน โดยถือเป็นโรงงานผลิตอาหารทางการแพทย์ชั้นนำรายแรกและรายเดียวของประเทศไทย อีกทั้งเป็นฐานการผลิตอาหารทางการแพทย์แห่งเดียวของกลุ่มบริษัทโอซูก้าในภูมิภาคอาเซียน ที่ใช้ผลิตและจำหน่ายทั้งในประเทศ และส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียน เอเชียใต้ และแอฟริกา

กลุ่มโอซูก้า ได้เลือกประเทศไทยเป็นฐานการลงทุนแห่งแรกในต่างประเทศ และได้ขยายกิจการในไทยอย่างต่อเนื่องกว่า 5 ทศวรรษ แสดงถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยในฐานะ Medical Hub ของภูมิภาค ที่มีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งเครือข่ายโรงพยาบาลชั้นนำ บริการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐาน และบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นที่เชื่อถือในระดับโลก

การเปิดโรงงานแห่งใหม่ของกลุ่มโอซูก้าในครั้งนี้ จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพสูงและเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...