โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

KKPS ชู SPALI ท็อปพิกกลุ่ม “อสังหาฯ” กำไร-ยอดขาย Q3 โต เคาะเป้า 20.4 บาท

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 21 ต.ค. 2567 เวลา 08.09 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKPS ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ (21 ต.ค.67) ว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะช่วยเพิ่มความสามารถในการชำระค่าบ้านแก่ผู้ซื้อบ้านได้เล็กน้อย และช่วยผ่อนคลายภาระหนี้ทางการเงินได้บ้าง แต่ฝ่ายวิเคราะห์เชื่อว่าการหั่นดอกเบี้ยดังกล่าวจะยังไม่สามารถช่วยผลักดันดีมานด์ในตลาดให้เพิ่มขึ้นได้

โดย KKPS คาดการณ์ว่ายอดพรีเซลรวม และกำไรของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะออกมาไม่ดีมาก โดยคาดการณ์ว่าจะมีแค่ SPALI ที่จะรายงานการเติบโตทั้งยอดพรีเซล และกำไรในไตรมาส 3/67

ฝ่ายวิเคราะห์ระบุว่า 10 บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์ประกาศเปิดตัวโครงการใหม่ในไตรมาส 3 รวมทั้งหมดมีมูลค่าอยู่ที่ 6.09 หมื่นล้านบาท โดย 67% ของโครงการเหล่านั้นเป็นอสังหาริมทรัพย์แนวราบ ส่วนอีก 33% เป็นคอนโดมิเนียม โดยยอดเปิดตัวทั้งหมดนั้นต่ำกว่าเป้าที่ก่อนหน้านี้วางไว้รวม 8 หมื่นล้านบ้าน ส่วนยอดพรีเซลในไตรมาส 3 ของ 10 บริษัทชั้นนำนั้นคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 6.17 หมื่นล้านบาท (55% โครงการราบ, 45% คอนโด) ซึ่งลดลง 8% จากปีก่อน และ 5% จากไตรมาสก่อนหน้า

ทั้งนี้ KKPS คาดว่ากำไรจากการดำเนินงานหลักของ 5 ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (AP, LH, QH, SIRI, SPALI) จะรวมกันอยู่ที่ 5.96 พันล้านบาทในไตรมาส 3 ลดลง 5% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยรายได้จากอสังหาริมทรัพย์แนวราบจะเพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อนหน้า แตะ 3.27 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตามคาดการณ์ว่า GPM จะลดลงราว 1-2% ยกเว้น SPALI ที่จะเพิ่มขึ้นทั้งจากปีก่อน และไตรมาสก่อนจาก Product Mix ของบริษัท

ฝ่ายวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะมีเพียงแค่ SPALI ที่จะรายงานอัตราการเติบโตกำไรจากการดำเนินงานหลักเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่จะมี SPALI และ AP ที่จะเห็นการเติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

โดย SPALI จะโตแตะ 1.7 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 43% จากปีก่อน / เพิ่มขึ้น 7% จากไตรมาสก่อนหน้า) ส่วน AP จะอยู่ที่ 1.42 พันล้านบาท (ลดลง 16% จากปีก่อน / เพิ่มขึ้น 12% จากไตรมาสก่อน) ด้านผู้พัฒนารายอื่นมีดังนี้ SIRI อยู่ที่ 1.25 พันล้านบาท (ลดลง 19% จากปีก่อน / ลดลง 5% จากไตรมาสก่อนหน้า), LH อยู่ที่ 983 ล้านบาท แตะระดับต่ำสุดรอบ 12 ปี (ลดลง 19% จากปีก่อน / ลดลง 3% จากไตรมาสก่อน) และ QH อยู่ที่ 590 ล้านบาท (ลดลง 7% จากปีก่อน / ลดลง 5% จากไตรมาสก่อนหน้า)

อย่างไรก็ดี ฝ่ายวิเคราะห์คาดการณ์ว่ายอดพรีเซลจะฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนในไตรมาสที่ 4 ซึ่งมูลค่าเปิดตัวโครงการใหม่จะพุ่งสูงแตะ 1.1 - 1.2 แสนล้านบาท โดยฝ่ายการตลาดของแต่ละเจ้าน่าจะเร่งทำการตลาดเพิ่มทำยอดขายให้สูงขึ้น

ทั้งนี้ KKPS ระบุว่ายังมีประเด็นที่ต้องจับตามอง ได้แก่ 1) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เรียกร้องขอให้มีมาตรการกระตุ้นเพิ่ม 2) คาดการณ์ว่าจะมีความเสี่ยงดาวน์ไซด์ 10-15% ต่อ 10 ผู้พัฒนาชั้นนำในตลาด ซึ่งจะกระทบยอดพรีเซลรวมราว 3.05 แสนล้านบาทในปี 67 และ 3) ความเสี่ยงต่อการรีไฟแนนซ์ โดย 10 บริษัทดังกล่าวมีหุ้นกู้รวม 3.53 หมื่นล้านบาทที่จะครบกำหนดไถ่ถอนในช่วงครึ่งหลังของปี 67 และอีก 3.4 หมื่นล้านบาทในครึ่งแรกของปี 68 และ 3.2 หมื่นล้านบาทในช่วงครึ่งหลังของปี 68

พร้อมกันนี้ให้คำแนะนำซื้อ SPALI ราคาเป้าหมาย 20.4 บาท และ SIRI ราคาเป้าหมาย 1.92 บาท ส่วน AP แนะนำถือราคาเป้าหมาย 10.4 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...