โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

“ให้อภัยไม่เท่ากับลืม” หัวใจสำคัญสำคัญของ Gyeongseong Creature สัตว์สยองกยองซอง จากปาก ผู้กำกับ จองดงยุน

TODAY

อัพเดต 28 ต.ค. 2567 เวลา 17.54 น. • เผยแพร่ 03 ต.ค. 2567 เวลา 07.55 น. • workpointTODAY

หลังจาก ‘Gyeongseong Creature สัตว์สยองกยองซอง’ จบซีซั่นแรกไปด้วยตอนจบที่สร้างความประหลาดใจให้กับคนดูกับฉากที่แสดงให้เห็นว่า ‘จางแทซัง’ (รับบทโดย พัคซอจุน) ได้อยู่ข้ามมาถึงยุคปัจจุบันพร้อมกับชื่อใหม่อย่าง ‘จางโฮแจ’ ‘Gyeongseong Creature สัตว์สยองกยองซอง 2′ และกลับมาพร้อมฉากแอ็คชั่นที่ถึงใจยิ่งกว่าเคย กับประเด็นประวัติศาสตร์เข้มข้นที่ยังคงแทรกอยู่เป็นเนื้อเดียวไปกับเรื่องราวของปัจจุบัน ผู้กำกับ จองดงยุน ได้กล่าวไว้ในการสัมภาษณ์ถึงการต่อสู้ที่ยังไม่จบลงของตัวละคร ไว้อย่างน่าสนใจ

‘จริงๆ แล้วผมแอบคาดหวังไว้ว่าทุกคนจะตกใจนั่นละครับ ผมคิดว่าตัดสินใจถูกนะที่เลือกทำแบบนี้ ผมอยากให้ทุกคนมองว่าซีซั่น 1 และ 2 เหมือนจะเป็นคนละเรื่องแต่ก็ยังเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะเป็นเรื่องที่มีต้นเหตุมาจากสัตว์ประหลาดที่เกิดจากความโลภของมนุษย์ในปี 1945 ซึ่งอยู่ในซีซั่นแรก จะมองว่ามันเป็นจุดเชื่อมระหว่างเรื่องราวในอดีตและปัจจุบันก็ได้ครับ ส่วนสิ่งที่เราตั้งใจจะสื่อสารในซีซั่นนี้ซึ่งอยู่ในปี 2024 เป็นหลักคือกลิ่นอายแบบเดียวกันกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีตนั้นยังคงอยู่ และผู้คนก็ยังคงต่อสู้กันเช่นเดิม นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะสื่อสารกับผู้ชมมากที่สุดในซีซั่น 2 ครับ’

โดยบริบททางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงความขัดแย้งระหว่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่นยังคงมีบทบาทอยู่อย่างชัดเจนในซีรีส์ที่สะท้อนถึงความบาดหมางระหว่างสองชาติที่อาจจางหายไปตามกาลเวลา แต่ยังคงเป็นเงาที่ยังไม่จางหายไปจนหมด

Gyeongseong Creature S2(L to R) Park Seo-jun as Jang Ho-jae, Director Chung Dong-yoon in Gyeongseong Creature S2. Cr. Lim Hyo Sun/Netflix © 2024

‘ถ้าหากผมจะตอบคำถามนี้ในประโยคเดียว คงจะต้องบอกว่า “การให้อภัยไม่เท่ากับการลืม” ครับ นี่คือสิ่งที่ผมต้องการจะฝากไว้ ทั้งสองอย่างนี้มีความแตกต่างกันมาก หนึ่งในเรื่องที่ผมสื่อสารออกไปผ่านเรื่องราวที่เกิดในยุคปัจจุบันคือ การที่เรายอมก้มหัวลงอย่างง่ายดายต่อหน้าความกลัว แทนที่จะต่อสู้เพื่อบางสิ่งนั้น มีอยู่จริงในสังคม ดังนั้น หลักๆ แล้วสิ่งที่ผมอยากจะฝากเอาไว้ผ่านซีรีส์เรื่องนี้ทั้งในซีซั่นที่ 1 และ 2 ก็คือการให้อภัยไม่ได้หมายถึงการลืมครับ’

เราสามารถเห็นประเด็นเหล่านี้ผ่านทางทั้งบทบาทและบทสนทนาของตัวละครสำคัญของฝั่งญี่ปุ่นในภาคนี้อย่างท่านหญิงมาเอดะที่อาจจะสะท้อนให้เห็นว่าคนเกาหลีมองวิธีคิดที่คนญี่ปุ่นมีเกี่ยวกับปัญหาความขัดแย้งที่ยืดเยื้อนี้อย่างไร เช่นบทพูดของท่านหญิงมาเอดะที่กล่าวว่า

“ตอนนี้เราไม่ได้เป็นผู้กระทำหรือศัตรูของคุณแล้วนี่ เวลาก็ผ่านมานานขนาดนี้แล้ว คุณก็ควรรู้สึกขอบคุณพวกเราสักนิดได้แล้วมั้งคะ
คุณยุนแชอ๊กเองก็…ยังมีชีวิตชีวิตได้อยู่ก็เพราะพวกเรานี่คะ จางซังเองก็เหมือนกัน”

Gyeongseong Creature S2 Claudia Kim as Yukiko Maeda in Gyeongseong Creature S2. Cr. Lim Hyo Sun/Netflix © 2024

บทสนทนาที่ท่านหญิงมีกับยุนแชอ๊ก (รับบทโดย ฮันโซฮี) ลูกของชเวชองชิม หญิงชาวเกาหลีที่ถูกจับไปทดลองระหว่าสงคราม และจางแทซัง ลูกของกลุ่มวีรชนที่ต่อสู้เพื่ออิสรภาพของเกาหลี อาจจะชวนให้นึกถึงประเด็นหญิงบำเรอสงคราม (comfort woman) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และการจ่ายเงินชดเชยให้กับหญิงบำเรอสงครามและครอบครัว รวมไปถึงคำขอโทษที่คั่งค้างอยู่ของรัฐบาลญี่ปุ่น

นอกจากนี้ยังมีบทสนทนาของตัวละครเกาหลีในเรื่องที่มีพูดถึงการให้อภัยและลืมปัญหาเก่าๆ ไปได้แล้ว เพราะเวลาก็ผ่านมาเนิ่นนานขนาดนี้ และคนสมัยนั้นเหมือนจะไม่ได้มีทางเลือกมากนัก แต่ละคนก็ทำทุกอย่างไปเพื่อเอาตัวรอดในสงครามเท่านั้น ซึ่งก็สะท้อนมุมมองของชาวเกาหลีบางส่วนที่อยากให้ปัญหานี้ผ่านพ้นไปเช่นกัน อย่างไรก็ตามคำพูดโต้ตอบของตัวละครก็สะท้อนให้เห็นความคิดที่มั่นคงของผู้เขียนบท ผู้กำกับ และอาจจะรวมไปถึงชาวเกาหลีจำนวนหนึ่งที่ยังต้องการคำขอโทษและการสำนึกรู้ถึงความผิดพลาดในอดีตที่เกิดขึ้นเหนือสิ่งอื่นใด

“ฉันไม่ได้สู้เพื่อจะเอาชนะหรอก ฉันสู้เพื่อให้มันไม่ลืม เพื่อให้มันไม่ลืมสิ่งที่ทำไว้กับเรา เพื่อย้ำว่าคนที่จำการกระทำของมันได้มีชีวิตอยู่ ให้มันรู้สึกผิด และถึงมันไม่รู้สึกผิด อย่างน้อยมันก็จะได้อยู่กับตราบาป แล้วถ้ามันยังไม่สนตราบาปนี้อีก ก็ถือซะว่าขัดขวางให้มันรำคาญ อยู่ไม่เป็นสุข แบบนั้นมันจะได้ไม่มีวันลืมไง”

“แล้วให้อภัยไม่ได้เลยเหรอ”

“จะให้อภัยอะไรกับคนที่ไม่คิดจะรู้สึกผิดด้วยซ้ำ มันทำไขสือกับสิ่งที่ตัวเองทำเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น แล้วฉันจะให้อภัยมันไม่ตลกไปหน่อยเหรอ”

คำตอบของความขัดแย้งระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลีจะจบลงอย่างไรคงไม่มีใครตอบได้ แต่บทสรุปเรื่องราวของซีรีส์ (อย่างน้อยก็ในเรื่องราวระหว่างแชอ๊กกับแทซัง) สามารถรับชมได้ทาง Netflix โดยนักแสดงได้ฝากถึงไฮไลต์ที่ผู้ชมควรรอชมในซีซั่นนี้

ฮันโซฮี: อยากให้รอชมการเปลี่ยนแปลงของยุนแชอ๊กหลังจากได้เจอกับโฮแจ เพราะก่อนหน้านั้น เธอใช้ชีวิตที่ซ้ำซากจำเจมาเรื่อยๆ แต่พอได้มาพบกับโฮแจแล้ว ชีวิตของเธอก็เริ่มเปลี่ยนไป เหมือนกับฉากที่สองของชีวิตเธอเพิ่งเริ่มต้นขึ้นหลังจากได้มาเจอเขา อยากให้ตั้งตารอชมในจุดนี้ค่ะ

พัคซอจุน: อย่างที่ทราบว่าผมรับบทเป็นทั้งจางแทซังและโฮแจ การแสดงในช่วงที่โฮแจเริ่มฟื้นคืนความทรงจำเก่าๆ กลับมาก็ไม่ง่ายเลย และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับเขาหลังจากได้ความทรงจำทั้งหมดกลับมาก็ไม่ง่ายเช่นกัน เป็นบทที่มีอะไรให้ต้องคิดเยอะ แต่ในฐานะนักแสดง บทบาทแบบนี้ก็เป็นเรื่องที่สนุกและมีอะไรให้แสดงออกมาได้เยอะ มันเป็นสถานการณ์ที่ไม่ว่าจะเลือกทำแบบนี้หรือแบบนั้น ก็ดูเข้าท่าและเข้าใจได้ทั้งสองทาง มีทางเลือกให้ได้ใช้จินตนาการเยอะทีเดียวครับ ผมคิดว่าการแสดงในช่วงหลังจากที่ได้ความทรงจำกลับมาแล้วสำคัญมากๆ อยากให้รอรับชมกันครับ โดยส่วนตัวผมยังสงสัยอยู่เหมือนกันว่าทั้งสองตัวละครนี้จะใช้ชีวิตต่อไปด้วยกันอย่างไร และอาจจะทำให้ทุกคนจินตนาการไปต่อได้อีกว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป มีเรื่องน่าสนใจเกิดขึ้นค่อนข้างเยอะเลยครับ

ติดตาม ‘Gyeongseong Creature สัตว์สยองกยองซอง’ ทั้งสองซีซั่นได้ทาง Netflix

Gyeongseong Creature S2(L to R) Han So-hee as Yoon Chae-ok, Park Seo-jun as Jang Ho-jae in Gyeongseong Creature S2. Cr. Lim Hyo Sun/Netflix © 2024

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...