โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

บลจ.พรินซิเพิล เสนอขายกองทุน RMF หุ้นเวียดนาม 11-22 ก.ย.นี้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 ก.ย 2566 เวลา 05.59 น. • เผยแพร่ 11 ก.ย 2566 เวลา 05.06 น.

บลจ.พรินซิเพิล ต่อยอดความสำเร็จกองทุนเวียดนาม PRINCIPAL VNEQ ให้ผลตอบแทนอันดับ 1 กลุ่มกองทุนหุ้นเวียดนามในไทย เปิดตัวกองทุน ‘เวียดนาม RMF’ เสนอขายครั้งแรก 11-22 ก.ย.นี้ ซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท พร้อมโปรโมชั่นยอดลงทุนทุก ๆ 5 หมื่นบาท รับฟรีหน่วยลงทุนของกองทุนเปิด PRINCIPAL DPLUS มูลค่า 100 บาท

วันที่ 11 กันยายน 2566 นายจุมพล สายมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด เปิดเผยว่า จากความสำเร็จของการบริหารจัดการกองทุน “กองทุนเปิดพรินซิเพิล เวียดนาม อิควิตี้” หรือ “Principal Vietnam Equity Fund” (PRINCIPAL VNEQ) ที่ได้รับมอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว

โดยสามารถสร้างผลตอบแทนกองทุนช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.- ก.ค. 2566) เป็นอันดับ 1 ของกลุ่มกองทุนหุ้นเวียดนามในประเทศไทยที่ 21.19% ชนะดัชนีเปรียบเทียบที่ทำได้ 17.81% ขณะที่ผลการดำเนินงานของกองทุน ช่วง 3 เดือน 6 เดือน และ 1 ปี อยู่ที่ 18.45% 12.71% และ -2.84% ตามลำดับ สูงกว่าดัชนีเปรียบเทียบในช่วงเวลาเดียวกันอยู่ที่ 17.08%, 11.27% และ – 12.27% ตามลำดับ

ล่าสุด บลจ.พรินซิเพิลจึงเปิดตัว “กองทุนเปิดพรินซิเพิล เวียดนาม อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ” หรือ Principal Vietnam Equity Retirement Mutual Fund” (PRINCIPAL VNEQRMF) เพื่อเพิ่มทางเลือกแก่ผู้ที่ต้องการลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนาม เพื่อออมเงินสำหรับการเกษียณอายุผ่านกองทุนรวม พร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้และรับโปรโมชั่นเมื่อสะสมยอดลงทุนในกองทุนดังกล่าวทุก ๆ 50,000 บาท จะได้รับหน่วยลงทุนของกองทุนเปิด PRINCIPAL DPLUS มูลค่า 100 บาทอีกด้วย

ทั้งนี้ กองทุนเปิด PRINCIPAL VNEQRMF เสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO) วันที่ 11-22 กันยายน 2566 มีทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท (Greenshoe 15%) สั่งซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท โดยเป็นกองทุนรวมประเภท Feeder Fund และ RMF ที่จะเข้าลงทุนในกองทุนเปิด PRINCIPAL VNEQ เป็นกองทุนหลัก ซึ่งบริหารจัดการโดยทีมผู้เชี่ยวชาญการลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามทั้งชาวไทยและเวียดนาม นำโดยนายชาตรี มีชัยเจริญยิ่ง หัวหน้าการลงทุนฝ่ายตราสารทุน บลจ.พรินซิเพิล พร้อมทีมงานที่มีประสบการณ์สูง

โดยกองทุนดังกล่าวมีกลยุทธ์บริหารกองทุนเชิงรุก (Active Management) เข้าลงทุนโดยตรงในหุ้นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เวียดนาม หรือมีธุรกิจหลักอยู่ในประเทศเวียดนาม เพื่อคัดเลือกหุ้นที่มีพื้นฐานดี มีศักยภาพเติบโตในอนาคต และเป็นผู้ชนะในระยะยาว

โดยทีมบริหารกองทุนมุ่งเน้นการลงทุนอย่างระมัดระวังภายใต้กลยุทธ์แบบบาร์เบล (Barbell) คือลงทุนในหุ้นกลุ่ม Defensive ที่มีผลการดำเนินงานมั่นคงในทุกวัฏจักรเศรษฐกิจ และหุ้นกลุ่ม Quality Growth หรือหุ้นกลุ่มเติบโต รวมถึงกระจายการลงทุนในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น การเงิน, เทคโนโลยีสารสนเทศ, สินค้าฟุ่มเฟือย, พัฒนาอสังหาริมทรัพย์, วัสดุ, กองทุน ETF เป็นต้น

นายจุมพลกล่าวว่า ประเทศเวียดนามมีศักยภาพเติบโตที่ดีและจุดเด่นหลากหลาย โดยอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ย้อนหลัง 30 ปี (ปี 2536-2565) เฉลี่ยสูงถึง 6.4% ต่อปี และคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 6.7% ต่อปีในช่วงปี 2567-2571 เนื่องจากประเทศเวียดนามมีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มากขึ้น โดยในปี 2565 มีสัดส่วนประมาณ 4% ของ GDP จากปัจจัยด้านแรงงานที่มีคุณภาพดี แต่ค่าแรงขั้นต่ำไม่สูง และปัจจัยด้านภาษีเพราะเวียดนามมีการทำข้อตกลงการค้าเสรี (FTAs) มากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ทำให้เวียดนามเป็นศูนย์กลางการผลิตที่มั่นคงและเติบโตแห่งหนึ่งของโลก

อีกทั้งเวียดนามยังมีการเติบโตในภาคการท่องเที่ยวและการขยายตัวของสังคมเมือง ประชาชนมีรายได้ต่อประชากรเติบโตสูงที่สุดในอาเซียนและกำลังก้าวสู่ประเทศที่มีรายได้ปานกลางถึงสูง ทำให้การบริโภคในประเทศแข็งแกร่ง ในขณะที่เศรษฐกิจและธุรกิจได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลและธนาคารกลาง ทั้งการประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และการออกมาตรการให้ผู้ออกหุ้นกู้ที่ไม่สามารถชำระดอกเบี้ยและเงินต้นคืนแก่ผู้ถือหุ้นกู้ภายในกำหนด สามารถเจรจาขอขยายระยะเวลาชำระดอกเบี้ยและเงินต้นได้ หรือมาตรการที่อนุญาตให้ลูกหนี้ธนาคารสามารถเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ได้ เป็นต้น

โดยภาพรวมเศรษฐกิจเวียดนามล่าสุดนั้น อัตราเงินเฟ้อเดือนมิถุนายน 2566 ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 2% ซึ่งต่ำที่สุดในรอบ 2 ปี จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย 7 เดือนแรกมีจำนวนกว่า 6.6 ล้านคน คิดเป็น 83% ของเป้าหมายของรัฐบาลเวียดนามที่ตั้งไว้ที่ 8 ล้านคน ในขณะที่ตัวเลขการค้าปลีกของเวียดนามอยู่ที่ 7.1% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ประมาณ 8% ทั้งนี้ คาดกาณ์ว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางเวียดนามตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมานั้น จะส่งผลให้มีอุปสงค์ในภาคอสังหาริมทรัพย์และการบริโภคในประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ตัวเลขการค้าปลีกนี้กลับขึ้นมาสู่ภาวะปกติได้

สำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามยังมีความน่าสนใจเนื่องจากราคาตลาดหุ้นปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำ โดยค่า Forward P/E ratio อยู่ที่ระดับ 10 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี ที่อยู่ที่ 12.4 เท่า หรือต่ำกว่าประมาณ ประมาณ -1 S.D ในขณะที่การเติบโตของตลาดหุ้นตั้งแต่ปี 2561-2567 คาดว่าจะเติบโตสูงถึงปีละ 14% จึงถือได้ว่าตลาดหุ้นเวียดนามเป็นตลาดที่ราคาถูกแต่มีการเติบโตสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย โดยตลาดหุ้นเวียดนามยังเหมาะกับการลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงอีกด้วย เนื่องจากเป็นตลาดที่มีความสัมพันธ์ (Correlation) ต่ำกับตลาดหุ้นประเทศเกิดใหม่ เช่น ประทศจีน หรือประเทศไทย

“เราคือผู้เชี่ยวชาญในการบริหารกองทุนหุ้นเวียดนาม โดยมีความแข็งแกร่งของทีมผู้จัดการกองทุนที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญทั้งชาวไทยและเวียดนามที่พิสูจน์ผลงานจากการสร้างผลตอบแทนที่ดีต่อเนื่องในระยะยาว เหมาะกับการลงทุนในรูปแบบ RMF ที่เป็นการลงทุนระยะยาว ดังนั้นเราเชื่อมั่นว่าการลงทุนในกองทุน PRINCIPAL VNEQRMF นอกจากผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีแล้ว มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวได้อีกด้วย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.พรินซิเพิล กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...