โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก ยาพุ่งเป้ารักษาไมเกรน (Targeted Therapy for Migraine)

แนวหน้า

เผยแพร่ 27 ส.ค. 2566 เวลา 17.00 น.

หลายๆ คนน่าจะเคยได้ยินโรคปวดศีรษะไมเกรน หรืออาจจะเคยมีอาการปวดศีรษะกันมาบ้าง แต่ไม่ได้รู้จักจริงๆ ว่าโรคปวดศีรษะไมเกรนคืออะไร? จริงๆ แล้วปวดศีรษะไมเกรนเป็นการปวดศีรษะที่ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของสมองโดยตรง เช่น เกิดจากเส้นเลือดสมองตีบ เลือดออกในสมองหรือเนื้องอกในสมอง แต่เกิดจากความผิดปกติของโปรตีนชนิดหนึ่งในสมอง (CGRP) ซึ่งมีหน้าที่ทำให้เราเกิดอาการปวดศีรษะมีความไวต่อตัวกระตุ้นมากเกินไป

นายแพทย์ชยานุชิต ชยางศุ แพทย์อายุรศาสตร์ประสาทวิทยา ประจำศูนย์โรคระบบสมอง โรงพยาบาลนวเวช CGRP ให้ข้อมูลว่า (Calcitonin Gene Related Peptide) เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งอยู่ในสมองของทุกคนหน้าที่ของโปรตีนชนิดนี้ คือ กระตุ้นให้เรามีอาการปวดศีรษะเปรียบเทียบคล้ายๆ กับการใช้สัญชาตญาณของสัตว์ชนิดอื่น เนื่องจากมนุษย์ไม่ได้ใช้สัญชาตญาณแล้วเราจึงต้องมีระบบในการป้องกันตนเอง โดยเวลามีสิ่งกระตุ้นจะทำให้เรามีอาการปวดศีรษะแทนเพื่อให้เราหนีออกมาจากสิ่งกระตุ้นนั้นๆ ซึ่งในความเป็นจริงเราไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงจากสิ่งกระตุ้นได้ตลอด ส่งผลให้อาการปวดศีรษะมากขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายแล้วทำให้อาการปวดศีรษะรุนแรงจนไม่สามารถควบคุมได้

ตัวกระตุ้นอาการปวดศีรษะมีหลายชนิด ดังนี้ 1.แสงจ้าทั้งจากแสงแดด จอคอมพิวเตอร์ iPhone iPad 2.กลิ่นบางอย่าง เช่น กลิ่นบุหรี่ กลิ่นควันรถยนต์ กลิ่นน้ำหอมแรงๆ รวมทั้ง PM2.5 ด้วย 3.อาหารบางชนิดเช่น ชา กาแฟ ชีส ช็อกโกแลต ผงชูรส 4.นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ นอนไม่หลับนอนกรน หยุดหายใจกลางคืน 5.ความเครียด 6.อากาศร้อน 7.ผู้หญิงมักจะมีอาการก่อนมีประจำเดือนหรือตอนประจำเดือนรอบนั้นกำลังจะหมด

ตัวกระตุ้นเหล่านี้สามารถทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ทุกคนเพียงแต่คนที่เป็นโรคคือ มีความไวต่อตัวกระตุ้นมากกว่าบุคคลอื่นทั่วไป

การรักษาอาการปวดศีรษะที่ถูกต้องคือการทานยาให้เร็วที่สุด ตั้งแต่ตอนที่มีอาการน้อยๆ แล้วค่อยๆ ปรับยาจนสามารถคุมอาการได้ นอกจากนั้นในบางรายต้องใช้ยาเพื่อป้องกันอาการปวดศีรษะไม่ให้เป็นบ่อย ซึ่งยากลุ่มนี้ก็จะมีหลายชนิดแล้วแต่การตอบสนองของแต่ละบุคคล ทั้งยารับประทาน Botox หรือยาฉีดเพื่อป้องกันการปวดศีรษะ (ยาพุ่งเป้าเพื่อรักษาอาการปวดศีรษะ-Targeted Therapy for Migraine)

ในปัจจุบันยาชนิดนี้ใช้ป้องกันอาการปวดศีรษะไมเกรน ซึ่งเป็นยาที่ไปออกฤทธิ์ในการยับยั้งโปรตีนที่กระตุ้นให้เรามีอาการปวดศีรษะ (CGRP antagonist) โดยเป็นยาฉีดเข้าชั้นใต้ผิวหนัง เพื่อควบคุมไม่ให้มีอาการปวดศีรษะบ่อยๆ ซึ่งยากลุ่มนี้ได้ผลดีกว่ายารับประทานโดยสามารถลดความถี่ในการปวดศีรษะได้ค่อนข้างมากถึงเกือบ 60% เทียบกับยารับประทานที่ได้ผลประมาณ 30% (ความหมายของคำว่าได้ผล (Response rate) ใช้หลักการว่าสามารถลดความถี่ของการปวดศีรษะได้อย่างน้อย 50%) รวมทั้งผลข้างเคียงพบได้น้อยมาก และไม่รุนแรง

อีกประเด็นที่มีคนไข้ถามบ่อยมากคือ “ว่าจะรู้ได้อย่างไร? ว่าการปวดศีรษะ เป็นการปวดศีรษะธรรมดา หรือปวดศีรษะไมเกรน หรือเป็นจากมีอะไรผิดปกติของสมอง” จริงๆ แล้ว สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ต้องทราบว่าการปวดศีรษะแบบไหน ที่มีโอกาสเสี่ยงของการจะมีสิ่งผิดปกติของสมอง มากกว่าการจะวินิจฉัยด้วยตนเองว่าเป็นโรคไมเกรนหรือไม่ จึงควรมาพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยแยกโรคมากกว่า

อาการหรือสิ่งบ่งชี้เหล่านี้ เป็นตัวช่วยในการสังเกตว่าการปวดศีรษะ อาจจะมีภาวะที่อันตรายที่ต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที 1.ปวดศีรษะร่วมกับการมีไข้ 2.มีประวัติเคยเป็นโรคมะเร็งมาก่อนไม่ว่าจะเป็นที่อวัยวะใด 3.มีอาการผิดปกติทางสมองร่วมด้วย เช่น ซึมลง พูดคุยไม่รู้เรื่อง ตามองเห็นภาพซ้อน หรือการมองเห็นผิดปกติไป หน้าเบี้ยวปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงหรือชา โดยเฉพาะอาการเป็นครึ่งซีก 4.ปวดศีรษะรุนแรงมากมีอาการอาเจียนมาก โดยเฉพาะปวดรุนแรงแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เป็นครั้งแรกในคนอายุ >50 ปี (ไมเกรนมักพบว่าเป็นมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น) 5.ปวดศีรษะรุนแรงภายหลังการกระทบกระเทือนบริเวณศีรษะ 6.ปวดศีรษะรุนแรงในผู้หญิงตั้งครรภ์ 7.มีโรคประจำตัวที่เป็นโรคที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน

ถ้ามีอาการหรือภาวะดังกล่าวข้างต้นนี้ แนะนำให้ไปโรงพยาบาลเพื่อทำการวินิจฉัยแยกโรค อีกทั้ง ควรเห็นความสำคัญของการมาพบแพทย์เพื่อรักษาอาการปวดศีรษะ มากกว่าการรับประทานยาเองครับ เพื่อจะได้รับการวินิจฉัยแยกโรคที่อันตรายหรือรุนแรงออกไป รวมทั้งได้รับการรักษาและแนะนำที่ถูกต้องในการรักษาอาการปวดศีรษะไมเกรน ทั้งนี้หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดและขอรับคำปรึกษาได้ที่ ศูนย์โรคระบบสมอง (Neurology Center)) โรงพยาบาลนวเวช โทร. 02-4839999 I Line : @navavej I www.navavej.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...