โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MINT เด่น นักเที่ยว-ปัจจัยบวกเฉพาะตัวหนุน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 10 ม.ค. เวลา 03.11 น. • เผยแพร่ 11 ม.ค. เวลา 01.30 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

เส้นทางนักลงทุน

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้าหมายรายได้จากภาคท่องเที่ยวไทยในปี 2569 ไว้ที่ 2.78-3 ล้านล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 34.9-36.7 ล้านคน และไทยเที่ยวไทย 205-208 ล้านคน-ครั้ง โดยเน้น "นักท่องเที่ยวคุณภาพ" เพื่อให้ใช้จ่ายสูงขึ้น

ดังนั้นบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT จึงถูกจับตามองว่าจะเป็นหุ้นในกลุ่มโรงแรมที่น่าจะได้รับประโยชน์มากที่สุด นอกเหนือจากปัจจัยบวกเฉพาะตัวของ MINT เอง

โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา MINT ได้รับอานิสงส์จากดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงได้สนับสนุนกำไรของบริษัท ส่งผลให้ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568 รายงานกำไรสุทธิ 2,553 ล้านบาท ขยายตัว 1,609% จากงวดไตรมาส 3 ปี 2567 ที่ 149 ล้านบาท หนุนจากผลการดำเนินงานธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารฟื้นตัว รวมถึงผลขาดทุนที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงจากสัญญาอนุพันธ์ที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

รายได้จากการดําเนินงานของ MINT ในไตรมาส 3 นี้ อยู่ที่ 41,568 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ ซึ่งกลุ่มธุรกิจโรงแรมในยุโรป มัลดีฟส์ และออสเตรเลีย มีรายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (RevPar) เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

รายได้ของธุรกิจอื่น ๆ ได้รับแรงหนุนจากยอดขายของ Anantara Vacation Club และส่วนแบ่งกําไรจาก Pop Mart ที่เพิ่มขึ้น ในส่วนของธุรกิจร้านอาหารการเติบโตในสิงคโปร์เป็นผลจากการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ ในขณะที่ออสเตรเลียได้รับแรงหนุนจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างสรรค์ และยอดขายเมล็ดกาแฟที่เพิ่มขึ้น

สำหรับผลการดําเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 รายได้จากการดําเนินงานของ MINT เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ มาอยู่ที่ 121,664 ล้านบาท รับแรงหนุนจากทั้งธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร

ธุรกิจโรงแรมเติบโตจากอัตราการเข้าพัก (Occupancy rate) และราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) ที่สูงขึ้น ในขณะที่ธุรกิจร้านอาหารได้รับแรงหนุนจากกลยุทธ์การขายที่ได้รับผลตอบรับอย่างดี และการขยายเครือข่ายสาขาในบางประเทศ

กําไรจากการดําเนินงานก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษี และค่าเสื่อมราคา เติบโตใกล้เคียงกับรายได้ โดยเพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 32,957 ล้านบาท

ทั้งนี้ต้นทุนทางการเงินที่ลดลงจากการบริหารจัดการงบดุลอย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กําไรสุทธิจากการดําเนินงานสําหรับ 9 เดือนแรกของปี 2568 พุ่งขึ้น 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 6,229 ล้านบาท

MINT ยังคงถูกเลือกให้เป็น Top Picks ของกลุ่มฯ เนื่องจากแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 4 ปี 2568 ยังคงส่งสัญญาณในทิศทางที่ดีต่อเนื่อง

บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดกำไรไตรมาส 4 นี้จะเพิ่มขึ้นจากโมเมนตัมยอดจองห้องพักในเดือนธันวาคมที่แข็งแกร่ง และรับปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวของรัฐบาล รวมถึงการเข้าสู่ช่วงไฮซีชั่น (High Season) ในช่วงที่เหลือของปี ตลอดจนรับประโยชน์จากการทยอยเปิดดำเนินการของโรงแรมที่ปิดปรับปรุงก่อนหน้านี้

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ชี้ว่า กําไรปกติของ MINT จะเติบโตเล็กน้อยเมื่อเทียบกับงวดปีก่อน ได้รับแรงหนุนจากการดําเนินงานโรงแรมที่เติบโต โดยเฉพาะในประเทศไทยหลังจากปรับปรุงโรงแรมแล้วเสร็จ แต่ประโยชน์จากดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงจะลดน้อยลง อย่างไรก็ตาม กําไรปกติไตรมาส 4 จะลดลงจากไตรมาสก่อนจากพอร์ตโรงแรมในยุโรปที่อ่อนแอตามฤดูกาล

เช่นเดียวกับบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด มองไปงวดไตรมาส 4 ปี 2568 ว่า MINT มีโอกาสอัตราการเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนจะเด่นขึ้นภายใต้ค่าเงินบาทต่อยูโรพลิกกลับมาอ่อนค่า 4% เทียบปีก่อน หนุนต่อการดําเนินงานของโรงแรมใน EU ในรูปเงินบาท ประกอบกับโรงแรมไทยที่มีมาร์จิ้นสูง กลับมาเปิดให้บริการ (ค่าห้องพักหลังปรับปรุงเพิ่ม 10-20%) จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการฟื้นตัวในระยะถัดไป

ส่วนบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) คาดกำไรหลักไตรมาส 4 ปี 2568 จะเพิ่มขึ้นทั้งจากงวดปีก่อนและไตรมาสก่อน โดยหลัก ๆ มาจากผลการดำเนินงานธุรกิจโรงแรมที่แข็งแกร่งและดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง

MINT เป็นหุ้น Top Picks ของกลุ่มฯ ที่มีโบรกเกอร์ถึง 14 ค่ายให้คำแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาสูงสุด 38 บาท ขณะที่ราคาต่ำสุด 28 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...