โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วันเดียว กลต. สอย 48 คน..พันล้าน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 04 ม.ค. เวลา 09.44 น. • เผยแพร่ 05 ม.ค. เวลา 00.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

จริง ๆ อีฉันไม่อยากพูดถึงสำนักงาน ก.ล.ต.สักเท่าไหร่? เพราะเป็นหน่วยงานที่ไม่ค่อยรับฟังความเห็นของผู้คนในแวดวงตลาดหุ้นที่ต้องการเห็นการพัฒนาตลาดหุ้นมากกว่าเรื่องอื่น ๆ แถมตลอดทั้งปีที่ผ่านมาก็เห็นกันว่า มีเสียงบ่นดังเป็นระยะจากเจ้าของธุรกิจรวมถึงที่ปรึกษาการเงินก็อึดอัดใจมาก ขณะที่โบรกเกอร์แทบไม่มีปากมีเสียงอะไรเลย ส่งผลให้บรรยากาศการทำงานมาคุมากขึ้นเรื่อย ๆ นะจ๊ะ

ประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องที่แมงลือนินทาลับหลังเป็นระยะ จนสัปดาห์ที่แล้ว ก.ล.ต.เกิดความขยันผิดปกติส่งท้ายปี 68ขึ้นมาเสียอย่างนั้น หลังประกาศลงดาบกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับ “อินไซด์”และ “ปั่นหุ้น”มากถึง 5 เคส ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดเป็นอย่างมากในสายตาคนทั่วไป และเป็นเรื่องที่กระทบกับความรู้สึกของผู้คนในตลาดหุ้นอย่างแรง ซึ่งทำให้ภาพของตลาดหุ้นดูแย่ลงไปเป็นกองเจ้าค่ะ

เนื่องจากตลอดปีที่ผ่านมามีแต่เรื่องแย่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ “เจ๊แอนเชิดเงิน”หรือ “หมอบุญโกงเงิน”ล้วนเป็นเรื่องที่ทำให้นักลงทุนมีมุมมองที่ไม่ดีต่อตลาดหุ้นไทย และรู้สึกเข็ดขยาดกับการเล่นหุ้น เพราะไม่รู้ว่า ตัวเองจะโดนแจ็คพอตเมื่อไหร่? และสุดท้ายหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ทำอะไรเชื่องช้าไปหมดทุกอย่าง จึงกลายเป็นเผือกร้อนที่ย้อนเข้าตัวหน่วยงานดังกล่าวเต็ม ๆ พะยะค่ะ

งานนี้ “โมนิก้า” ไม่ได้ห้ามการทำงานของ ก.ล.ต. ในการตรวจสอบ หรือลงดาบใครทั้งสิ้น แต่อยากให้หน่วยงานดังกล่าวทำอะไรที่เหมาะสมกับเหตุการณ์สักนิดหนึ่ง! เพราะการลุกขึ้นมาฟันฉับแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย โดยผู้ที่กระทำความผิดมีมากถึง 48 คนและต้องจ่ายค่าปรับสูงถึงระดับ 1.13 พันล้าน มันทำให้คนบางกลุ่มแปรความไปในทำนองที่ว่า ต้องการกลบข่าวฉาวที่พัวพันกับ “ประธาน ก.ล.ต.” นะซี

ที่สำคัญคือ อีฉันอยากให้ทุกคนเข้าใจเรื่องเหรียญมีสองด้านเพราะสิ่งที่หน่วยงานนี้กำลังเดินหน้าทำแบบสุดซอยเขาเรียกว่า “กวาดล้าง”จนหลงลืมเรื่องการ “สร้างสรรค์”บริษัทจดทะเบียนให้มีคุณภาพสูงขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้เกี่ยวข้องในแวดวงตลาดหุ้นกำลังโหยหาอย่างมาก..ไม่ใช่เอะอะ ก็ฟันลูกเดียว จนไม่มีใครกล้าทำอะไรทั้งนั้น หลังหน่วยงานของ “เจ๊พรอนงค์”เริ่มมีช่องว่างในการทำงานกับหน่วยงานอื่น ๆ มากขึ้นไงล่ะคะ

ประเด็นตรงนี้ทำให้ไอพีโอของตลาดหุ้นไทยลดลงอย่างเห็นได้ชัด หลังที่ปรึกษาการเงินโดนหน่วยงานของคุณน้องแบนเป็นปี ทั้งที่ในขั้นตอนยื่นไอพีโอควรเป็นการให้คำชี้แนะมากกว่าลงโทษ ขณะเดียวกันถ้ามองในมุมของมาร์เก็ตเมคเกอร์ที่โดนสำนักงานดังกล่าวสอยร่วงกันเป็นพรวน ก็เป็นอีกผลกระทบหนึ่งที่ทำให้ราคาหุ้นน้องใหม่หลุดจองกันเป็นแถวแบบนี้..ปีนี้จะมีหุ้นเข้าตลาดถึง 10 ตัวไหมหนอ?

ด้วยสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” เชื่อว่า หาก ก.ล.ต. เริ่มต้นปีใหม่ด้วยการยืนยันจะเป็น “สายเหยี่ยว”เหมือนเดิม และไม่พยายามปรับตัวมาในทาง “สายพิราบ”เพื่อสร้างบรรยากาศการลงทุนให้ดีขึ้น อีฉันก็เชื่อว่า คงไม่มีใครกล้าขยับตัว เพื่อทำอะไรมากกว่าปีที่ผ่านมา และดีสุดก็คงเป็นแค่การยื่นไฟลิ่งทิ้งไว้ก่อน แถมที่นับได้ตอนนี้ก็มีไม่ถึง 10 ตัว..แล้วโบรกฯ จะอยู่กันอย่างไรเนี่ย!

เนื่องจากวอลุ่มเทรดก็ต่ำเรี่ยดิน จนต้องเลิกจ้างมาร์เกตติ้งกันเป็นแถว และยังมาเจอกับเรื่องไอพีโอชะลอเข้าตลาดหุ้นกันเป็นพรึ่บ แล้วโบรกเกอร์จะเอาอะไรกิน แถมปีนี้ก็พูดกันเยอะขึ้นว่า “เผาจริง”เพราะเศรษฐกิจจะแย่หนักกว่าเดิม ซึ่งดูได้จากตัวเลขจีดีพีทั่วโลกส่วนใหญ่อยู่ในระดับ 5% แต่ตัวเลขบ้านเราอยู่ในระดับ 2% เป็นเวลาหลายปี ซึ่งหมายความว่า เศรษฐกิจไทยยังอยู่ในช่วงถดถอยแบบนี้..ไอ้หวังตายแน่..ตายแน่ไอ้หวัง

โมนิก้าและทีมงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...