โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

กรมธุรกิจพลังงาน เผยยอดใช้น้ำมัน 10 เดือนปี 68 หด สวนทาง “เจ็ท” โตแรง 8%

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 15 ธ.ค. 2568 เวลา 12.06 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2568 เวลา 12.06 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (15 ธ.ค.68) นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ในช่วงเดือนมกราคม - ตุลาคม 2568 มีปริมาณอยู่ที่ 153.67 ล้านลิตรต่อวัน ลดลง0.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดยก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) มีปริมาณการใช้ลดลงสูงสุดอยู่ที่ 16.1% ตามด้วยก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ลดลง 3.6% และน้ำมันดีเซลหมุนเร็วลดลง 2.4% ขณะที่น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) มีปริมาณการใช้เพิ่มขึ้น 8.2% การใช้น้ำมันเตาเพิ่มขึ้น 4.3% และกลุ่มเบนซินเพิ่มขึ้น 1.2%

โดยรายละเอียดปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิด เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ดังนี้

กลุ่มเบนซิน เฉลี่ยอยู่ที่ 31.59 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 1.2% โดยน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ใช้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 19.53 ล้านลิตรต่อวัน สาเหตุจากส่วนต่างราคาระหว่างน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 กับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ลดลงมาอยู่ที่ 0.37 บาทต่อลิตร เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 0.88 บาทต่อลิตร จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้บริโภคเลือกใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 สูงขึ้นจากปีก่อน ขณะที่การใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 น้ำมันเบนซิน และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 มีปริมาณการใช้ที่ลดลงมาอยู่ที่ 6.54 ล้านลิตรต่อวัน 5.08 ล้านลิตรต่อวัน 0.38 ล้านลิตรต่อวัน และ 0.06 ล้านลิตรต่อวัน ตามลำดับ

น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว เฉลี่ยอยู่ที่ 64.73 ล้านลิตรต่อวัน ลดลง 2.4% โดยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ลดลงมาที่ 64.72 ล้านลิตรต่อวัน และดีเซลหมุนเร็ว B20 ลดลงมาอยู่ที่ 0.01 ล้านลิตรต่อวัน สอดคล้องกับเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 ที่ขยายตัว 1.2% แต่ชะลอลงจาก 2.8% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 มาจากมาตรการปรับขึ้นภาษีศุลกากรนำเข้าของสหรัฐฯ และแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจและการค้าโลก ส่งผลให้ภาคการค้าและขนส่งสินค้าลดลงตามซึ่งเป็นไปตามดัชนีการส่งสินค้า เฉลี่ย 10 เดือนที่หดตัวลง 1.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับ อุปสงค์ในประเทศชะลอตัวลง ทั้งการบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชน รวมถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวมีการชะลอตัวตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวระยะใกล้ (short haul) ที่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง

ปริมาณการใช้ Jet A1 เฉลี่ยอยู่ที่ 16.78 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 8.2% ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากปีก่อน สอดคล้องกับการขยายตัวของบริการขนส่งสินค้าทางอากาศ เนื่องจากการเร่งการส่งออกในช่วงก่อนมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ โดยการขนส่งทางอากาศช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี ขยายตัว 0.93% จากไตรมาสก่อนหน้า ประกอบกับ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ของรัฐบาลที่สนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ ส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารภายในประเทศขยายตัว 6.23% และปริมาณเที่ยวบินเพิ่มขึ้น 9.31% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า แม้เป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Low season)

ปริมาณการใช้ LPG เฉลี่ยอยู่ที่ 17.90 ล้านกิโลกรัมต่อวันลดลง 3.6% ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้ภาคปิโตรเคมี ที่ลดลงมาอยู่ที่ 7.71 ล้านกิโลกรัมต่อวัน และภาคขนส่งลดลงมาอยู่ที่ 2.25 ล้านกิโลกรัมต่อวัน สอดคล้องกับปริมาณรถจดทะเบียนสะสมที่ใช้เชื้อเพลิง LPG ซึ่งลดลง 3.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การใช้ในภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5.88 ล้านกิโลกรัมต่อวัน และภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.07 ล้านกิโลกรัมต่อวัน

ปริมาณการใช้ NGV เฉลี่ยอยู่ที่ 2.35 ล้านกิโลกรัมต่อวัน ลดลง 16.1% โดยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับจำนวนรถจดทะเบียน NGV สะสมที่ลดลง และจำนวนสถานีบริการ NGV ที่มีแนวโน้มปิดตัวลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปตท. ยังคงช่วยเหลือผ่านโครงการบัตรสิทธิประโยชน์ ให้กับกลุ่มรถแท็กซี่และรถโดยสารสาธารณะ และได้ประกาศปรับลดราคา NGV สำหรับรถทั่วไปลง 0.39 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลให้ราคาอยู่ที่ 16.77 บาทต่อกิโลกรัม โดยมีผลระหว่างวันที่ 16 พฤศจิกายน - 15 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำที่สุดในรอบปี 2568 และจะมีการพิจารณาทุก ๆ เดือน เพื่อสะท้อนกลไกต้นทุนที่แท้จริง

ปริมาณการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง เฉลี่ยอยู่ที่ 1,021,002 บาร์เรลต่อวัน ลดลง 2.1% คิดเป็นมูลค่าการนำเข้ารวม 76,473 ล้านบาทต่อเดือน โดยเป็นการลดลงของการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป ได้แก่ น้ำมันเบนซินพื้นฐาน น้ำมันดีเซลพื้นฐาน น้ำมันอากาศยาน และ LPG) มาอยู่ที่ 36,496 บาร์เรลต่อวัน ลดลง 38.9% คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปอยู่ที่ 2,047 ล้านบาทต่อเดือน ขณะที่น้ำมันดิบมีการนำเข้าเพิ่มขึ้น อยู่ที่ 984,506 บาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 0.1% คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าน้ำมันดิบอยู่ที่ 74,426 ล้านบาทต่อเดือน

สำหรับ ปริมาณการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป เฉลี่ยอยู่ที่ 144,430 บาร์เรลต่อวัน ลดลง 20.3% โดยเป็นการส่งออกน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา น้ำมันอากาศยาน และ LPG คิดเป็นมูลค่าส่งออกรวม 11,883 ล้านบาทต่อเดือน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...