โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทำความรู้จักเจ้าพ่อชิปจีน ‘เฉิน เทียนซื่อ’ ผู้ก่อตั้ง Cambricon จนได้รับฉายา ‘Nvidia เวอร์ชันจีน’ จากเด็กอัจฉริยะก้าวสู่ CEO ในวัย 40 ปี Forbes ยกเป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีที่เติบโตเร็ว

THE STATES TIMES

อัพเดต 20 พ.ย. 2568 เวลา 08.16 น. • เผยแพร่ 20 พ.ย. 2568 เวลา 09.45 น. • Hard News Team

(20 พ.ย. 68) ถ้าพูดถึง “คลื่นลูกใหม่” ในวงการชิปเอไอของจีน ชื่อที่คนจีนพูดถึงมากที่สุดตอนนี้คือ เฉิน เทียนซื่อ (Chen Tianshi) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Cambricon Technologies บริษัทที่ถูกยกให้เป็นความหวังสำคัญของชิปเอไอสัญชาติจีน หลายสื่อถึงขั้นเรียก Cambricon ว่า “Nvidia เวอร์ชันจีน” ขณะที่ตัวเฉินเองก็เพิ่งถูกจัดอันดับโดย Forbes ให้เป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีที่เติบโตเร็วที่สุดของปี 2025

เฉินเกิดปี 1985 ที่นครหนานชาง ในครอบครัวธรรมดา พ่อเป็นวิศวกรไฟฟ้า แม่เป็นครูประวัติศาสตร์ แต่พรสวรรค์ด้านวิทยาศาสตร์ของเขาโดดเด่นจนได้เข้าร่วมโครงการ “เด็กพิเศษ” ของมหาวิทยาลัย University of Science and Technology of China (USTC) ตั้งแต่อายุเพียง 16 ปี ก่อนจะมุ่งสายวิชาการเต็มตัว จบถึงระดับปริญญาเอกด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์จากสถาบันเดียวกัน

หลังจบดอกเตอร์ เฉินเข้าร่วมสถาบันเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ภายใต้ Chinese Academy of Sciences (CAS) และทำงานคู่กับพี่ชาย เฉิน หยุนจี ในปี 2014 ทั้งคู่เปิดตัวงานวิจัยชิปเอไอชื่อ DianNao ซึ่งสร้างกระแสฮือฮาในวงการวิชาการระดับโลก เพราะเป็นการประกาศว่าจีนสามารถออกแบบ “AI Accelerator” ที่แข่งขันได้จริง จุดนี้เองที่ทำให้เฉินเริ่มถูกมองว่าเป็นกำลังหลักใน ecosystem ด้านฮาร์ดแวร์เอไอของจีน

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2016 เมื่อเฉินตัดสินใจก้าวออกจากบทบาทนักวิจัย มาตั้งบริษัท Cambricon Technologies เป้าหมายคือ “เปลี่ยนงานวิจัยเป็นสินค้าจริง” ที่ใช้ได้ในอุตสาหกรรม ชื่อ Cambricon ได้แรงบันดาลใจจากคำว่า Cambrian Explosion เหตุการณ์วิวัฒนาการครั้งใหญ่ในโลกยุคโบราณ สื่อถึงความทะเยอทะยานว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของวิวัฒนาการครั้งใหม่ของฮาร์ดแวร์เอไอ โดย CAS เองก็ลงเงินลงทุนตั้งแต่ระยะแรก สะท้อนการหนุนจากภาครัฐและฝั่งวิชาการอย่างชัดเจน

Cambricon เริ่มเป็นชื่อที่คนวงกว้างรู้จักในปี 2017 เมื่อ Huawei นำชิปเอไอของบริษัทไปใช้ในสมาร์ตโฟน Mate 10 เพื่อเร่งการประมวลผลภาพและเกม นี่คือหลักฐานว่าเทคโนโลยีจากห้องแล็บของเฉินสามารถถูกต่อยอดสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์จริง แม้ความร่วมมือจะยุติลงในปี 2019 หลัง Huawei หันไปดันเทคโนโลยีของตัวเอง แต่ช่วงเวลาสั้น ๆ นั้นก็ส่งให้ชื่อ Cambricon โดดเด่น และทำให้เฉินตัดสินใจลาออกจาก CAS เพื่อทุ่มเวลาให้บริษัทเต็มตัว

ในอีกด้านหนึ่ง สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ก็กลายเป็น “แรงส่ง” ให้ Cambricon แบบไม่คาดฝัน เมื่อสหรัฐฯ เริ่มเข้มงวดการส่งออกชิปขั้นสูงมายังจีน เกิดช่องว่างอุปทานในตลาดเอไอขนาดใหญ่ นโยบาย “ใช้ของในประเทศ” ได้แรงหนุนระดับชาติ และ Cambricon ก็ถูกดันขึ้นมาเป็นหนึ่งในตัวเลือกหลักของจีน ราคาหุ้นบริษัทพุ่งกว่า 500% ในปี 2024 ทำให้เฉินกลายเป็นมหาเศรษฐีหมื่นล้านดอลลาร์แทบชั่วข้ามคืน

รายงานของ Forbes ระบุว่า เฉินในวัยราว 40 ปี มีทรัพย์สินแตะราว 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ติดอันดับที่ 15 ของมหาเศรษฐีจีน Cambricon ถูกเรียกขานว่า “Nvidia แห่งจีน” ชิปของบริษัทถูกใช้ในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่ธนาคาร โทรคมนาคม ไปจนถึงการฝึกและรันโมเดลเอไอของบริษัทใหญ่ ๆ อย่าง Alibaba, Tencent และ DeepSeek ในครึ่งแรกของปี 2025 บริษัททำกำไรได้ราว 1 พันล้านหยวน และรายได้โตแบบก้าวกระโดด แต่ก็ยังมีคำถามเรื่องความยั่งยืน เพราะค่าใช้จ่ายด้านวิจัยยังสูงมาก

แม้จะถูกจับตามองในวงการชิปเอไอจีน แต่ Cambricon ก็ต้องเผชิญคู่แข่งหนักอย่าง Huawei ที่กำลังดันชิปตระกูล Ascend ขึ้นมาเป็นตัวเลือกแทน Nvidia ในตลาดจีน หลายงานวิเคราะห์มองว่า Huawei มีโอกาสใกล้เคียงการเป็น Nvidia เวอร์ชันจีนมากกว่า เพราะครบทั้งเงินทุน บุคลากร และ ecosystem ขนาดใหญ่ ทำให้ Cambricon ต้องเลือกให้ชัดว่าจะเป็นผู้เล่นเฉพาะทางที่เก่งในนิชงานเอไอ หรือจะไล่บี้ผู้นำระดับโลกแบบตรง ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...