“สุเชษฐ์” มอง SET อ่อนตัวตามตลาดตปท. ชู PTTEP-WHA-MTC-HMPRO-THAI เด่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (18 ส.ค.69) นายสุเชษฐ์ สุขแท้ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายมีเดียมาร์เก็ตติ้ง บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด หรือ ASL เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” ว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้มีโอกาสอ่อนตัวตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดลง ประกอบกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนลบ ทั้งญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง จีน สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์
ทั้งนี้ ASL มองแนวรับของดัชนี SET เบื้องต้นที่ระดับ 1,606 จุด และระดับ 1,618 จุด แต่ประเมินว่ามีโอกาสหลุดระดับดังกล่าว จึงแนะนำให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการไล่ราคา โดยเน้นกลยุทธ์รอซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว
อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่มีความโดดเด่นในวันนี้คือ หุ้นพลังงานและน้ำมัน หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้น โดยราคาน้ำมัน Brent ขึ้นมาบริเวณ 91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI อยู่บริเวณ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจน้ำมัน ขณะที่หุ้นโรงไฟฟ้าอาจเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น
สำหรับหุ้นรายตัว ASL แนะนำ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC โดยมองว่าผลประกอบการของหุ้นในกลุ่มไฟแนนซ์ที่ประกาศออกมาโดยรวมเป็นบวก แม้ราคาหุ้นยังไม่ได้ปรับขึ้นมากนัก อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์เหมาะกับการรอซื้อเมื่ออ่อนตัว โดยให้แนวรับ MTC ที่ 31.75 บาท และแนวต้านบริเวณ 34.75-35.00 บาท
ถัดมา บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA ซึ่งอยู่ในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม โดย ASL มองว่ากลุ่มดังกล่าวยังมีทิศทางการเติบโตที่โดดเด่น โดยเฉพาะ AMATA ขณะที่ WHA และ ROJNA ยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นตามทิศทางการลงทุน โดยแนะนำใช้จังหวะราคาอ่อนตัวเข้าสะสม WHA และมองแนวรับ 4.00–4.50 บาท และต้านบริเวณ 5.30 บาท
ด้านบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP ถือเป็นหุ้นเด่นในเชิงปัจจัยพื้นฐานจากทิศทางราคาน้ำมันโลกที่ปรับสูงขึ้น โดยประเมินว่าราคาหุ้นมีโอกาสกลับขึ้นทดสอบระดับ 150 บาท และหากผ่านได้มีแนวต้านถัดไปบริเวณ 155 บาท ซึ่งอาจเริ่มเห็นแรงขายทำกำไร
พร้อมกันนี้ หุ้นในกลุ่มน้ำมันโดยรวมยังได้รับอานิสงส์จากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับผลประกอบการหลายบริษัทมีทั้งยอดขายและกำไรเติบโต ทำให้กลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะธุรกิจน้ำมัน ยังน่าสนใจกว่าหุ้นโรงไฟฟ้า ซึ่งผลประกอบการส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับปานกลาง
ส่วน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI มองว่าราคาหุ้นเริ่มมีลักษณะฟื้นตัว หลังจากก่อนหน้านี้ได้รับแรงกดดันจากปัจจัยข่าวโดยมีแนวรับอยู่ที่ระดับ 5.50 บาท โดยมีโอกาสรีบาวด์ขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 6.50 บาท
ขณะที่กลุ่มพาณิชย์ ASL มองว่า บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL มีผลประกอบการโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม ส่วน บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME, บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO และบริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ ILM เหมาะกับการเก็งกำไรหรือรอซื้อเมื่ออ่อนตัว โดย HMPRO มีแนวต้านบริเวณ 6.50-7.00 บาท
นายสุเชษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากพิจารณาผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนรอบล่าสุด กลุ่มที่โดดเด่นมากที่สุดคือ ธนาคารพาณิชย์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และพลังงาน แต่ราคาหุ้นหลายตัวในกลุ่มธนาคารและอิเล็กทรอนิกส์ปรับขึ้นมามากแล้ว จึงควรเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน
ในทางกลับกัน กลุ่มโรงพยาบาลและอาหารยังมีผลประกอบการไม่โดดเด่นนัก เนื่องจากรายได้หลายบริษัทยังไม่สามารถเติบโตได้มาก ขณะที่กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมมีความน่าสนใจมากกว่ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป
นอกจากนี้ หุ้นที่เกี่ยวข้องกับธีม Data Center ทั้งกลุ่มธนาคาร พลังงาน น้ำ อิเล็กทรอนิกส์ และ ICT ยังมีแนวโน้มได้ประโยชน์จากการลงทุนมากกว่ากลุ่ม Real Sector ที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคโดยตรง