โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

KSS ชี้สหรัฐฯ อัดฉีดซื้อคืนพันธบัตร กดบอนด์ยีลด์ดิ่ง ดันเงินบาทแข็ง-ฟันด์โฟลว์ทะลัก

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยว่า กรณีกระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกาเตรียมเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลอายุยาวเป็นขั้นต่ำ 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อครั้ง โดยเน้นพันธบัตรช่วงอายุ 10-20 ปี และ 20-30 ปี ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2569 เป็นต้นไป มาตรการดังกล่าวส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) อายุ 30 ปี ปรับตัวลดลง 0.07% ขณะที่อายุ 10 ปี ลดลง 0.04% พร้อมกับการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐและการฟื้นตัวของสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม มองว่าการซื้อคืนพันธบัตรในครั้งนี้เป็นมาตรการสนับสนุนสภาพคล่องและบริหารอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ (Duration) มากกว่าจะเป็นมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) เนื่องจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ใช้การออกตั๋วเงินคลังระยะสั้น (T-bill) เป็นแหล่งเงินทุนหลักในการเข้าซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว

ทั้งนี้ ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือน ขณะที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาเคลื่อนไหวบริเวณ 32.80-32.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนถึงสภาวะที่เอื้อต่อกระแสเงินทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ที่จะไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นเอเชียและไทย

นอกจากนี้ ระยะกลางถึงระยะยาวเศรษฐกิจไทยยังรับอานิสงส์กระแสเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่จะไหลเข้าสู่ภูมิภาคอาเซียน รองรับวัฏจักรการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งจะส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในฐานะแหล่งเงินทุนหลัก โดยไม่กังวลต่อความเสี่ยงเรื่องหนี้เสียของกลุ่มธุรกิจ SME เนื่องจากวัฏจักรสินเชื่อรอบนี้ถูกขับเคลื่อนโดยธุรกิจขนาดใหญ่ และภาครัฐยังมีมาตรการช่วยเหลือ SME อย่างต่อเนื่อง

โดยหุ้นที่คาดจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากภาวะบอนด์ยีลด์ผ่อนคลายและกระแสเทคโนโลยี ประกอบด้วย บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA, บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE และ บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA, บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF, บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC, บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP, บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC และ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...