โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เปิดจุดเด่น รถยนต์ Honda City e:HEV ด้วยระบบขับเคลื่อน Full Hybrid มั่นใจทุกการเดินทาง

TODAY

อัพเดต 23 พ.ค. 2565 เวลา 02.43 น. • เผยแพร่ 23 พ.ค. 2565 เวลา 03.00 น. • workpointTODAY

ตอนนี้ทั่วโลกต่างมุ่งความสนใจไปที่รถยนต์ไฟฟ้า ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย จากสถิติของกรมการขนส่งทางบก ในปี 2564 ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท รวมกันถึง 218,381 คัน

รถยนต์ไฟฟ้าที่คนไทยน่าจะคุ้นเคยมากที่สุด คือรถยนต์ประเภทไฮบริด หรือ Hybrid Electric Vehicle (HEV) ที่ผสมผสานระบบการทำงานด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์สันดาป

รถยนต์ไฮบริด ยังสามารถกักเก็บพลังงานไว้ในแบตเตอรี่ได้ ประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนสูง ที่สำคัญประหยัดน้ำมันมากกว่ารถยนต์สันดาปทั่วไป

เทคโนโลยีรถยนต์ไฮบริด พัฒนาต่อเนื่องมานานหลายสิบปี บริษัทรถยนต์หลายค่าย ผลิตรถยนต์ไฮบริดออกมาจำหน่ายหลายรุ่น และได้รับความนิยมค่อนข้างมาก ตั้งแต่รถ City Car ไปจนถึงรถ SUV รองรับผู้โดยสารได้หลายคน

สำหรับประเทศไทย พอถามถึงความต้องการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของคนไทย รถยนต์ไฮบริดน่าจะเป็นคำตอบอันดับต้นๆ โดยคนส่วนใหญ่ให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจมาอย่างยาวนาน

เนื่องจากรถยนต์ไฮบริด เป็นสิ่งที่คนไทยคุ้นเคยและมั่นใจอยู่แล้ว ใช้งานกันอย่างแพร่หลาย เครื่องแรง ประหยัดเชื้อเพลิง ลดการปล่อยมลพิษได้เช่นกัน และยังเหมาะกับสภาพโครงสร้างพื้นฐานบ้านเราอีกด้วย

ส่องเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน Full Hybrid ในรถยนต์ฮอนด้า

รถยนต์ไฮบริดที่จำหน่ายในประเทศไทยมีให้เลือกหลายรุ่น จากหลายแบรนด์ ยกตัวอย่างเมื่อไม่นานมานี้ แบรนด์ดังเจ้าตลาดจากญี่ปุ่น ‘ฮอนด้า’ ได้พัฒนารถยนต์รุ่นยอดนิยม อย่าง Honda City e:HEV (ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี) เปิดตัวเป็นครั้งแรกช่วงปลายปี 2563

ที่น่าสนใจคือ ฮอนด้านำเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน Full Hybrid มาใช้เป็นครั้งแรกในรถตระกูล City ทำให้ในรถยนต์รุ่น Honda City e:HEV โดดเด่นเรื่องสมรรถนะการขับขี่ เดินทางได้อย่างคล่องตัว เครื่องแรง โดยแรงบิดมอเตอร์สูงสุด 253 นิวตัน-เมตร และประหยัดน้ำมันมากถึง 27.8 กิโลเมตร/ลิตร เลยทีเดียว

มาทำความรู้จักเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน Full Hybrid ของฮอนด้ารุ่นนี้กันสักนิด ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว ผสานกับพลังมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว พร้อมเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันแบบต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ Lithium-ion ที่มีประสิทธิภาพสูง ให้การขับขี่ที่ทรงพลังและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม

มอเตอร์ตัวหนึ่งจะทำหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้า (Generator Motor) ส่วนอีกตัวจะทำหน้าที่ขับเคลื่อน (Drive Motor) สลับทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ โดยระบบจะเลือกโหมดให้อัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นช่วงของการเร่งเครื่องออกตัว การขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ การขับขี่ด้วยความเร็วสูงและการลดความเร็ว

ซึ่งในแต่ละช่วง รถยนต์จะเลือกโหมดให้อัตโนมัติ โดยเลือกให้เหมาะสมกับสภาวะของการขับขี่ มีทั้งโหมดมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) โหมดไฮบริด (Hybrid Drive Mode) และโหมดเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode)

นอกจากนี้ รถยนต์ e:HEV ของฮอนด้า ยังมีแบตเตอรี่ Lithium-ion กักเก็บประจุไฟฟ้าได้ยาวนาน น้ำหนักเบา พร้อมชาร์จไฟได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพทนทานสูง ขับขี่ไม่สะดุด ซึ่งทางฮอนด้ารับประกันแบตเตอรี่ให้นานถึง 10 ปี นับว่าอีกหนึ่งความคุ้มค่าของรถยนต์รุ่นนี้

รับประกัน 5 ปีแรกทั้งระบบแบบไม่จำกัดระยะทาง ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า อุปกรณ์ควบคุม แบตเตอรี่ไฮบริดและระบบสายไฟไฮบริด พร้อมดูแลด้วยช่างผู้ชำนาญงานและเครื่องมือพิเศษ โดยบริษัทฯ พิจารณาขยายระยะเวลารับประกันเฉพาะแบตเตอรี่ไฮบริดเพิ่มอีก 5 ปี (ตั้งแต่ปีที่ 6-10) ทั้งนี้ เงื่อนไขการขยายเวลารับประกันดังกล่าวเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดศึกษาสมุดรับประกัน

ไม่ใช่แค่เรื่องสมรรถนะการขับขี่ และประสิทธิภาพของแบตเตอรี่เท่านั้น แต่ Honda City e:HEV ยังตอบโจทย์เรื่องความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ (Honda SENSING) อีกทั้งฮอนด้ายังมีบริการหลังการขายที่ครอบคลุมอีกด้วย

บริการหลังการขาย หัวใจสำคัญของฮอนด้า

ปัจจัยในการเลือกซื้อรถยนต์สักคันหนึ่ง นอกจากผู้ซื้อจะพิจารณาฟังก์ชันการใช้งาน การออกแบบที่สวยงาม ความปลอดภัย และความคุ้มค่าของราคาแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่มองข้ามไม่ได้เลยคือ ‘บริการหลังการขาย’

เนื่องจากผู้ขับขี่ต้องใช้งานรถยนต์คันเดิมไปอีกหลายปี อย่างกรณีครบระยะเวลาตรวจเช็กสภาพรถ หรือในเวลาที่รถยนต์เกิดปัญหา ผู้ขับขี่ต้องการความช่วยเหลือด้านต่างๆ

จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญ คอยอำนวยความสะดวก พร้อมให้บริการครอบคลุมทุกพื้นที่ ทุกเวลา สร้างความรู้สึกอบอุ่นใจให้แก่ลูกค้าในระยะยาว

เช่นเดียวกับบริการหลังการขาย นี่คือสิ่งที่ฮอนด้าให้ความสำคัญมาโดยตลอด จะเห็นได้ว่ามีศูนย์บริการของฮอนด้าครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาค ทั่วประเทศไทย พร้อมพนักงานดูแลลูกค้าเป็นอย่างดี ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย

ไม่ว่าจะเป็นบริการตรวจเช็กสภาพรถ และซ่อมแซมแก้ไขปัญหารถยนต์ โดยช่างผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ รู้ลึก รู้จริง โดยทีมงานทุกคนได้รับการอบรมตามมาตรฐานของบริษัทอย่างสม่ำเสมอ

ตัวอย่างบริการหลังการขาย จากฮอนด้า เช่น

- Honda Quick Service บริการเช็กระยะแบบเร่งด่วนตามระยะทาง ผู้ขับขี่สามารถนัดหมายล่วงหน้า เพื่อนำรถยนต์เข้าเช็กได้ ทุกๆ ระยะทาง 10,000 กิโลเมตร ซึ่งใช้เวลาเวลาตรวจเช็กไม่นาน ใช้เวลาเพียง 60-120 นาที

- Honda Body&Paint บริการซ่อมตัวถังและสี โดยผู้เชี่ยวชาญซ่อมตัวถัง พร้อมนวัตกรรมซ่อมสีโดยเฉพาะ ทำให้รถยนต์สวยงามและคงทนทุกสภาพแวดล้อม

- บริการ Drop & Go ผู้ขับขี่นัดหมายศูนย์บริการ นำรถมาเช็กระยะโดยไม่ต้องเสียเวลารอคิวนาน ระหว่างนี้สามารถไปทำธุระส่วนตัวได้ เมื่อถึงเวลาก็มารับรถกลับได้เลย รวดเร็วและปลอดภัยจากโควิด-19 ด้วย

สำหรับบริการดังกล่าว ผู้ใช้บริการสามารถนัดหมายผ่านเว็บไซต์ของฮอนด้าได้ด้วยตัวเองที่ servicebooking.honda.co.th โดยสามารถเลือกศูนย์บริการ วันและเวลานัดหมาย พร้อมระบุรายละเอียดที่ต้องการรับบริการได้อย่างสะดวกรวดเร็ว หรือจะโทรติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้าก็ได้ ที่หมายเลข 02-341-7777 ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ยังมีบริการ Honda Ultimate Care บริการรับประกันคุณภาพรถยนต์ ตามระยะเวลาหรือระยะทางที่กำหนด โดยสามารถต่อระยะเวลาเพิ่มได้ ในราคาสบายกระเป๋า

พร้อมทั้งบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งสิทธิประโยชน์นี้ฟรี สำหรับลูกค้ารถใหม่ภายในระยะเวลา 3 ปี เช่น ขับรถไปแล้วเกิดเหตุเร่งด่วน จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษาด้านเทคนิค, บริการรถยกลากไปยังศูนย์ซ่อม, รับกุญแจสำรอง, เปิดประตูโดยช่างกุญแจ และเติมน้ำมันฉุกเฉิน เป็นต้น

ทั้งหมดนี้คือ ‘บริการหลังการขาย’ จากฮอนด้า เพราะรถยนต์เปรียบเสมือนเพื่อนร่วมเดินทางคนสำคัญ ดังนั้นควรเลือกรถยนต์ที่มั่นใจได้

มั่นใจในที่นี้ ไม่ใช่แค่ฟังก์ชันการใช้งาน เทคโนโลยีที่ทันสมัยหรือดีไซน์สวยเท่านั้น แต่ต้องดูการบริการหลังการขาย ทีมงานที่มีความชำนาญ และความคุ้มค่าในทุกๆ ด้าน ตอบโจทย์การขับขี่ที่มีประสิทธิภาพ แรง ประหยัด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน

e:HEV จากฮอนด้าจึงเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ พร้อมออกเดินทางสู่อนาคตได้อย่างมั่นใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...