โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

คุณก็รู้...ผมไม่เจ้าชู้หรอกครับ

นิยาย Dek-D

เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2567 เวลา 05.01 น. • Dariztra
ไม่ได้อยากไปดู 'แมว' ที่ห้อง เพราะอยากดู 'แม่แมว' มากกว่า

ข้อมูลเบื้องต้น

สถานะนิยาย กำลังอัพ

เปิดเรื่องวันที่ : 08/06/2024

คุณก็รู้…ผมไม่เจ้าชู้หรอกครับ

By Dariztra.

[นธี X น้ำอิง]

แนะนำตัวละคร

นธี

ชลนธี ธาดาวรวัฒน์

อายุ : 19 ปี

คณะ วิศวะกรรมศาสตร์ สาขา เครื่องกล

จุดแข็ง : หล่อ รวย พึ่งพาได้ มีเวลาให้!

จุดอ่อน : ปากไม่ตรงกับใจ แพ้คนอ้อน

หนุ่มแว่นที่ไม่ได้แปลว่าเนิร์ด แต่คือ หนุ่มแว่น ที่แปลว่า ฮอต

"อยากได้อะไรก็อ้อนฉัน…"

"อ้อนก่อน…"

"อยากได้ต้องทำไง หืม?"

น้ำอิง

เขมิกา ก้องวัฒนาชล

อายุ : 19 ปี

คณะ วิศวะกรรมศาสตร์ สาขา เครื่องกล

จุดแข็ง : ขี้อ้อน และ มีเพื่อนที่ชื่อ "นธี" เป็นของตัวเอง

จุดอ่อน : กลัวเสียงดัง

สาวอยุธยาฯ หน้าซื่อ ผู้หลงผิดคิดว่าคนใส่แว่นทุกคนคงจะเนิร์ด ๆ

'เนิร์ดกะผีน่ะสิ!!!'

"นธี…ไปส่งโหน่ยยยย"

"นธี…หิวข้าวแย้ววว"

"นธี…สอนการบ้านข้อนี้หน่อยงับ"

"นธี…"

"นธี นธี นธี…"

--------------------------------------

ไม่ใช่ "นธี" ก็เหนื่อยหน่อยครับ…แต่เป็น "นธี" ก็เหนื่อยเหมือนกัน 5555555

Set เด็กกางเกงน้ำเงิน

เจโร : Falling in love บ้านักหลงรักเด็ก [มี E Book จบ] ลิ้งค์นิยาย >> https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=2552769

นธี : คุณก็รู้…ผมไม่เจ้าชู้หรอกครับ [กำลังอัพ] ลิ้งค์นิยาย >>

ภูวินท์ : [รอเปิดเรื่อง]

เต้ย : [รอเปิดเรื่อง]

**ฝากกดติดตาม + กดหัวใจ เป็นกำลังให้หน่อยน้าาา**

บทนำ

"เบบี๋คะ ลืมอะไรรึเปล่า จดไว้นะคราวหน้าพี่จะเอามาให้ค่ะ" น้ำเหนือ ผู้ชายรูปร่างกำยำสูงใหญ่กว่า 185 ซม. ใบหน้าเข้มดุดันดูน่ากลัว บวกกับผิวสีน้ำผึ้งกับกล้ามเนื้อชัดเจนจนทำให้น่าเกรงขามเข้าไปใหญ่ แต่แล้วกลับสวนทางกับคำพูดคำจาน่ารักบ้องแบ๊วที่มีไว้ให้เพียงแค่น้องสาวสุดที่รักหัวแก้วหัวแหวนอย่าง น้ำอิง เท่านั้น

"คราวหน้านี่วันไหนเหรอคะ?" น้ำอิงเอ่ยถามพี่ชายที่รับหน้าที่เป็นคนงานช่วยขนของเข้าหอ เนื่องจากเธอถึงวัยที่จะต้องย้ายตัวเองจากบ้านเกิดเมืองนอนมาเรียนต่อปริญญาตรีที่กรุงเทพฯ และเห็นได้ชัดว่าใบหน้าพี่ชายของเธอเป็นห่วงเธอมากถึงมากที่สุด

"ถ้าเบบี๋รีบใช้พี่เอามาให้พรุ่งนี้ได้เลยค่ะ" ใบหน้าหล่อเข้มยิ้มแฉ่งไม่มีท่าทีล้อเล่นซักนิด สำหรับน้องสาว อยุธยา-กรุงเทพ ฯ ก็แค่หน้าปากซอยเท่านั้น

สาวน้อยใสซื่อสุดน่ารักผู้เป็นดั่งดวงใจน้ำเหนือห่างน้องสาวถึง 5 ปี บัดนี้โตจนเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว เขาแทบไม่อยากจะเชื่อ สำหรับเขาเธอยังตัวแค่เนี้ยเอง ย้ายมาอยู่เมืองที่มีแต่แสงสี เสือ สิง กระทิง แรดเต็มไปหมด เขาไม่ค่อยวางใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะน้ำอิงบอกว่าตัวเองโตแล้ว

โตอะไรกัน…สำหรับพี่ชาย เธอเหมือนเพิ่งเดินได้เมื่อวานนี้เอง

น้ำอิงหัวเราะกับพี่ชายเพียงคนเดียวของตัวเอง ดูท่าทางแล้วน่าจะเป็นห่วงเธอน่าดู แต่ก็ช่วยไม่ได้นี่…สายตาของน้ำเหนือเธอคงตัวกระจ้อยร่อย เป็นเบบี๋ตัวเล็กของพี่ชายตลอดไป

"นี่พี่เหนือแน่ใจนะคะว่าจะให้พี่ออยมาอยู่เป็นเพื่อนอิงอ่ะ พี่เหนือเป็นห่วงเกินเหตุไปแล้วนะคะ"

"ให้มันมาอยู่เป็นเพื่อนซักสอง สามวัน มันอยู่แถวนี้มานานน่าจะบอกว่าอะไรอยู่ตรงไหนได้ไงคะ" พี่ออยที่ว่า คือลูกพี่ลูกน้องของพวกเรา และเป็นพี่สาวของเพื่อนสนิทของน้ำอิงอย่าง 'เป้' เธอเพิ่งจะเรียนจบจากมหาวิทยาลัยที่นี่และกำลังทำงานอยู่แถวนี้เช่นกัน แถมพี่เหนือก็เอาฉันไปเป็นภาระเขาอีกด้วย

"ก็ได้ค่ะ" น้ำอิงพยักหน้าเพราะถึงจะเถียงยังไง พี่เหนือก็คงไม่ยอมปล่อยให้อยู่คนเดียวตอนนี้แน่นอน เลยตามเลยไปก่อนแล้วกัน

"พี่กลับก่อนนะคะ พี่ต้องไปเช็กอะไหล่ที่โรงงาน เดี๋ยวจะดึกดื่นเอา" คนพูดไปก็น่าเศร้าไป "พรุ่งนี้ไปรับน้องใช่ไหมคะ?"

"ค่ะ"

"ถ้ารุ่นพี่กวนตีน ด่ามันไปเลยนะคะ เดี๋ยวพี่มาเคลียร์เอง" เธอยกมือขึ้นมากุมขมับ ดูสิ สอนอะไรแต่ละอย่าง ทำแบบนั้นเธอคงอยู่ยากขึ้นถ้ามีปัญหากับคนอื่น "ล้อเล่นค่ะ ทำตัวน่ารัก ๆ นะคะ คนอื่นจะได้เอ็นดู"

"รับทราบ!" มือเล็กยกขึ้นมาตะเบ๊ะอย่างแข็งขัน "กลับไปได้แล้วค่ะ"

"ค่ะ…ไม่ต้องลงไปส่งหรอกค่ะ เดี๋ยวพี่ลงไปเอง พักผ่อนนะคะ" รอยยิ้มอบอุ่นของพี่ชายส่งมาให้ เธอก็ฉีกยิ้มรับ พยายามกลั้นน้ำตาตัวเองสุดฤทธิ์พี่ชายจะได้กลับไปอย่างสบายใจ

"ขับรถดี ๆ นะคะ" โบกมือลากันอยู่นานพอสมควร หลังประตูห้องปิดลงเธอก็เบะน้อย ๆ น้ำตาก็หล่นลงมาจนได้

เป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดมาเลยที่คนอย่างน้ำอิงต้องออกมาอยู่คนเดียวอย่างเต็มตัว ความรู้สึกมันโหวง ๆ อย่างช่วยไม่ได้กับการปรับตัวครั้งยิ่งใหญ่ของเด็กวัยที่ถึงจุดผลัดเปลี่ยนจากเด็กมัธยมปลายมาอยู่ในสังคมที่ใหญ่ขึ้นเป็นเท่าตัวในรั้วมหาวิทยาลัย

ในตอนมัธยมปลายน้ำอิงมีแต่เพื่อนผู้ชายซึ่งพวกมันไม่มีใครมาเรียนที่เดียวกับเธอเลยแม้แต่คนเดียว อาจด้วยคะแนนที่สูงจนสู้ไม่ไหว และปัจจัยอื่น ๆ ทำให้มีแต่เธอเท่านั้นที่มาอยู่ตรงนี้

ไม่พร้อมอยู่คนเดียวแค่ไหนก็ต้องพร้อม…

สูดน้ำมูกตั้งสติก็หันกลับไปแกะลังกระดาษที่มีแต่ของใช้ออกมาจัดของ พี่ออยบอกว่าเธออาจจะมาช่วงเย็นซึ่งตอนนี้บ่ายสามเองคงจะอีกนานกว่าจะมาถึง

นี่ถือว่ายังดีที่มหาวิทยาลัยของเธอไม่บังคับว่าปี 1 ต้องอยู่หอใน ทำให้เธอเลือกที่จะอยู่ข้างนอกได้ ซึ่งพ่อกับแม่ก็เห็นด้วยเพราะการอยู่กับคนอื่นที่ไม่รู้จักหากมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นก็มีแต่ต้องทนอยู่เท่านั้น และคนแบบเธอคงจะประหม่าจนทำอะไรไม่ถูกแน่ ถ้าต้องมีปัญหากับเมทร่วมห้อง

อืดด อืดด อืดดด!

เสียงสั่นเรียกเข้าทำให้เธอละความสนใจจากที่กำลังเรียงหนังสือการ์ตูนใส่ชั้น พอหันไปดูโทรศัพท์ที่วางไว้ที่พื้นก็พบว่าสายที่เข้ามาคือ 'เป้' ลูกพี่ลูกน้องพ่วงตำแหน่งเพื่อนสนิทโทรมานั่นเอง

"ว่าไง" เสียงนุ่มน่าฟังไม่ได้เล็กแหลมเท่าสาวหวาน แต่ก็ไม่ได้ห้าวขนาดผู้ชายตอบรับหลังจากกดรับสาย

[เป็นไงบ้างวะเพื่อน]

"ก็ไม่ยังไง กำลังเก็บของอยู่ มึงมีอะไรรึเปล่า" เธอเปิดลำโพงแล้วกลับมาแกะเชือกที่มัดกองหนังสือเพื่อจัดเข้าชั้นอีกครั้ง

[พวกกูเป็นห่วงไง] คิ้วเล็กย่นเข้าหากันเพราะเสียงที่ออกมาจากโทรศัพท์มีหลายเสียงแทรกเข้ามาตลอด [นี่กู ไอ้ก็อต ไอ้แจ๊ค ก็อยู่ด้วยกัน มันมาบ้านกู]

"…" เธอเงียบไม่ได้พูดอะไรตอบกลับ ท่าทางกระตือรือร้นของบรรดาเพื่อน ๆ ของเธอทำให้อยากจะร้องไห้ ปกติเธอไม่ได้ขี้แยขนาดนี้นะ ไม่รู้ทำไมช่วงนี้อ่อนไหวขนาดนี้ และรู้สึกคิดถึงบ้านทั้งที่เพิ่งออกมาที่นี่ไม่ถึงสิบสองชั่วโมงด้วยซ้ำ

[เป็นไงบ้างวะไอ้อิง…สาวมหาลัยแม่งสวยมั้ยวะ ว่าง ๆ กูไปหาได้ป่ะอยากส่องหญิงกรุงเทพว่ะ] เสียงทุ้มของไอ้ก็อตแทรกเข้ามาอย่างตื่นเต้นทำให้น้ำตาที่เกือบล่วงหดหายเข้าไปในเบ้าตาแทบจะทันที

"ไอ้พวกทะลึ่ง ! กูก็นึกว่าเป็นห่วงกูจริง ๆ ไอ้เป้มึงวางสายไปเลยกูไม่อยากคุยกับพวกมึงแล้ว"

[555555555555555] พอได้ยินเสียงหงุดหงิดของเธอ พวกเพื่อน ๆ ในสายก็พากันหัวเราะชอบใจทันที [อ่ะย้อเย่นน่าาา แล้วเป็นไงวะ มีเพื่อนบ้างยัง]

"เพื่อนอะไร พรุ่งนี้ถึงเข้าคณะ"

[เอ้า อยากน้อยก็เพื่อนข้างห้องอะไรงี้อะ] ดวงตาโตกลอกตามองบนทันที นี่หอพักนะ ไม่ใช่หมู่บ้านที่พวกเราอยู่จะได้สวัสดีทักทาย ตั้งแต่เธอเข้ามาก็ยังไม่เจอใครซักคน ดูเหมือนว่าที่นี่จะอยู่ใครอยู่มัน ไม่มีใครมาผูกมิตรข้างห้องอะไรแบบนั้นหรอกแค่ไม่สร้างปัญหาให้กันก็ถือว่าดีมากแล้วมั้ง

"ไม่มี" เธอตอบไปตามความจริง เสียงเซ็งในสายก็ดังขึ้นมาทันที

[มึงนี่ใช้ไม่ได้ ! นี่พวกกูมาบ้านไอ้เป้เพื่อมานั่งคิดแล้วลิสต์วิธีการเข้าสังคมให้มึงเลยนะ] เสียงเข้มของแจ๊คเอ่ยเข้ามาอยากจริงจัง [หนึ่งเลยนะ มึงต้องดูก่อนว่าใครน่าไว้ใจ ใครพึ่งพาได้]

"เดี๋ยว ๆ นี่พวกมึงว่างกันมากเหรอ แล้วมีสิทธิ์อะไรมาสอนกูไม่ทราบ?" พอได้ฟังแล้วรับรู้ถึงความไร้สาระของเพื่อน เธอก็ห้ามปรามทันทีเพราะขี้เกียจจะฟังเต็มทน

[เฮ้ย ! นี่พวกกูจริงจังน่า ไม่รักไม่นั่งสุมหัวกันขนาดนี้นะบอกก่อน ฟัง ๆ]

"…"

[มึงมองไว้ก่อนเลยใครใส่แว่นแสดงว่าเรียนเก่งอ่านหนังสือเยอะชัวร์ ตีสนิทไว้เผื่อเอาไว้ลอกการบ้าน] เธอยกมือขึ้นกุมขมับเกือบหลุดขำ แต่ก็ไม่ว่าอะไรเพราะพวกมันดูจริงจังกว่าที่คิดเลยไม่อยากขัดศรัทธา ถึงมันจะดูตลกมากกว่าใช้ประโยชน์ได้ก็เถอะ [สอง ใครมีรถมึงตีสนิทไว้เผื่อหลอกใช้ให้ไปส่งหอ ประหยัดตังนั่งวิน เอาไว้กินข้าวดีกว่า]

"หมดยัง"

[ยัง ๆ …อะไรอีกวะไอ้เป้ที่มึงเขียนอ่ะ!] เสียงวุ่นวายเกิดขึ้นเล็กน้อยดังออกมา [อ้อนี่ ๆ!! มึงหาพวกที่ใจดี หัวอ่อน ว่าง่าย ๆ จะได้หลอกใช้ง่าย ๆ หน่อย]

"นี่มึงให้กูหาเพื่อนหรือหาเบ๊วะ มีแต่เพื่อหลอกใช้ทั้งนั้น"

น้ำอิงส่ายหัวอย่างอ่อนใจ เธอก็พอรู้ว่าเพื่อนเป็นห่วงและกลัวว่าเธอจะหาเพื่อนไม่ได้ แต่ก็ไม่คิดว่าแต่ละคำแนะนำจะออกมาเป็นแบบนั้น

[เอาน่า อย่างน้อยมึงก็จะไม่ลำบากนะ หลอกใช้ไปก่อนค่อยเป็นเพื่อนกันทีหลังก็ยังไม่สาย] ไอ้ก็อตว่างั้น คนตัวเล็กก็หัวเราะลั่น สุดยอดแห่งความคิดเลวทราม

"หมดยังเนี่ย"

[ยัง ! มึงไม่ต้องทำตัวสวยมากนะเว้ย เกินหน้าเกินตาคนอื่นเดี๋ยวก็โดนหมั่นไส้อีก] มือที่กำลังจัดวางการ์ตูนชะงัก [แต่กูไปดูในเว็ปมาละว่าสาขาที่มึงอยู่มีผู้หญิงน้อยมากเลย อาจจะไม่เป็นอะไรมั้ง อย่างน้อยก็น่าจะรักกันไว้แหละ มีไม่ถึงสิบเลย]

น้ำอิงยิ้มแห้ง ความจริงนี่ก็เป็นเรื่องที่เธอกังวลอยู่เหมือนกัน เธอเป็นพวกเด็กมีปัญหาด้านการเข้าสังคมกับคนเพศเดียวกัน เรียกได้ว่าโชคร้าย ไม่ค่อยจะถูกกับผู้หญิงด้วยกันเอง แม้ว่าตัวเธอเองจะอยากมีเพื่อนเป็นผู้หญิงมากแค่ไหนแต่สุดท้ายแล้วก็มักจะมีปัญหาทำให้ต้องแยกกันทุกที

มันเคยเป็นความกลัวจนวันหนึ่งก็ยอมรับชะตากรรมว่าตัวเองอาจจะไม่มีดวงเรื่องเพื่อนผู้หญิงจริง ๆ แต่หากเป็นไปได้น้ำอิงก็อยากมีเพื่อนผู้หญิงในมหาวิทยาลัย แต่เธอดันเข้าสาขาที่มีผู้หญิงน้อยมาก ๆ ซ่ะอีก ความยากก็ยิ่งทวีคูณ

"เออรู้น่า แล้วพวกมึงรายงานตัวกันมาแล้ว เป็นไงบ้าง" เธอเป็นฝ่ายถามไถ่กลับไปบ้าง พวกมันสามคนเข้ามหาวิทยาลัยในจังหวัด ส่วนคนอื่น ๆ ก็แยกกันไปเข้ามหาลัยในจังหวัดอื่น ๆ

[ก็ดีนะเว้ย แล้วออยมันไปหามึงยังวะ เห็นเฮียบอกว่าให้มันไปอยู่กับมึง แต่กูขอเตือนนะ มึงไม่ต้องไปหวังพึ่งมันมากหรอก อีนี่มันเอาเหี้ยอะไรที่ไหนล่ะ] ไอ้เป้นินทาพี่สาวตัวเองอย่างสุดเซ็ง ซึ่งน้ำอิงก็ไม่ได้คาดหวังอะไรอยู่แล้ว ความจริงก็ไม่อยากรบกวนพี่ออยด้วยซ้ำแต่เฮียเป็นห่วงเธอเลยไม่อยากขัดใจเพื่อความสบายใจของที่บ้าน

"ยังไม่มาเลย เดี๋ยวคงมาแหละ เออพวกมึง…เดี๋ยวแค่นี้ก่อนนะ กูว่าจะจัดของ แล้วก็รีดชุดไปมหาลัยพรุ่งนี้ด้วย"

[โอเคมึง…ดูแลตัวเองดี ๆ นะเว้ย ใครแม่งกวนส้นตีนเดี๋ยวพวกกูไปถีบยอดหน้าให้ไม่ต้องห่วง] น้ำอิงถอนหายใจ…พวกมันนี่ลูกน้องพี่เหนือของแท้ พูดเหมือนกันไม่มีผิด

ทำอย่างกับเธอจะไปออกรบอย่างนั้น นี่เธอไปเรียนนะไม่ได้ไปหาเรื่องคนอื่น ทำไมทุกคนต้องคิดว่าเธอจะต้องไปเหยียบหางใครแน่ ๆ อย่างนั้นล่ะ

แบบนี้มันเป็นลางไม่ดีเลย!!!

.

.

.

ฝากกดติดตาม กดหัวใจ เป็นกำลังใจให้ดิซด้วยงับบ

บทที่ 1 : หนีเที่ยว

ติ้ง !

มือที่กำลังรีดเสื้อชุดนิสิตถูกหยุดไว้ด้วยเสียงแจ้งเตือนข้อความดังออกมาจากโทรศัพท์ที่เปิดเพลงอยู่

oil_pichanan : น้องอิงพี่อยู่ข้างล่างจ้า

หลังจากที่เห็นข้อความที่มาจากคนที่รออยู่เธอก็กดปิดสวิตช์ปลั๊กสามตาช่องที่เสียบเตารีดไว้ทันที เนื่องจากทางหอพักต้องมีคีย์การ์ดแตะเข้าตึกและแตะลิฟต์เลือกชั้นเท่านั้นทำให้คนนอกไม่สามารถเข้ามาได้ แต่คนในตึกสามารถออกได้โดยไม่ต้องมีบัตร เธอจึงต้องเป็นคนลงไปรับลูกพี่ลูกน้องที่รออยู่ด้วยตัวเอง

หลังจากตอบข้อความกลับไปน้ำอิงก็ลงไปรับทันทีเพราะรู้สึกเกรงใจ ไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องรอนาน แต่เมื่อลงไปคิ้วสวยก็ขมวดเข้าหากันอย่างงงงวย

"สวัสดีค่ะพี่ออย…เอ่อ?" เธอยกมือขึ้นสวัสดีผู้หญิงซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่สาวและสายตาก็เหลือบไปหาคนที่ไม่รู้จักอีกสองคน

"นี่เพื่อนพี่เอง ชื่อแป้ง กับเอม" พี่ออยแนะนำซึ่งน้ำอิงก็ยกมือไหว้อย่างเสียไม่ได้ ที่เธองงไม่ได้งงว่าพวกเขาชื่ออะไรหรือเป็นใคร แต่ที่สงสัยคือพวกเธอมาทำไมต่างหาก

พอเห็นหน้างงบนใบหน้าของเธอ พี่ออยก็หัวเราะแล้วอธิบายขณะที่พวกเรากำลังขึ้นไปด้านบน

"พอดีวันนี้พี่นัดเพื่อนมหาลัยว่าจะไปเที่ยวกันน่ะ ไม่เจอเพื่อนนานแล้ว"

"อ๋อ…ค่ะ" น้ำอิงมองกระเป๋าใบใหญ่ของพี่ออยและเพื่อน ๆ ของเธอ เห็นว่าเป็นอุปกรณ์ที่เอาไว้แต่งตัว "พี่แป้งกับพี่เอมนอนที่นี่ด้วยไหมคะ เดี๋ยวอิงเตรียมที่นอนไว้ให้"

เธอหันไปถามเพราะอยากรู้แค่ว่าเราจะนอนด้วยกันหรือเปล่า พี่ออยไม่ได้บอกไว้ก่อนห้องก็ยังไม่เรียบร้อยเท่าไหร่ เตียงนอนไม่พอสำหรับสี่คนถึงแม้แต่ละคนจะผอมเพรียวก็เถอะ

"ไม่หรอกจ้า พี่แค่ขอยืมห้องแต่งตัวเฉย ๆ" พี่แป้งสาวตัวสูงเหมือนนางแบบหันมาพูดแล้วยิ้มให้ ขณะที่พวกเธอเริ่มจับจองที่นั่งทันทีที่เข้ามาในห้องแล้วค้นสัมภาระของตัวเองออกมาทีละอย่าง

น้ำอิงมองอย่างไม่วางตาอย่างประหลาดใจกับอุปกรณ์ต่าง ๆ มากมายที่คล้ายกับพวกพี่เขามีอาชีพเป็นช่างแต่งหน้าเจ้าสาวอะไรทำนองนั้น สิ่งที่เกินจะจินตนาการว่าคนเราจำเป็นต้องมีเครื่องสำอางเยอะขนาดนี้ด้วยเหรอ เธอก็มีนะของพวกนี้น่ะ แต่นี่มันเยอะเกินความจำเป็นไปมากแล้ว

"น้องน้ำอิงไปกับพวกพี่มั้ยคะ" คนตัวเล็กชะงักสายตาอึ้ง ๆ แล้วหันไปมองพี่เอมที่ไม่น้อยหน้าเพื่อนสาว เธอวางเครื่องม้วนผม เครื่องหนีบ ไดร์และอะไรไม่รู้ที่เหมือนเครื่องหนีบผมแต่เป็นคลื่น ๆ หยัก ๆ

นี่พวกพี่เขาใช้พวกนี้ทำผมภายในครั้งเดียวเลยเหรอ?

"พี่เอมว่าอะไรนะคะ?"

"ไปกับพวกพี่ไหม ไปกันเยอะ ๆ สนุกดีนะคะ"

"อิงยังไม่รู้เลยค่ะว่าพวกพี่จะไปไหนกัน"

"โอ๊ยพวกมึง…น้องกูมันไม่เคยออกมาข้างนอก บ้านก็ประคบประหงมเหมือนไข่ในหิน ไม่รู้จักอะไรแบบนี้หรอก" พี่ออยตอบขณะที่กำลังวางเสื้อผ้าไปที่โซฟาหน้าทีวี

พูดอะไรกันอ่ะ ? คือพี่เขาน่าจะบอกเธอซักหน่อยนะ เพราะเธอก็อยากรู้เหมือนกันว่า 'อะไรแบบนี้' ที่ว่านั่น มันคือ 'อะไรแบบไหน'

"น้องมึงเข้ามหาลัยแล้วนะเว้ย เดี๋ยวก็ต้องรู้อยู่ดี ใส ๆ แบบนี้รู้เลยว่าเหล้าน่าจะไม่เคยกิน เอ่อ…น้องอิงเรียนอะไรคะลูก?" พี่แป้งคุยกับพี่ออยก่อนที่ท้ายประโยคจะหันมาถามเธอ

"วิศวะเครื่องกลค่ะ" พอน้ำอิงพูดแป้งกับเอมก็อึ้งไป เพราะพวกเธอไม่คิดว่าเด็กน้อยที่ใส ๆ นัยน์ตาซื่อ ๆ แบบนี้จะเรียนคณะที่เป็นศูนย์รวมผู้ชายที่ทั้งถึก และเถื่อนได้ แถมสาขาที่เธอเรียนผู้หญิงน้อยมากเมื่อเทียบกับสัดส่วนผู้ชาย

"มึงไม่พาไปเรียนรู้ตอนนี้ เดี๋ยวโดนผู้ชายมอมทำไงวะ เป็นพี่ก็ต้องสอนเอง ก่อนที่น้องมึงจะไปลองกับคนอื่น ครั้งแรกอยู่ในสายตาเราดีกว่าเห็น ๆ" พี่แป้งพูด พี่เอมก็พยักหน้าสนับสนุน

พอได้ฟังที่เพื่อนพูดออยก็เกิดความลังเลในใจ

ตอนแรกเธอไม่คิดจะชวนเพราะรู้สึกว่ายังไม่ถึงเวลาและไม่อยากทำให้น้องเสียคน เดี๋ยวพี่เหนือพี่ชายของน้ำอิงจะมาด่ากราดเอาได้ แต่สิ่งที่เพื่อนพูดก็มีเหตุผลอยู่

แน่นอนว่าน้ำอิงถึงจะใช้ชีวิตในบ้านตัวเองอย่างดี แต่ในสังคมตอนนี้เธอก็เป็นคนที่ยังไม่รู้ประสีประสา วัยรุ่นต่างจังหวัดกับวัยรุ่นเมืองหลวงทั้งเล่ห์เหลี่ยม กลโกง และความร้ายกาจต่างกันมาก

"น้ำอิงอยากไปผับไหม"

"ผับ…อิงยังอายุไม่ถึงนะคะ"

เธอไม่ได้ใสขนาดที่ไม่รู้เรื่องขนาดนั้น เดี๋ยวนี้อินเทอร์เน็ตมันครอบคลุมถึงไหนต่อไหนแล้ว เธอก็รู้เรื่องหมดแหละ เพียงแต่ไม่เคยสัมผัสของจริงเท่านั้น

"พี่รู้ บอกแค่ว่าอยากไปหรือไม่อยากไปก็พอ" พี่ออยว่างั้น ทำให้น้ำอิงเกิดความลังเล แสดงว่าถ้าเธอบอกว่าอยากไป พี่ออยก็คงหาทางพาเธอเข้าไปจนได้อย่างไม่มีปัญหาใช่ไหม?

เพียงแต่เธอรู้ดีว่าเรื่องนี้พี่เหนือคงจะไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก

แต่สิ่งที่เธอลังเล และอยากเห็นคงเป็นความสัมพันธ์สนิทสนมของพวกพี่ออยกับเพื่อน เธออยากรู้ว่าเวลาผู้หญิงอยู่ด้วยกันมันเป็นยังไง เป็นสิ่งที่เธอเกือบจะลืมไปแล้วว่าการอยู่ในกลุ่มผู้หญิงหรือผู้หญิงเวลาอยู่ด้วยกันเขาคุยกันแบบไหน…

"อิงอยากไปค่ะ"

น้ำอิงพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะขอโทษพี่เหนือในใจ แต่เธอแค่อยากรู้อยากเห็นเผื่อมันจะพัฒนาสกิลการเข้าสังคมของเธอให้ดีขึ้น อาจไม่ถูกใจพี่ชายแต่มันอาจจะเป็นประโยชน์กับตัวเธอในอนาคตก็ได้

"งั้นเราไปอาบน้ำ เดี๋ยวพี่แต่งตัวให้"

น้ำอิงทำตามพี่สาวอย่างว่าง่าย ใช้เวลาสักครู่เพราะถูกกำชับว่าให้สระผมด้วยเพราะการจัดของทำให้เหงื่อออกค่อนข้างเยอะ ก่อนจะเดินออกมา พบว่าพี่แป้งและพี่ออยคอยท่าอยู่ที่โต๊ะกลางห้องเหมือนพวกเขาเป็นช่างแต่งหน้าทำผมเตรียมตัวเมคโอเวอร์เธอแบบนั้น

"พี่ ๆ แต่งกันเถอะค่ะ อิงแต่งตัวง่าย ๆ ก็ได้ค่า แหะ ๆ" เธอหมุนตัวจะกลับเข้าห้องนอนเพื่อไปแต่งตัวของตัวเอง ก็โดนพี่เอมดึงไปให้นั่งแหมะอยู่ที่เก้าอี้ซึ่งด้านหน้าเรียงรายไปด้วยเครื่องสำอางละลานตา

"โนค่ะน้องอิง พี่แอบไปดูตู้เสื้อผ้าหนูมาแล้ว แต่ละชุดไม่ผ่านอย่างแรง เราต้องให้เกียรติสถานที่ด้วยนะคะ ไปเที่ยวก็ต้องแต่งตัวแบบไปเที่ยว เหมือนกับเราไปสระว่ายน้ำเขาก็มีกฎว่าต้องใส่ชุดว่ายน้ำ เสื้อยืดไม่สามารถใส่ไปได้ทุกสถานที่นะคะลูกสาว"

พี่แป้งพูดหว่านล้อมที่มันดูไม่ค่อยจะเข้าใจ แต่คิดไปคิดมาก็จริงของเขา แต่ผับเขาไม่มีกฏนี่ว่าต้องแต่งชุดแบบไหนเหมือนสระว่ายน้ำซักหน่อย

"ผับมีกฎแบบนั้นด้วยเหรอคะ?" เธอถามเพราะอดสงสัยไม่ได้

"ไม่มีค่ะ แต่เป็นกฎของกลุ่มพี่ว่าไปเที่ยวด้วยกัน เราต้องสวยเท่ากันค่ะ อย่าทิ้งใครไว้ข้างหลัง"

"อ่า…เหรอคะ" เธอยิ้มแหย พยายามเข้าใจที่พวกเธอพูด ถึงจะรับรู้ว่ามันไม่สมเหตุสมผลกันเลยก็ตาม

"แป้งแต่งหน้า เอมทำผม เดี๋ยวเลือกชุดกูทำเอง" พี่ออยแบ่งหน้าที่

"แหม…เลือกหน้าที่ง่ายเชียวมึง" พี่เอมแซะก่อนจะขยับมือไปหยิบไดร์มาเปิดไดร์ให้ "น้ำอิงเลือกชุดที่พี่ออยเลยลูกสาว"

"อิงเอาชุดไหน…" พี่ออยถือชุดไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง มือของพี่แป้งยังคงวนเวียนปาดครีมไปบนใบหน้าเธออย่างไม่ว่างเว้น "แต่ถ้าให้พี่แนะนำ พี่ว่าซ้ายดีกว่า จะได้คงความน่ารักสดใสไว้"

พี่ออยว่างั้นก่อนจะเลือกให้เธออย่างเสร็จสรรพโดยไม่รอความเห็นของเธอแม้แต่น้อย สุดท้ายแล้วชุดที่เธอได้ใส่ก็เป็นชุดสีชมพูนมเกาะอกแขนยาวปาดไหล่ ความยาวปิดต้นขาเนื้อผ้ามีกากเพรชแวววับ ดูท่าจะทำให้คันน่าดู…

"น้ำอิง อย่าหลับลูก โยกเยกแบบนี้เดี๋ยวที่ม้วนผมมันจะนาบเนื้อเอา" น้ำอิงสะดุ้งจนกลับมาตัวตรงหลังจากที่พี่เอมสะกิดเพราะเธอนั่งสัปหงกอยู่หลายครั้ง เวลาคนเล่นผมแล้วเธอจะหลับทุกทีเลย

"น้องมึงเหมือนตุ๊กตาเลยว่ะออย หน้าตาน่ารักมาก ตอนอยู่โรงเรียนต้องป๊อปแน่เลยใช่ไหม?" พี่แป้งถามซึ่งน้ำอิงก็ส่ายหน้าปฏิเสธอยู่เนือง ๆ

"ตอนม.ต้นก็ใช่ แต่พอมอปลายคลุกคลีอยู่กับไอ้เป้จะเอาอะไรมาป๊อปวะ ไอ้เป้แม่งพามอมแมมหมด" พี่ออยส่ายหน้าอย่างอ่อนใจในตอนที่พูดถึงน้องชายตัวเอง

"น้ำอิงขึ้นมหาลัยควรแต่งตัวไว้บ้างนะ หนุ่ม ๆ ต้องชอบแน่นอน" น้ำอิงได้ฟังก็ยิ้มบาง ๆ ไปให้ แม้ในใจจะคิดว่ามันไร้ประโยชน์ก็เถอะ สำหรับเธอความสวย ความน่ารักอะไรนั่น มันไม่ค่อยถูกกับเธอเท่าไหร่

เพราะเมื่อไหร่ที่มีเพศตรงข้ามชมว่าเธอน่ารัก หรือให้ความสนใจในตัวเธอมากเกินความจำเป็นเมื่อไหร่ มันทำให้เธอฉิบหายทุกที

หลังจากที่สามสาวแต่งหน้าทำผมให้น้ำอิงเสร็จแล้ว พวกเธอก็หันไปตั้งใจแต่งองค์ทรงเครื่องของตัวเองจนเวลาล่วงเลยมาจนมืดค่ำ คนอายุน้อยสุดก็รอจนหลับไปหลายตื่นกว่าที่พวกพี่ ๆ จะเสร็จกัน

พวกเราเรียกแท็กซี่เพื่อย้ายตัวเองไปยังสถานที่เป้าหมาย ไม่ได้ห่างไกลจากแถวมหาลัยนัก มือเธอชื้นเหงื่อขึ้นเพราะรู้ว่าตัวเองทำผิดต่อพี่ชาย ไม่ได้บอกเขาไว้ว่าจะไปไหน และเธอกำลังทำผิดกฎหมายเข้าสถานบันเทิงโดยที่อายุไม่ถึง

ชีวิตนี้ไม่เคยทำผิดกฎหมายเลยนอกจากฝ่าไฟแดง

กลัวถูกจับได้จัง ฮือออ

"พี่ออยแน่ใจนะคะว่าเราจะไม่ถูกจับได้น่ะ" น้ำอิงเริ่มร้อน ๆ หนาว ๆ ในตอนที่ต่อแถวเช็คบัตรอยู่และเธอเป็นคนเดียวที่ถือบัตรปลอมที่พี่ออยบังคับให้ต้องจำข้อมูลของใครก็ไม่รู้เผื่อโดนเรียกถามเพราะรูปติดบัตรหน้าไม่เหมือนเธอเลยซักนิด

ในขณะที่แถวสั้นลง ๆ เหงือที่มือก็ออกเยอะขึ้น ๆ รู้สึกว่าตัวเองล่กลั่กไปหมดจนโดนตีแขนให้เธอหยุดตื่นตูมเสียที

"มันจะโดนจับได้ก็เพราะท่าทางเรานั่นแหละ ทำตัวนิ่ง ๆ เชิ่ด ๆ ไว้ ตอนนี้เราไม่ใช่ เขมิกา แต่เป็นวรรณาเข้าใจไหม !"

แล้ววรรณามันใครกันเล่า !

.

.

.

น้ำอิงอย่าล่กสิลูกกก เขาจะจับได้เพราะเลิ่กลั่กนี่แหละ

วันนี้เป็นวรรณาชั่วคราวแล้วกันนะ 5555555555

บทที่ 2 : หนีตำรวจ

ถ้าเธอรู้ว่าจะใช้วิธีนี้เพื่อนเข้าไปเธอจะไม่มาด้วยเด็ดขาด!!! ถ้าโดนจับได้เธอจะโดนรวบส่งตำรวจเลยรึเปล่าก็ไม่รู้

หากโดนส่งตำรวจแล้วที่บ้านเกิดรู้ขึ้นมา พวกเขาต้องโกรธมาก ไปต่อก็กลัว จะกลับก็ไม่ทันแล้ว…

เอาว่ะ!!

เธอหายใจติดขัดอย่างตื่นเต้นลำคอแห้งผาก เพราะความไม่มั่นใจทำให้พอจะถึงคิวเธอจะเลี่ยงให้พี่ ๆ ไปตรวจบัตรก่อน หัวใจก็จะวายเพราะพี่การ์ดดูตรวจกันโหดมาก

"เฮ้ย…ใครมาตรวจแทนกูหน่อย กูจะไปเข้าห้องน้ำ" พี่การ์ดหน้าโหดพูดกับคนอื่นในขณะที่ตรวจพี่เอมคนก่อนหน้าน้ำอิงเรียบร้อย และเธอเป็นคนสุดท้ายของแถว ตอนนี้พวกพี่ออยถูกปั๊มข้อมือผ่านกันหมดแล้ว และกำลังรออยู่หน้าประตูอย่างลุ้นระทึก

อะไรกันเล่า…ทำหน้ากลัวแบบนั้นแล้วเธอจะไปเอาความมั่นใจที่ไหน ขนาดพวกพี่เขายังไม่มั่นใจเลยว่าวิธีนี้จะใช้ได้

อยากหนีกลับบ้านแล้ว ฮือออ

"เดี๋ยวผมตรวจให้ก็ได้พี่สิน" มีเสียงบางคนตอบรับ ซึ่งน้ำอิงก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาเพราะกลัวสบตากับการ์ดแล้วเขาจะจับพิรุธได้

"ขอบคุณครับ เดี๋ยวผมรีบมา"

"ขอบัตรหน่อยครับ" เสียงเข้มเอ่ยบอกพร้อมยื่นมือมารับบัตรที่อยู่ในมือเล็กซึ่งกำลังสั่นอย่างกับเจ้าเข้า เพราะเป็นคนทนแรงกดดันไม่ค่อยไหวตัวก็เลยสั่นอย่างห้ามไม่อยู่

"…"

"…"

เขาเงียบไปนานมากกก ยิ่งทำอะไรไม่ถูกไปกันใหญ่ ใบหน้าที่ถูกแต่งเติมเบาบางสมวัยเงยหน้านิดหน่อยเพื่อดูว่าตอนนี้ตัวเองถูกจับได้หรือยัง

สายตาปะทะกับเจ้าของใบหน้าขาวตี๋ซึ่งมีจุดเด่นเป็นขี้แมลงวันที่แก้มขวาทำให้ใบหน้าเขาดูโดดเด่นกว่าการ์ดที่เหลือ จะว่าไป…มันดูดีกว่าใครทั้งหมดไม่ว่าจะการ์ดหรือลูกค้าที่ผ่านไปผ่านมาแถวนี้เลยต่างหาก

ถึงจะหล่อขนาดนั้นแต่เมื่อเงยหน้ามองเธอนิ่ง ๆ ดวงตาเฉี่ยวหลังแว่นสายตากรอบสีดำมองบัตรสลับกับใบหน้าของเธอก็ทำให้เสียวสันหลังวาบ เพราะเห็นมุมปากเขายกยิ้ม สิ่งนั้นทำให้เธอหน้าซีดอีกครั้ง แล้วส่งสายตาไปขอความช่วยเหลือจากพี่ ๆ ซึ่งพวกเขาก็ได้แต่กุมขมับ

ท่าทางแบบนั้นของพี่ ๆ คืออะไร? …หรือว่าเธอถูกจับได้แล้วเหรอ ตายห่า!

"ตัวสั่นเลยนะครับ เป็นอะไรหรือเปล่า"

"คะ!" เธอสะดุ้งจนเผลอตอบกลับเสียงดังลั่น "หนะ…หนาวค่ะ!"

"อ่อ เลขจองอะไรครับ" เขาถามซึ่งเธอไม่เข้าเข้าใจก็หันไปถามพี่ออย ซึ่งก็ได้ความว่า…

"45 ค่ะ"

"ครับ" เขาตอบรับสั้น ๆ ซึ่งใบหน้าหวานก็ยังคงฉงนไม่หายว่า 'ครับ' ที่ว่านั่นคือ ผ่านได้ยัง? "ขอตรวจกระเป๋าด้วยครับ"

เพราะเขานั่งอยู่ที่เก้าอี้ทำให้เธอต้องก้าวไปหาแล้วเปิดกระเป๋าให้เขาที่ถือไฟฉายรออยู่ตรวจ พลางคิดในใจว่าน่าจะผ่านแล้วมั้งก็เลยอมยิ้ม แต่แล้ววินาทีนั้นคนตัวเล็กก็ตัวชาวาบเพราะการ์ดหน้าหล่อคนนั้นกระซิบเบา ๆ ที่ข้างใบหู

"อายุไม่ถึงสินะ

"คะ…" น้ำอิงผวาทำตาโตเป็นไข่ห่าน โดนจับได้แล้ว ชิบหายแน่ ชิบหายของจริง!!! "คือว่า…"

"ให้เข้าไม่ได้หรอกนะ เดี๋ยวตำรวจลงพวกผมก็ซวยสิ"

หัวใจเธอเต้นโครมครามขาเล็กก็สั่นพรั่บ ๆ ภาพในจินตนาการคือตำรวจหลายนายกำลังใส่กุญแจมือเธอแล้วโยนเธอเข้าตาราง

ประสบการณ์มาอยู่กรุงเทพวันแรกของเธอจะเป็นผู้ต้องหา แทนการเป็นนักศึกษาไม่ได้นะ ช่วยด้วยยย!!

"แต่ว่า…" ดวงตากลมเหลือบไปมองพวกพี่สาวที่ดูตั้งใจจะมาเที่ยวกันมาก แต่ตอนนี้ดันติดอยู่ที่เธอคนเดียว ถ้ามีปัญหาพวกเขาคงจะเที่ยวไม่สนุกกันแน่ ๆ เมื่อกลัวเป็นตัวปัญหาก็เลยเลือกที่จะลองขอร้องอีกซักครั้งดู แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะได้ผลหรือเปล่า "ฉันมากับพี่สาวค่ะ ขอเข้าไปเถอะนะคะ สัญญาว่าจะไม่สร้างปัญหาแน่นอนค่ะ"

"แค่อายุไม่ถึงก็สร้างปัญหาแล้วครับ" เขาตอบกลับมาเสียงเรียบ โดยที่เรายังกระซิบกระซาบกันอยู่แบบนั้น

"นะคะ…แค่ครั้งเดียวเองค่ะ ฉันสัญญาว่าจะไม่ถูกจับได้แน่นอน"

"ก็ถูกจับได้แล้วนี่ไงครับ"

แงงงงง ชีวิต!!

"ขะ…ขอร้องล่ะค่ะ" ในตอนที่เกือบจะยกมือไหว้คนตรงหน้าอยู่แล้ว พี่หน้าโหดคนเดิมที่ก่อนหน้านี้ขอไปเข้าห้องน้ำก็เดินกลับมา น้ำอิงแทบตาเหลือกลืมหายใจเพราะรู้ทันทีว่าถ้าให้คนนั้นตรวจเธอต้องโดนเตะออกไปแน่นอน

"มีอะไรเหรอครับ" ในวินาทีเฉียดตายที่พี่โหดเอ่ยถามคนตรงหน้า ตัวปั๊มก็ถูกปั๊มที่ข้อมืออย่างทันทีทันใดท่ามกลางความงง ๆ ของเธอ

หือ ?

"เปล่าพี่ เขาน่ารักดีเลยอยากคุยด้วย" การ์ดหน้าหล่อหันไปพูดกับพี่หน้าโหดเสียงติดหัวเราะเหมือนกับว่าก่อนหน้านี้เราคุยเล่นกันสนุกสนาน ทั้งที่ความเป็นจริงเขากดดันเธอจนฉี่แทบราดอยู่แล้ว "เชิญครับ คนสวย"

"เข้าได้เหรอคะ" เธอถามเสียงเบาเพื่อขอความแน่ใจอีกครั้ง ก่อนยิ้มแฉ่งด้วยความดีใจ "ขอบคุณค่ะ ขอบคุณนะคะ"

เขายิ้มให้เธออีกครั้งก่อนจะหันไปพูดกับอีกคน "พี่เปลี่ยนโต๊ะ 45 หน่อย…"

หลังจากที่ผ่านมาได้แบบงง ๆ น้ำอิงก็เดินตัวลอยเข้าไปข้างในหูดับไปหมด ลมแทบจับ น้ำตาแทบไหล หัวใจจะวายกับไม่กี่นาทีที่ยืนอยู่ตรงนั้น

"น้องมึงเก่งมากอีออยยย" พี่แป้งกรี๊ดกร๊าดเสียงกระซิบกระซาบ แล้วรีบดันตัวคนที่เข่าอ่อนเข้าไปด้านในเหมือนกลัวว่าจะโดนเรียกไปถามอีก

"โต๊ะ 45 ทางนี้นะครับ" พวกเราเดินเบียดเสียดผู้คนตามพนักงานเข้าไปด้านใน ก่อนจะขึ้นไปชั้นสองโต๊ะใกล้กับบันไดทางลงที่สุด

น้ำอิงไม่สนใจใครทั้งนั้นเพราะหมดแรงปักหัวไปที่โต๊ะอย่างหมดสภาพ คนกระทั่งพี่ ๆ สั่งเครื่องดื่มกันเรียบร้อยจึงหันมาให้ความสนใจกับคนอายุน้อยสุดอีกครั้ง

"คุยอะไรกับหนุ่มคนนั้นเหรอ หรือเขาจีบเหรอ?" พี่แป้งถามด้วยใบหน้าตื่นเต้น

"เขาไม่ได้จีบค่ะ เขาจับได้ต่างหากว่าอิงอายุไม่ถึง" ประโยคที่ได้รับนั้นทำคนในโต๊ะช็อก

"หาา แล้วเขาให้เข้าได้ไงเนี่ย"

"อิงก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ อิงคิดว่าจะโดนลากไปโรงพักแล้วซะอีก ฮือออ" ขณะพูดเธอยังรู้สึกขนลุกไม่หาย บรื๋ออ

"สงสัยวันนี้อะลุ่มอล่วยให้มั้งงง" พี่ออยเดาสิ่งที่พอเป็นไปได้ออกมา ทุกคนก็พากันพยักหน้าก่อนจะเบาใจที่ไม่เป็นเรื่องใหญ่มาก

แต่คนที่ได้รับแรงกดดันบัดนี้หมดสนุกไปหมดแล้ว ถึงเขาจะปิดหูปิดตาให้เข้ามาเพราะอะไรก็ไม่รู้ แต่ก็ใช่ว่าจะรู้สึกผิดน้อยลงหรอกนะ

ไม่นานเครื่องดื่มยี่ห้อคุ้นตา น้ำแข็ง และโซดาจำนวนมากก็ถูกวางลงบนโต๊ะ ตอนแรกก็ไม่ได้อยากลองแต่พอโดนยุด้วยคำพูดที่ดูมีหลักการของพี่เอมก็จำใจต้องยกขึ้นมาชนดื่มกับพวกเธอ

"ดื่มกับพวกพี่ดีกว่าดื่มกับคนอื่นนะน้องอิง คิดดูสิ เราจะได้รู้ลิมิตด้วยว่าเราดื่มได้ประมาณไหน พอไปดื่มกับคนอื่นเราจะได้ยั้งตัวเองได้ไงคะ"

พอคิดตามมันก็มีเหตุผลไม่น้อย พี่เอมโน้มน้าวคนเก่งพอสมควรรู้ตัวอีกทีก็ดื่มไปแล้วหลายอึก

แสงไฟแวบวับจนต้องกดใบหน้าหนีแสงไฟกับเสียงเพลงดังกึกก้องเหมือนกับถูกจับยัดเข้าไปอยู่ในลำโพง เพลง EDM ที่ผู้คนต่างลุกขึ้นมาโยกย้ายไม่เว้นแม้แต่พี่สาวในโต๊ะของเธอดูท่าทางสนุกสนานกันยกใหญ่

สำหรับน้ำอิงนั้นเข้าไม่ถึงจังหวะของมันเท่าไหร่ ถ้าเปิดแนวหน้าฮ้านน่าจะพอไหว

"น้ำอิงเดี๋ยวพี่ไปชนกับโต๊ะนู้นแป๊บนะลูก" พี่แป้งหันมาพูดกับเธอที่ตอนนี้เหลืออยู่เพียงคนเดียวในโต๊ะ เพราะพี่ออยกับพี่เอมขอตัวไปเข้าห้องน้ำซึ่งนานมากแล้ว

เธอรู้สึกผิดชะมัดที่มาอยู่สถานที่ไม่สมควร จากที่คิดว่าจะฟังพวกพี่ ๆ คุยกันก็กลายเป็นว่าช่วงวัยที่ต่างกันของเรา ทำให้บทสนทนาของเหล่าพี่สาวไปแนวการทำงานมากกว่าชีวิตวัยเรียนแบบเธอ

รู้สึกผิดไม่พอ แถมยังคิดผิดด้วยที่ตามมา ไม่เห็นจะได้อะไรเลย มีแต่พังกับพัง! แต่ทำไงได้ล่ะ คนที่ตัดสินใจตามมาด้วยก็คือตัวเอง ไม่มีใครบังคับเสียหน่อย

เวลาล่วงเลยเกือบจะเที่ยงคืน ดูเหมือนความซวยของคนที่ใช้ชีวิตราวกับต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองอย่างน้ำอิง ก็ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น

ขณะที่คนในโต๊ะไปคนละทิศคนละทาง คนที่นั่งคุดคู้กระดกเหล้าจากที่จิบแรกคิดว่ามันขมจนบัดนี้ต่อมรับรสเริ่มชินชาพอ ๆ กับความชายิบของใบหน้าและร่างกายที่เริ่มเชื่องช้าแปลก ๆ

เสียงเพลงเร้าใจและแสงไฟทำให้ไม่ค่อยมีใครสนใจใครในขณะนี้ แต่กลับมีเสียงใครซักคนพูดที่ข้างหูพร้อมแรงกระชาก

"รีบออกมาเร็ว!"

"เฮ้ย!" น้ำอิงร้องเสียงหลง แต่ร่างกายและความสามารถในการต่อต้านกลับถดถอยลงกว่าปกติ

ตึก ตึก ตึก ตึก !

แรงดึงทำให้ร่างเล็กถลาวิ่งตามไปด้วย เรียวขายาวของใครบางคนก้าวไว ๆ ลงบันไดลงไปชั้นล่างอย่างน่าหวาดเสียว ถ้าก้าวพลาดหรือสะดุดคงล้มหัวฟาดไปเยี่ยมนรกแน่นอน

แต่ว่าคนที่ตาลีตาเหลือกพาเธอวิ่งนี่ใครวะ ?

ผลั่ก !

กำแพงที่ถูกตกแต่งด้วยสังกะสีในคราแรกดูเหมือนกำแพงทั่วไปแต่พอมือหนาผลักมันก็กลายเป็นประตูซะงั้น

ว้าววว สุดยอดเลย ! เหมือนเวทมนตร์เลย ประตูลับงั้นเหรอ…

กำลังตกตะลึงกับประตูที่ซ้อนอยู่ในกำแพง ก็สะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงแว่ว ๆ ว่า…

"ขอความสงบด้วยครับ ! ขออนุญาตตรวจค้น รบกวนทุกท่านถือบัตรประจำตัวประชาชน…"

.

.

.

หนึ่งวันพันเหตุการณ์ น้ำอิงหนูต้องรอดนะลูกกกก

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...