โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘ทหารอาสาสมัครจากตะวันตก’ เข้าร่วมสู้รบต่อต้าน ‘รัฐบาลทหารเมียนมา’ อ้าง!! ได้แรงบันดาลใจ จากความกล้าหาญ ของพวกขัดขืนรัฐประหาร

THE STATES TIMES

อัพเดต 19 พ.ค. 2567 เวลา 03.06 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. 2567 เวลา 04.30 น. • Hard News Team

(19 พ.ค.67) เจสัน (ใช้นามแฝงเนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัย) เป็นอดีตทหารราบที่เคยประจำการในอัฟกานิสถาน ใช้เวลา 8 สัปดาห์ในแนวหน้าทางตะวันออกของพม่า ก่อนเดินทางกลับมาตุภูมิในช่วงปลายเดือนเมษายน เขาให้คำจำกัดความนักรบฝ่ายต่อต้านว่า "พร้อมตายเพื่อเป้าหมาย" และเน้นว่าคนเหล่านี้มีความกล้าหาญเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับความขัดแย้งอื่นๆที่เขาประสบมา

ฝ่ายต่อต้าน ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ต่างๆนานาและได้รับการสนับสนุนจากอาสาสมัครต่างประเทศบางส่วน สู้รบกับกองทัพพม่ามานานหลายทศวรรษ อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่เกิดรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2021 ความขัดแย้งได้ขยายวง แผ่ลามสู่ภูมิภาคต่างๆในแถบตอนกลางของประเทศ ในขณะที่กองทัพ ซึ่งมีเครื่องบินขับไล่ที่ผลิตโดยรัสเซีย ถูกกล่าวหากระทำการโหดร้ายป่าเถื่อนต่างๆนานา ในนั้นรวมถึงโจมตีไม่เลือกหน้าและเผาหมู่บ้าน จนถูกสหประชาชาติและกลุ่มสิทธิมนุษยชนทั้งหลายตราหน้าว่าอาจเป็นการก่ออาชญากรรมสงคราม

แม้ใช้ยุทธวิธีโหดเหี้ยมเหล่านี้ แต่คณะรัฐประหารต้องประสบปัญหาในการปราบปรามการลุกฮือ ความเคลื่อนไหวต่อต้านได้ก่อความสูญเสียใหญ่หลวงและรุกคืบด้านดินแดน เบื้องต้นใช้อาวุธดั้งเดิม แต่ตอนนี้มีอาวุธที่ดียิ่งขึ้น สืบเนื่องจากการบริจาคของประชาชน แรงสนับสนุนจากกองทัพชาติพันธุ์ และใช้อาวุธที่ยึดมา

พม่า ไม่ได้พบเห็นการไหลบ่าเข้ามาของอาสาสมัครนานาชาติ อย่างเช่นความขัดแย้งในยูเครนหรือซีเรีย ไม่มีความพยายามอย่างเป็นระบบในการเกณฑ์นักรบต่างแดน และกลุ่มติดอาวุธทั้งหลายในประเทศปฏิบัติการอย่างเป็นอิสระ อย่างไรก็ตามพบเห็นอาสาสมัครอย่าง เจสัน เข้าร่วมสู้รบหลายคน แม้มีความเสี่ยงถูกดำเนินคดีทางกฎหมายในประเทศบ้านเกิดก็ตาม

รายงานข่าวของอัลจาซีราห์ ระบุว่าพบเห็นคลิปวิดีโอและภาพถ่ายของเจสัน กำลังสู้รบเคียงข้างฝ่ายต่อต้านในภาคตะวันออกของพม่า ขณะที่ เจสัน ซึ่งเคยต่อสู้ในยูเครน ตามหลังการรุกรานของรัสเซีย เน้นย้ำว่าเขาไม่ใช่ทหารรับจ้าง แต่ต่อสู้ในเหตุผลที่เขาเชื่อถือศรัทธา "ผมไม่ใช่ทหารรับจ้าง ผมทำมันเพื่อคนที่ผมคิดว่าเป็นฝ่ายถูก"

เจสัน มีแผนที่จะจัดตั้งทีมงานของทหารที่มีประสบการณ์จากสหราชอาณาจักร สหรัฐฯ แคนาดาและออสเตรเลีย สำหรับมอบความช่วยเหลือแก่ฝ่ายต่อต้านทหารพม่า และเป้าหมายของทีมงานนี้ก็คือทำงานอยู่ภายใต้กรอบระบบของฝ่ายต่อต้าน ไม่ใช่จัดตั้งองค์กรแยกตัวออกมา

"เรามีความรู้จาก 4 กองทัพที่ต่างกัน ที่เราสามารถใช้สอนพวกเขา" เขากล่าว "ประสบการณ์คือจุดแข็งที่ผมสามารถช่วยพวกเขา พวกเขาแค่ต้องการมีเสรีภาพและประชาธิปไตย เราไม่ต้องการเป็นคนขาวผู้กอบกู้ ด้วยทีมงานของเรา เราอยากทำงานภายใต้ระบบของพวกเขามากกว่าจัดตั้งองค์กรของเรา เราจะทำมันทั้งหมดอย่างอิสระ"

ในรัฐชิน ติดชายแดนอินเดีย กองกำลังพิทักษ์ประชาชนโซแลนด์ โพสต์ภาพอาสาสมัครต่างชาติ 1 คน ได้แก่ อาซาด จากทางใต้ของสหรัฐฯและอีกคนเป็นชาวสหราชอาณาจักร ทั้งนี้ อาซาด ไม่ได้มีภูมิหลังด้านการทหาร แต่เคยสมัครใจร่วมสู้รบร่วมกับกองกำลังวายพีจี ที่นำโดยเคิร์ด ในซีเรีย เขาทำหน้าที่สอนพลซุ่มยิงและหลักสูตรทหารราบ และเขามองว่าการปฏิวัติพม่าคือส่วนหนึ่งในความพยายามของโลก ไม่ต่างจากการสู้รบในซีเรียและการป้องกันตนเองของยูเครน จากการรุกรานของรัสเซีย

รายงานข่าวระบุว่ากลุ่มมนุษยธรรมคริสเตียน Free Burma Rangers (FBR) ก็มีส่วนเกี่ยวข้องในความขัดแย้งเช่นกัน โดบมอบความช่วยเหลือด้านการรักษาพยาบาลและสิ่งของบรรเทาทุกข์แก่ชุมชนต่างๆที่ต้องไร้ถิ่นฐาน ท่ามกลางเหตุล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชนต่างๆนานา ทั้งนี้แม้เป็นองค์กรช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ แต่พบเห็นสมาชิกของ FBR ติดอาวุธเพื่อการคุ้มกันด้วย

ในส่วนของรัฐบาลพม่า ได้เสริมความเข้มแข็งแก่กองทัพ ด้วยแรงสนับสนุนจากต่างชาติ โดยในเดือนเมษายน พวกเจ้าหน้าที่เดินทางเยือนรัสเซียและจีน เพื่อจัดซื้อโดรนสู้รบ ในขณะที่พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการกองทัพ พบปะกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน และเจ้าหน้าที่รัสเซีย ณ พิธีสวนสนามของกองทัพพม่า ท่ามกลางรายงานข่าวว่าครูฝึกทหารรัสเซียได้ช่วยฝึกฝนทหารพม่าในการใช้อาวุธรัสเซีย แม้ไม่มีข้อมูลยืนยันในเรื่องนี้

ผู้บัญชาการฝ่ายต่อต้านในเมืองเพคง ในรัฐฉาน ทางใต้ของพม่า อ้างว่าได้ยินข่าวว่าพบเห็นพวกครูฝึกทหารรัสเซียอยู่ใกล้ๆแนวหน้า แม้คำยืนยันเกี่ยวกับการพบเห็นดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ 4 เดือนก่อน และว่ากันว่าครูฝึกเหล่านั้นได้อพยพออกมาแล้ว ท่ามกลางการโจมตีอันดุเดือด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...