โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชุมชนและความยั่งยืน

The Better

อัพเดต 05 มิ.ย. 2566 เวลา 01.17 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2566 เวลา 00.30 น. • THE BETTER
คอลัมน์ 'Growth and Sustainability' โดย 'วิฑูรย์ สิมะโชคดี'

ทุกวันนี้ กระแสในเรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของชุมชนต่างๆกำลังขยายวงกว้างออกไปอย่างรวดเร็วในสังคมไทยโดยเฉพาะความมุ่งมั่นในเรื่องของการสร้าง“ชุมชนยั่งยืน”บนพื้นฐานของ“การพัฒนาที่ยั่งยืน” และ “เป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน” (SDGs 17 ข้อ) ในปัจจุบัน

องค์การสหประชาชาติ(UN)ได้ให้คำจำกัดความของคำว่า“การพัฒนาที่ยั่งยืน(Sustainable development)” ไว้ดังนี้ “Sustainable development is development that meets the need of the present without compromising the ability of future generations to meet their own needs” (การพัฒนาที่ยั่งยืน คือ การพัฒนาที่สนองความต้องการของปัจจุบัน โดยไม่ทำให้ประชาชนรุ่นต่อไปในอนาคตต้องประนีประนอมยอมลดความสามารถของเขาในการที่จะสนองความต้องการของเขาเอง)

ในขณะที่หนังสือ “Global Ecology Handbook” ให้ความหมายของ “การพัฒนาที่ยั่งยืน” คือ “นโยบายที่สนองความต้องการของประชาชนในปัจจุบัน โดยไม่ทำลายทรัพยากรซึ่งจะเป็นที่ต้องการในอนาคต”

ประสบการณ์ที่เกิดจากการดำเนินโครงการส่งเสริมและรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ในบ้านเรา) ได้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของ“ความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆ”ทั้งชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา หน่วยงานราชการ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน ที่มีความเกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่หรือท้องถิ่นหนึ่งๆเพื่อมุ่งสู่“การพัฒนาที่ยั่งยืน”ผ่านกิจกรรมที่ร่วมกันออกแบบยุทธศาสตร์ กลไก มาตรการ ในการป้องกัน รักษาพื้นที่ป่า แหล่งน้ำ และทรัพยากรในท้องถิ่น โดยตระหนักว่าชุมชนท้องถิ่นโดยรอบยังต้องพิ่งพิงทรัพยากรจากป่าและธรรมชาติในการดำรงชีวิต อีกทั้งมีการสื่อสารให้มีความเข้าใจที่ตรงกันเพื่อจะช่วยสร้างความร่วมมือในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรอย่างจริงจังได้มากขึ้น

องค์ความรู้ที่เกิดจากการติดตามความสำเร็จและความยั่งยืนของโครงการต่างๆ ในแต่ละพื้นที่ พบว่ามีการให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จากพื้นที่ป่าต้นน้ำบนเทือกเขาสูง สู่ลุ่มน้ำ ลำน้ำสาขา ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง สู่พื้นที่ราบลุ่มภาคกลางและพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งทะเล โดยเชื่อมโยงกับนโยบายของภาครัฐและการลดผลกระทบต่อผู้คนที่พึ่งพาทรัพยากรเหล่านั้น

หลายโครงการมุ่งเน้นการทำงานด้านสิทธิในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนนำไปสู่การฟื้นฟู อนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน บางโครงการเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น การแก้ปัญหาหมอกควันจากไฟป่า หรือการป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยการส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ และวนเกษตร บางโครงการเน้นไปที่การอนุรักษ์ความหลากหลายของพืชและสัตว์น้ำในพื้นที่ของตน เป็นต้น

ขณะที่บางโครงการเน้นความสำคัญในการนำประวัติศาสตร์ท้องถิ่นมาเชื่อมโยงกับธรรมชาติเพื่อกระตุ้นให้ผู้เกี่ยวข้องตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งที่ตนมี นำไปสู่การรักษาธรรมชาติและสืบสานประวัติศาสตร์ หลายโครงการมีการใช้ภูมิปัญญาพื้นบ้าน เพื่อเป็นฐานในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งได้บันทึกถ่ายทอด เผยแพร่ความรู้เหล่านั้นให้คงอยู่สู่คนรุ่นหลัง หลายโครงการก็เชื่อมโยงการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้ากับสุขภาพ รายได้ และความกินดีอยู่ดี รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนด้วย

ทั้งหมดทั้งปวงนี้ ปัจจัยแห่งความสำเร็จที่สำคัญ ได้แก่ (1) การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง (2) การสร้างและเสริมความเข้มแข็งของภาคีเครือข่าย และ (3) การพัฒนาศักยภาพของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักในโครงการ ไม่ว่าจะเป็นชุมชนท้องถิ่น กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มสตรี ผู้สูงอายุ กลุ่มเยาวชน หรือเจ้าหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

วันนี้ ความยั่งยืนของชุมชน จะเป็นพื้นฐานของความยั่งยืนในสังคมและประเทศชาติต่อไป ครับผม !

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...