โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สร้างความเข้าใจ! 9 นักกิจกรรมถูกฟ้องคดียุยงปลุกปั่น ไม่ใช่เพราะแต่งชุดมลายู

แนวหน้า

เผยแพร่ 26 ส.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 นายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโส และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก "Sermsuk Kasitipradit" ระบุว่า ทำผิดกฎหมายในคดียุยงปลุกปั่น ไม่ใช่เพราะแต่งชุดมลายู

หลังศาลจังหวัดปัตตานีนัดสืบพยานในคดีที่พาดพิงถึงแกนนำนักกิจกรรม 9 คน หลายกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ได้เผยแพร่ข้อมูลคลาดเคลื่อนว่า นักกิจกรรมทั้ง 9 คนถูกฟ้องเนื่องจาก “การแต่งกายชุดมลายู” หรือ “แสดงออกทางวัฒนธรรมในพื้นที่สาธารณะ” ซึ่ง ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด และอาจสร้างความเข้าใจผิดในสังคม

กรณีนี้เกิดขึ้นจากกิจกรรมที่จัดโดย “สมัชชาประชาสังคมเพื่อสันติภาพ (CAP)” เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2565 บริเวณหาดวาสุกรี อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เจ้าหน้าที่พบว่ากิจกรรมดังกล่าว มีเนื้อหาและการแสดงออก ที่เข้าข่ายยุยงปลุกปั่น เช่น การแสดงธงของกลุ่มแบ่งแยกดินแดน (BRN), การกล่าวถ้อยคำบนเวที เช่น “เยาวชนต้องลุกขึ้นสู้เพื่อเอกราชปาตานี”, การประกาศให้ “วันรายอที่ 3” เป็น “วันเยาวชนแห่งชาติปาตานี” รวมถึงการร้องเพลงปลุกใจที่มีเนื้อหาชักชวนให้รวมตัวต่อต้านรัฐ

ในคดีนี้คณะพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและมีความเห็นควรส่งฟ้องผู้จัดกิจกรรมรวม 9 คน ในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือด้วยวิธีอื่นใดอันมิใช่กระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญหรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริต (2) เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร (3) เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดต่อกฎหมายแผ่นดิน , มาตรา 209 ความผิดฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่ , มาตรา 210 ความผิดฐานร่วมกันเป็นซ่องโจร และดำเนินคดีตาม พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน กรณีการชุมนุมฝ่าฝืนมาตรการการป้องกันโรคโควิด-19

ศาลจังหวัดปัตตานีได้นัดสืบพยานทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยอย่างต่อเนื่อง 9 ครั้ง คือ ในห้วงวันที่ 29 - 31 กรกฎาคม 2568 (จำนวน 3 ครั้ง), วันที่ 5 - 6 สิงหาคม 2568 (จำนวน 2 ครั้ง) และวันที่ 26 - 29 สิงหาคม 2568 (จำนวน 4 ครั้ง) โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 เป็นอีกหนึ่งวันในการสืบพยานที่อยู่ในแผนดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม ในขณะเดียวกันยังคงมีสื่อสังคมออนไลน์แนวร่วมกลุ่มแกนนำของผู้จัดกิจกรรมพยายามนำเสนอข้อมูลบิดเบือนชี้นำสังคมให้เกิดความเข้าใจผิดว่า คดีนี้เกี่ยวข้องกับ “การแต่งชุดมลายู” หรือ “กิจกรรมวัฒนธรรมในพื้นที่” ซึ่ง ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด และอาจสร้างความสับสนแก่ประชาชน โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอยืนยันว่า ไม่ใช่คดีที่เกี่ยวข้องกับการแต่งกายชุดมลายู ตามที่มีความพยายามสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสื่อสังคมออนไลน์บางสื่อ

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่าไม่ได้ดำเนินคดีกับใครเพียงเพราะการแต่งกายแบบมลายู หรือการแสดงอัตลักษณ์ท้องถิ่น ในทางตรงกันข้าม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้พยายามส่งเสริมอัตลักษณ์ การแต่งกาย ศาสนา ภาษา วัฒนธรรม ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ดังจะเห็นได้จากการกำหนดงานการส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง ซึ่งเป็นหนึ่งในงานนโยบายสำคัญของผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน หน่วยงานรัฐพร้อมเปิดรับข้อเสนอเชิงสร้างสรรค์ และยังคงสนับสนุนอัตลักษณ์ของประชาชนในพื้นที่ เพื่อร่วมสร้างสันติสุขและความเข้าใจที่ถูกต้องในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จึงขอสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนอีกครั้งว่า คดีดังกล่าวเป็น “คดียุยงปลุกปั่น” ที่มีรายละเอียดการปฏิบัติในกิจกรรมอันมีลักษณะขัดต่อกฎหมาย ขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบ ไม่หลงเชื่อข่าวสารที่บิดเบือน

Cr. ศป.ชส.กอ.รมน.ภาค4สน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...