โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

หุ้นโรงแรมวิ่งคึก! ERW นำทีมพุ่ง 4% รับต่างชาติเที่ยวไทยสัปดาห์ล่าสุดโต 12%

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 06 พ.ค. เวลา 07.48 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. เวลา 07.48 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(6 พ.ค.69) ราคาหุ้นกลุ่มโรงแรมวิ่งคึกนำโดย บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW ณ เวลา 14.21น. อยู่ที่ระดับ 2.44 บาท บวก 0.10 บาท หรือ 4.27% ราคาต่ำสุด 2.36 บาท ราคาสูงสุด 2.36 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 50.40 ล้านบาท

บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR ณ เวลา 14.25 น. อยู่ที่ระดับ 1.60 บาท บวก 0.04 บาท หรือ 2.56% ราคาต่ำสุด 1.57 บาท ราคาสูงสุด 1.62 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 2.96 ล้านบาท

บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ณ เวลา 14.26 น. อยู่ที่ระดับ 20.40 บาท บวก 0.10 บาท หรือ 0.49% ราคาต่ำสุด 20.20 บาท ราคาสูงสุด 20.60 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 573.60 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราห์วันนี้(6 พ.ค.69) ว่า นักท่องเที่ยวสัปดาห์ที่ผ่านมาล่าสุด (27 เม.ย.-3 พ.ค.) อยู่ที่ 601,610 คน เฉลี่ย 8.59 หมื่นคน/วัน (โต 12% เทียบสัปดาห์ที่ผ่านมา และลดลง 2% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) เติบโตเทียบสัปดาห์ก่อนหน้า จากวันหยุดต่อเนื่อง (วันแรงงาน) ในหลายประเทศ แต่ลดลงเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนเล็กน้อย จากนักท่องเที่ยวกลุ่ม Non-Chinese จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กระทบจำนวนเที่ยวบินและต้นทุนการเดินทาง

นักท่องเที่ยวกลุ่ม Non-Chinese เติบโต 8% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า แต่ยังลดลง 9% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนเป็นเฉลี่ย 6.67 หมื่นคน/วัน

ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวจีนยังคงเติบโตแข็งแกร่ง 31% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า และ 28% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากฐานต่ำ เป็น 134,757 คน เฉลี่ย 1.93 หมื่นคน/วัน (คิดเป็น 22% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนที่ 19%)

ส่งผลให้ 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยว ได้แก่ จีน (โต 31% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า ,โต 28% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ) มาเลเซีย (โต 26% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า, โต 1% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) อินเดีย (+4% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า, ลดลง 5% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) ญี่ปุ่น ( โต 105% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า) และรัสเซีย (ลดลง 2% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า, ลดลล 10% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน)

ข้อมูลเดือน เม.ย. 2569 มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 2.37 ล้านคน (ลดลง 15% เทียบเดือนก่อนหน้า ,ลดลง 7% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) โดยจำนวนนักท่องเที่ยวจากยุโรปลดลง 16% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน(พ.ค. MTD: ลดลง 11% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางลดลง 57% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน(พ.ค. MTD: ลดลง 37% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) สะท้อนผลกระทบจากเหตุความไม่สงบลดน้อยลง ขณะที่นักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียใต้ลดลง 16% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนและ 2% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนตามลำดับ ส่วนเอเชียเหนือยังเติบโตแข็งแกร่ง 16% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

แนวโน้มสัปดาห์ถัดไป คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะลดลง เทียบสัปดาห์ก่อนหน้าหลังผ่านพ้นช่วงวัดหยุดต่อเนื่อง และลดลง เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนจากผลของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง กระทบกลุ่ม Non-Chinese ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนยังเติบโตเป็นแรงหนุนหลัก

จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 1 ม.ค.–3 พ.ค. มีทั้งสิ้น 11.97 ล้านคน ( ลดลง 4% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) สร้างรายได้ให้ประเทศ 5.84 แสนล้านบาท ประเมินว่าประมาณการทั้งปี 2569 ที่ 35.0 ล้านคน (โต 6% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) มีความเสี่ยงด้าน downside จากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวปี 2569 อยู่ในช่วง 32.8 – 34.1 ล้านคน (-1% ถึง +3% y-y)

บล.ดาโอ ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้( 6 พ.ค.69) ว่า มองเป็นกลางจากจำนวนนักท่องเที่ยวรวมที่ฟื้นได้ดีตามคาดเพราะเป็นช่วงวันหยุดแรงงาน โดยมีนักท่องเที่ยว Short haul ปรับตัวขึ้นได้อย่างโดดเด่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเติบโตได้โดดเด่นถึง 105% เทียบสัปดาห์ก่อน ขึ้นมาแตะอันดับ 4 จากเดิมอันดับ 8จากช่วง Golden week (29 เม.ย.-6 พ.ค.) นอกจากนี้นักท่องเที่ยวจีนเติบโตได้ถึง +32% เทียบสัปดาห์ก่อน

ทั้งนี้หากคิดแค่นักท่องเที่ยวรวมแบบหักนักท่องเที่ยวมาเลเซียออกจะก็ยังคงเห็นการเติบโตได้ที่ +10% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า ด้านนักท่องเที่ยวรัสเซียมีการชะลอตัวที่มากขึ้นโดยลดทั้ง เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และเทียบไตรมาสก่อนหน้า เพราะผลจากจำนวนเที่ยวบินที่ลดลงและการเดินทางที่ยากมากขึ้นหลังจากมีสถานการณ์ตะวันออกกลาง

โดยสัปดาห์หน้าคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวรวมจะลดลงเทียบสัปดาห์ก่อนหน้าเพราะผ่านช่วงวันหยุดยาวไปแล้ว ด้านนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นมาที่ระดับสูงที่เหนือ 1 แสนคนต่อสัปดาห์อีกครั้ง นอกจากนี้หากเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน นักท่องเที่ยวจีนยังคงเพิ่มขึ้นถึง โต 28% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ โต 35% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งคาดว่าน่าจะเห็นการฟื้นตัวเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ของนักท่องเที่ยวจีนได้ต่อเนื่องตลอดเดือน พ.ค.69 เพราะฐานต่ำจากปีก่อนประกอบกับจีนมีการย้ายหมุดหมายจากประเทศญี่ปุ่นเป็นเกาหลีใต้และอาเซียนเพิ่มมากขึ้น แต่อย่างไรก็ดี จากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอิสราเอล-อิหร่านที่ยังคงกดดันอยู่ เรายังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางสัปดาห์นี้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ โต 19% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า จากเที่ยวบินที่เริ่มกลับมาบินได้มากขึ้น

ทั้งนี้หุ้นที่ได้รับประโยชน์จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวได้ดี โดยเรียงลำดับตามสัดส่วนโรงแรมในประเทศจากมากไปน้อย ได้แก่ ERW, CENTEL, MINT, SHR ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวรวม/นักท่องเที่ยวจีนปี 2569ที่ 30 ล้านคน/4.8 ล้านคน ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวรวมปี 2569 จะอยู่ที่ 30 ล้านคน ลดลงลดลง 9% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปี 2568 ที่ 33 ล้านคน ลดลง 7% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนและคาดจำนวนนักท่องเที่ยวจีนปี 2569จะอยู่ที่ 4.8 ล้านคน เพิ่มขึ้น 7% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปี 2568 ที่ 4.5 ล้านคน ลดลง 34% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ให้น้ำหนักการลงทุนเป็น “เท่ากับตลาด” โดยราคาหุ้นของกลุ่มท่องเที่ยวที่ลงมากว่า 30% หลังจากการเกิดสงครามน่าจะรับรู้ข่าวร้ายไปแล้ว

ขณะที่จากการอัพเดทกับ ERW (ซื้อ/เป้า 3.20 บาท) ยังคงมียอด On the book ในไตรมาส 2/69 ที่ RevPAR ยังเติบโตได้ดีที่ +2-3% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากฐานต่ำในปีก่อน

ส่วน CENTEL (ซื้อ/เป้า 37.00 บาท) มียอด On the book ในไตรมาส 2/69 มี RevPAR ที่รวมดูไบลดลง 15% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่หากไม่รวมดูไบ RevPAR จะยังทรงตัวเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วน SSSG เริ่มหดตัวในเดือน เม.ย.69 ที่ลดลง 3% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...