ยืนหรือไม่ยืนในโรงหนัง? จากเพลงสรรเสริญฯ ในโรงหนัง สู่คำถามใหญ่ของคนต่างรุ่น ความเคารพที่แท้จริงบังคับไม่ได้ ต้องปลูกด้วยความเข้าใจและพระมหากรุณาธิคุณที่รับรู้ได้
THE STATES TIMES
อัพเดต 12 พ.ค. เวลา 06.58 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. เวลา 09.00 น. • THE STATES TIMES TEAMผู้ใช้เฟสบุ๊ค ประกิต สิริวัฒนเกตุได้กล่าวว่า
คุณยังเข้าโรงหนัง และคุณยังยืนถวายความเคารพอยู่หรือไม่
หนังโรงเรื่องสุดท้ายที่ได้ดูคือ มิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ล 7 ปิดปฏิบัติการล่าพิกัดมรณะ เมื่อนู่นเลย พ.ค. ปีที่แล้วหรือเกือบจะ 1 ปี เป็นการไปดูหนังในโรงกับคุณพลอยครั้งแรกในรอบ 6 ปี (มี พี่โต๋ พี่หนึ่ง) ด้วย
ผมไปดูเพราะได้บัตรฟรี เป็นโรงหนังพร้อมเตียงนอนสุดอลังการ หนังจอยักษ์ เสียงอึกทึกครึกโครม บวกกับเนื้อเรื่องเอ็มไอ7 มันสนุกตื่นเต้นจริงๆ พอผมดูเสร็จ กลับมาบ้านผมใช้เวลาคิดไม่นาน ตัดสินใจไปถอยทีวี 85 นิ้ว ทำโฮมเธียเตอร์ ปิดไฟนอนดู โอ้วววตื้นเต้นดีนักแล โดยเฉพาะตอนเปิดหนัง เอเอ๊ 555
ย้อนกลับไปตอนดูเอ็มไอ7 ที่โรงหนังพร้อมเตียงนอนที่เซ็นทรัลเวิลด์ แม้จะมีที่นั่งไม่มาก แต่คนก็เต็มทุกเตียง เมื่อถึงเวลาของเพลงสรรเสริญฯ ผมและคุณพลอยยืนถวายความเคารพด้วยความกระหาย
ด้วยความที่ไม่ได้ดูหนังมานาน ผมเองเลยอยากรู้ว่าทางโรงหนังฯจะทำภาพประกอบเพลงได้สวยงามขนาดไหน
และผมก็ไม่ผิดหวัง เป็นเพลงสรรเสริญฯที่สมพระเกียรติพระมหากษัตริย์ของประเทศไทย แน่นอนว่าในระหว่างที่มีการเปิดเพลงนั้นจะมีคนยืนถวายความเคารพ และก็มีบางส่วนเลือกจะนอนอยู่บนเตียงนุ่นๆพร้อมกับเล่นมือถือไปชิวๆ
คนที่ยืนก็มีหลากหลาย ส่วนไม่ยืนจะเป็นน้องๆคนรุ่นใหม่ ผมมองด้วยความเข้าใจ ของแบบนี้มันบังคับไม่ได้ การยืนถวายความเคารพ ควรมาจากความเข้าใจ และมาด้วยความเต็มใจ
จะไปให้น้องๆเค้ายืนได้ยังไง ในเมื่อพวกเค้าไม่อิน ไม่ได้รับรู้ความสำคัญเหมือนอย่างที่ผมรับรู้
ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ "น่าเสียดาย" จริงๆ
ผมเองก็ไม่ใช่ คนดี รักชาติ และผมก็ไม่ได้เลือกภูมิใจไทย (ผมเลือก อ.เอ้) แต่ผมเติบโตมากับการได้สำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์
ผมเป็นคนขี้สงสัย เป็นคนชอบคิดเชิงวิพากษ์ ชอบตั้งคำถามกับทุกเรื่อง และแน่นอนผมเคยตั้งคำถามถึงความสำคัญของการมีสถาบันพระมหากษัตริย์ ความแตกต่างของชนชั้น ความเท่าเทียม ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์
เมื่อตั้งคำถาม ก็ต้องหาคำตอบ ผมทำการศึกษาถึงที่มาที่ไปของราชวงศ์จักรี ทำความเข้าใจบริบทของคนที่เกิดมาในสภาพแวดล้อมของความเป็นกษัตริย์
ยื่งศึกษา ผมก็ยิ่งคิดถึงในหลวง ร.9 ยิ่งรักสมเด็จพระเทพฯ ยิ่งชื่นชมฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ และยิ่งเคารพในหลวง ร.10 มากขึ้น
โลกใบนี้มันหมุนเร็วมาก ความคิดของคนในประเทศนี้ก็เปลี่ยนไปเยอะ ผมมองทุกอย่างด้วยความเข้าใจ มันคือเรื่องธรรมชาติ ทุกสิ่งไม่สามารถอยู่ได้คงทน ไม่วันใดก็วันหนึ่งมันต้องมีการเปลี่ยนแปลง
น้องๆคนรุ่นใหม่ เติบโตมามีความคิดเป็นของตัวเอง มีโอกาสได้เรียนรู้ และเลือกในสิ่งที่ตัวเองชอบมากกว่าคนสมัยก่อนมากมายนัก
ในวันที่ ปันผล ปันสุข เกิดออกมา หนึ่งในสิ่งที่ผมตั้งใจคือการเลี้ยงให้สองคนนี้ มีชุดความคิด มีตรรกะในการตัดสินใจที่ดีกว่าผม ผมจึงเลี้ยงสองคนนี้มาด้วยการหลีกเลี่ยงการบังคับขู่เข็ญ ผมจะเลี้ยงด้วยการตั้งคำถาม อธิบาย เปรียบเทียบ และยื่นข้อเสนอให้ทั้งคู่ตัดสินใจเองเสมอๆ
เช่นเดียวกับเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมไม่เคยบอกให้ปันผล ปันสุข ต้องคิดบวกหรือรักในสถาบันฯเช่นเดียวกับผม ผมได้แต่เล่าเรื่องต่างๆของในหลวง ร.9 เล่าถึงความรู้สึกที่ผมมีต่อสถาบันฯ เปิดคลิปสมัยในหลวง ร.9 ตระเวณไปทำพระราชกรณียกิจทั้วทั้งประเทศ
แม้ในปัจจุบันในหลวง ร.9 จะไม่อยู่แล้ว แต่ผมก็ยังเล่าให้เด็กๆฟังเกี่ยวกับในหลวง ร.10 อธิบายให้ลูกเข้าใจในบริบทของพระองค์ และมองให้ลึกมากกว่าสิ่งที่ตาเห็น เราจะพบว่าพระองค์ท่านทำอะไรเพื่อประเทศนี้มากกว่าที่เราคิดมากๆ
ลูกจะเชื่อหรือไม่เชื่อ เป็นเรื่องของลูก แต่ไม่ว่าอย่างไร ก่อนที่ลูกจะตัดสินใจใดๆ ลูกต้องรับรู้ความจริงทุกเรื่องก่อน รู้ข้อมูลให้รอบด้านก่อน ไม่ใช่ตัดสินใจไปตามความรู้สึกชอบไม่ชอบ หรือตัดสินใจเพราะกระแส
ผมเชื่อหมดใจเลยว่า เมื่อสองปันได้ศึกษาเกี่ยวกับสิ่งต่างๆที่ในหลวง ร.9 และเชื้อพระวงศ์ของพระองค์ท่านได้ทำให้กับประเทศนี้มา ปันผลและปันสุข จะคิดไม่แตกต่างจากผม และผมก็ไม่ต้องมาเถียงหรือไปบังคับให้ทั้งคู่ ต้องทำอย่างไรเมื่อได้ยินเพลงสรรเสริญพระบารมี
ผมเชื่อว่า ปันผลและปันสุข จะยืนถวายความเคารพด้วยความเต็มใจและด้วยความรักในสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแท้จริง
ปิง ปิงพ่อสองปัน