โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘มีเราไม่มีเทา-พอแล้วไม่ไหวแล้ว’ ในวันที่วาทกรรมไปต่อไม่ได้

แนวหน้า

เผยแพร่ 07 เม.ย. เวลา 17.00 น.

เวทีแถลงนโยบายของรัฐบาลวันที่ 9-10 เมษายนนี้ เป็นจุดตั้งต้นของการทำงาน แต่ก่อนเวทีจะเริ่ม พรรคประชาชนเลือกหยิบคำว่า “พอแล้วไม่ไหวแล้ว” มาใช้เป็นธีมหลักในการเคลื่อนไหว

คำนี้ต่อเนื่องมาจากวาทะ“รวยแล้วไม่ไหวแล้ว” ของอนุทิน ชาญวีรกูล ในช่วงหาเสียง พอขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย สิ่งที่ต้องรับมือทันทีไม่ใช่แค่โจทย์ในประเทศ แต่เป็นแรงบีบจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะเรื่องน้ำมัน

แรงบีบดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการตัดสินใจของรัฐบาลไทยเพียงอย่างเดียว แต่ผูกกับสถานการณ์โลก ทั้งความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ความเสี่ยงของเส้นทางขนส่ง และแรงกระเพื่อมของตลาดพลังงาน เมื่อจุดใดสะดุด ราคาก็ขยับทันที ประเทศที่ต้องนำเข้าน้ำมันอย่างไทยจึงหลีกไม่พ้น

อนุทิน ชาญวีรกูล

ต่อให้เป็นรัฐบาลจากพรรคใด ก็ต้องเจอแรงบีบลักษณะเดียวกัน เพราะอยู่นอกเหนือการควบคุม

แม้เงื่อนไขจะเป็นเช่นนี้ แต่ในจังหวะที่ปัจจัยภายนอกกำลังกดทับ คำว่า “พอแล้วไม่ไหวแล้ว” กลับถูกหยิบมาใช้เพื่อสรุปรัฐบาลทั้งชุด ทั้งที่ยังไม่ได้แถลงนโยบาย และยังไม่ได้เริ่มทำงานจริง

ภาพที่เห็นชัดคือการหยิบความเดือดร้อนเรื่องค่าครองชีพและน้ำมันแพงมาเล่นกับกระแส ให้ความรู้สึกนำหน้า แล้วค่อยตามด้วยเหตุผลในเวทีอภิปราย ซึ่งเป็นจุดตั้งต้นของวาทกรรมชุดนี้

ขณะเดียวกัน ในอีกด้านหนึ่ง พรรคประชาชนใช้คำว่า “มีเราไม่มีเทา” เป็นแกนหลักในการสื่อสารในช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา วางตัวเองให้อยู่เหนือการเมืองแบบเดิม และย้ำภาพความสะอาด ความโปร่งใส

พรรคประชาชน

แนวทางนี้เดินไปในทิศทางเดียวกันกับวิธีสื่อสาร คือใช้คำสั้น กระชับ เล่นกับความรู้สึก และขยายผ่านโซเชียลให้เร็วที่สุด

ช่วงหลังรูปแบบนี้ยิ่งชัดขึ้น วาทกรรมกลายเป็นตัวนำ คำต้องโดน ต้องแชร์ได้ และต้องทำให้คนรู้สึกก่อน

พอใช้วิธีนี้ต่อเนื่อง คำจะเดินนำข้อเท็จจริง และต้องแบกภาพที่สร้างไว้

และเมื่อข้อเท็จจริงเริ่มสวนทาง คำที่เคยใช้จะไม่หายไปไหน แต่จะย้อนกลับมาหาเจ้าของคำทันที และเริ่มไปต่อได้ยาก

จุดนี้เองนำไปสู่สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งไม่ใช่แค่ข้อสังเกต แต่มีข้อเท็จจริงรองรับชัดเจน

29 ธันวาคม 2568 นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ผู้สมัคร สส. กรุงเทพมหานคร ถูกจับในคดีฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ

15 มกราคม 2569 นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ผู้สมัคร สส. จังหวัดตาก ถูกจับในคดีเว็บพนันออนไลน์และฟอกเงิน

18 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลฎีกาพิพากษาจำคุกนายธีระวัฒน์ พรรณะ อดีตผู้สมัคร สส. จังหวัดมหาสารคาม ในคดีข่มขืนและวางยาสลบ

และ 6 เมษายน 2569 นายนิติภัทร อดีตผู้ช่วย สส. จังหวัดระยอง ถูกจับในคดียาเสพติด ก่อนเวทีอภิปรายเพียงไม่กี่วัน

พรรคประชาชน

จากการเรียงตามลำดับเวลา ภาพที่เห็นคือปัญหาที่เกิดซ้ำ ไม่ใช่เหตุการณ์จุดเดียว และเกี่ยวข้องกับคนที่ผ่านกระบวนการของพรรคมาแล้วทั้งหมด

การอธิบายว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคลไม่เพียงพอสำหรับการเมือง เพราะสิ่งที่ถูกตั้งคำถามคือกระบวนการคัดเลือกตั้งแต่ต้น และนี่คือจุดที่วาทกรรมเริ่มรับน้ำหนักไม่ไหว

เมื่อภาพทั้งหมดเชื่อมต่อเข้าหากัน ทำให้เห็นชัดว่า วาทกรรมที่พรรคใช้มาตลอด กำลังย้อนศรกลับเข้ามาหาพรรคเอง

“มีเราไม่มีเทา” ที่ใช้สร้างความต่าง กำลังย้อนกลับมาวัดตัวพรรค

“พอแล้วไม่ไหวแล้ว” ที่ใช้สรุปรัฐบาล กำลังสะท้อนกลับเข้ามาหาตัวเองในจังหวะเดียวกัน

พรรคประชาชน

ความต่างที่เคยย้ำ เริ่มแคบลง เมื่อคำอธิบายไม่ต่างจากการเมืองแบบเดิม และความรับผิดชอบทางการเมืองก็ไม่ได้ปรากฏชัดในระดับที่เคยใช้วัดคนอื่น

จุดนี้ทำให้เห็นชัดว่า นี่คือวันที่วาทกรรมไปต่อไม่ได้ เพราะข้อเท็จจริงเดินมาชนตรงหน้าแล้ว

ก่อนจะใช้คำว่า “พอแล้วไม่ไหวแล้ว” ไปใส่ใคร การเมืองต้องยืนให้ได้ในมาตรฐานเดียวกันก่อน

เพราะในสถานการณ์นี้ คำว่า “พอแล้วไม่ไหวแล้ว” ไม่ได้พุ่งออกไปข้างหน้าอย่างเดียว แต่มันย้อนศรกลับเข้ามาหาพรรคประชาชนในเวลาเดียวกัน.

ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...