โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไขข้อสงสัยไวรัสฮันตา หมอยง ยันไทยเสี่ยงต่ำ! คนละสายพันธุ์ที่ระบาดรุนแรง

แนวหน้า

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

10 พฤษภาคม 2569 ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความระบุว่า โรคไวรัสฮันตา (Hantavirus) น่ากลัวไหมสำหรับประเทศไทย

ไวรัสฮันตา (Hantavirus) เป็นไวรัสในกลุ่ม RNA virus อยู่ในวงศ์ Hantaviridae ซึ่งมีหนูและสัตว์ฟันแทะเป็นแหล่งรังโรคหลัก (reservoir host) โดยคนมักติดเชื้อจากการสูดดมฝุ่นหรือสิ่งคัดหลั่งของหนู เช่น ปัสสาวะ อุจจาระ หรือน้ำลายที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม

ชื่อ “Hanta” มาจากแม่น้ำฮันตัน (Hantan River) ในประเทศ South Korea เนื่องจากมีการค้นพบไวรัสนี้ตั้งแต่หลังสงครามเกาหลี สมัยผมเป็นนักเรียนผมก็รู้จักแล้ว เมื่อมีไข้เลือดออก เราต้องแยกจากไวรัสตัวนี้ ในกรณีที่มีไตวายร่วมด้วย และต่อมาเมื่อมีโรคฉี่หนู เราก็ยังต้องคำนึงถึงโรคนี้เพราะมี

ลักษณะอาการที่คล้ายกันอยู่หลายอย่าง

โรคนี้พบได้ทั่วโลก โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มอาการ คือ

1 อาการที่คล้ายไข้เลือดออกและมีปัญหาทางไต (Hemorrhagic Fever with Renal Syndrome (HFRS)) พบมากในเอเชียและยุโรป

2 มีอาการทางทางเดินหายใจหรือปอด (Hantavirus Pulmonary Syndrome (HPS) พบทางอเมริกาโดยเฉพาะอเมริกาใต้

โรคนี้ติดต่อจาก สูดดมละอองฝุ่นที่ปนเปื้อนจากหนู สัมผัสสิ่งขับถ่ายของหนู ถูกหนูกัด (พบได้น้อย) โดยทั่วไป “ไม่ค่อย” ติดต่อจากคนสู่คน ยกเว้นสายพันธุ์ในอเมริกาใต้ (Andes) ที่เป็นข่าวอยู่นี้

ลักษณะอาการจะเป็น ไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ในรายที่รุนแรง จะมี ไตวาย เลือดออกคล้ายไข้เลือดออก น้ำท่วมปอด หายใจล้มเหลว

สายพันธุ์ Andes ที่ระบาดและเป็นข่าวอยู่นี้ อัตราการเสียชีวิต ถึง 30–40%

พบในประเทศไทยหรือไม่?

ประเทศไทย “เคยพบ” หลักฐานของไวรัสฮันตาและแอนติบอดีต่อเชื้อในทั้งหนูและมนุษย์ มีการตรวจพบ เชื้อหรือสารพันธุกรรมของ hantavirus ในสัตว์ฟันแทะหลายชนิด โดยเฉพาะจำพวกหนู เช่นหนูพุก และมีการตรวจภูมิต้านทาน แอนติบอดีในประชาชนบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่สัมผัสหนูหรือทำงานเกษตร

โรค hantavirus ในประเทศไทยถือว่าพบน้อยมาก และสายพันธุ์ที่พบก็เป็นคนละสายพันธุ์กันดังแสดงในรูป

ความเสี่ยงสำหรับประเทศไทยถือว่าต่ำมาก ถึงแม้ว่าจะมีไวรัสตัวนี้อยู่ในประเทศไทยแต่คนละสายพันธุ์กัน และมีมานานแล้วมากกว่า 40-50 ปี จึงไม่เป็นที่น่าวิตกกังวลแต่อย่างใด

- 006

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...