โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ข่าวจริง โพสต์อ้างคนเกิดก่อนปี 2540 ไม่มีสูติบัตรออนไลน์ใน ThaID

Thai PBS

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS
Thai PBS Verify ตรวจสอบโพสต์กล่าวคนที่เกิดปี 2540 ไม่มีสูติบัตรออนไลน์ กรมการปกครองยืนยันเรื่องจริง เหตุจากขณะนั้นยังเป็นการบันทึกข้อมูลในกระดาษ จึงยังไม่สามารถดึงข้อมูลเหล่านี้มาแสดงในระบบได้

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาจาก: Facebook

[caption id="attachment_11074" align="aligncenter" width="924"]

ภาพบัญชีเฟซบุ๊กโพสต์ข้อความระบุว่า “คนที่เกิดก่อน 2540 จะไม่มี สูติบัตร แบบออนไลน์ในแอปฯ ThaID

ภาพบัญชีเฟซบุ๊กโพสต์ข้อความระบุว่า “คนที่เกิดก่อน 2540 จะไม่มี สูติบัตร แบบออนไลน์ในแอปฯ ThaID[/caption]

Thai PBS Verify ตรวจสอบบัญชีเฟซบุ๊ก ชีวิตติดครัวโพสต์ข้อความระบุว่า

“คนที่เกิดก่อน 2540

จะไม่มี สูติบัตร แบบออนไลน์ในแอพ ThaiD หรือ อีกนัยหนึ่ง คือ เฒ่า ‼️”

ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีการแสดงความรู้สึก 14,000 ครั้ง และการแสดงความคิดเห็น 1,100 ข้อความ และมีการแชร์ไปกว่า 3,000 ครั้ง

คนเกิดก่อนปี 2540 ไม่มีสูติบัตรในแอปฯ Thai D จริงหรือไม่ ?

Thai PBS Verifyได้ทดลองใช้บริการแอปฯ ThaID พบว่า ในไอคอนเอกสาร เมื่อกดสูติบัตร พบว่า ขึ้นข้อความ ไม่พบข้อมูลใบสูติบัตรในระบบแต่อย่างใด โดยภายในจะมีแค่ข้อมูลบัตรประชาชน, ทะเบียนบ้าน, ทะเบียนสมรส, ทะเบียนหย่า, บัตรประจำตัวผู้พิการ และใบอนุญาตพกกอาวุธป

[caption id="attachment_11075" align="aligncenter" width="1028"]

ภาพข้อความของระบบ Thai D ที่ไม่พบใบสูติบัตรสำหรับผู้ที่เกิดก่อนปี 2540 

ภาพข้อความของระบบ ThaID ที่ไม่พบใบสูติบัตรสำหรับผู้ที่เกิดก่อนปี 2540[/caption]

ขณะดียวกัน ทาง Thai PBS Verify ได่ติดต่อสอบถามไปยังกรมการปกครอง ซึ่งชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง โดยประชาชนที่เกิดก่อนปี 2540 จะไม่มีสูติบัตรออนไลน์ ในแอปฯ ThaID เนื่องจากในขณะนั้นยังเป็นการบันทึกข้อมูลในกระดาษ จึงยังไม่สามารถดึงข้อมูลเหล่านี้มาแสดงในระบบได้

ทั้งนี้หากต้องการนำข้อมูลสูติบัตรเข้าสู้แอปพลิเคชัน ThaID สามารถทำได้ดังนี้

  • ตรวจสอบสถานที่จัดเก็บเอกสาร

  • ทะเบียนบ้านอยู่ที่ไหน: โดยทั่วไปข้อมูลจะอยู่ที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ ตามพื้นที่ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านช่วงที่เกิด

  • เกิดที่โรงพยาบาลไหน: หากค้นหาที่เขตหรืออำเภอไม่พบ โรงพยาบาลที่เกิดมักจะมีบันทึกการเกิด (หนังสือรับรองการเกิด – ท.ร.1/1) ซึ่งสามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันกับอำเภอได้

  • วิธีขอคัดสำเนา (กรณีข้อมูลไม่อยู่ในระบบ)จำเป็นต้องไปดำเนินการด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน โดยมีขั้นตอนดังนี้

  • สถานที่ติดต่อ: ที่ว่าการอำเภอ หรือสำนักงานเขตที่มีระบบออนไลน์ (แนะนำให้ไปยังอำเภอที่แจ้งเกิดโดยตรง จะช่วยให้ค้นข้อมูลได้รวดเร็วและแม่นยำ โดยเฉพาะกรณีต้องค้นจากทะเบียนเล่มเก่า)

  • เอกสารที่ต้องใช้

  • บัตรประชาชนตัวจริง

    • สำเนาทะเบียนบ้าน
    • เอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี) เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือสำเนาสูติบัตรเดิม
  • ขั้นตอนการดำเนินการ

  • แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าต้องการ “คัดรับรองสำเนาสูติบัตร”

    • เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลในระบบทะเบียนราษฎร
    • หากไม่พบข้อมูลในระบบ จะดำเนินการค้นหาจากทะเบียนสูติบัตรฉบับเดิมตามปีเกิด
    • เมื่อพบข้อมูลแล้ว จะบันทึกเข้าสู่ระบบ และออกเอกสารแทนสูติบัตร (ท.ร.1/ก) ให้
  • กรณีไม่พบต้นขั้วจริง ๆหากไม่สามารถค้นหาสูติบัตรเดิมได้ เช่น เอกสารถูกทำลายหรือสูญหาย อาจต้องดำเนินการขอ “หนังสือรับรองการเกิด” แทน โดย

  • ติดต่อโรงพยาบาลที่เกิดเพื่อขอคัดสำเนาประวัติการเกิด

  • ใช้พยานบุคคล เช่น บิดา มารดา หรือญาติที่อยู่ในเหตุการณ์ ไปยืนยันข้อมูลกับทางอำเภอเพื่อออกเอกสารรับรองแทน

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมิจฉาชีพมีรูปแบบการหลอกลวงที่ซับซ้อนและแนบเนียนมากยิ่งขึ้น ทั้งการติดต่อผ่านโทรศัพท์ ข้อความ หรือสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อหลอกให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ในทางไม่ชอบ เช่น การสวมรอยทำธุรกรรมทางการเงิน การเปิดบัญชี หรือการก่ออาชญากรรมในรูปแบบต่าง ๆ

ข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ควรเปิดเผยแก่ผู้อื่น

  • หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน รวมถึงเลขหลังบัตร
  • รหัสผ่าน รหัส PIN หรือรหัส OTP
  • ข้อมูลบัญชีธนาคาร หรือรายละเอียดบัตรเครดิต
  • วันเดือนปีเกิด และที่อยู่โดยละเอียด
  • ภาพถ่ายเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประชาชน หรือทะเบียนบ้าน

พฤติกรรมที่ควรเพิ่มความระมัดระวัง

  • การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ธนาคาร หรือหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อขอข้อมูล
  • การส่งลิงก์ให้กดเพื่อยืนยันตัวตน หรือรับสิทธิประโยชน์
  • การเร่งรัดให้ตัดสินใจ โดยอ้างเหตุจำเป็นเร่งด่วน เช่น บัญชีมีปัญหา
  • การใช้บัญชีปลอม หรือแอบอ้างเป็นบุคคลที่รู้จัก

แนวทางการป้องกัน

  • หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
  • ตรวจสอบตัวตนของผู้ติดต่อทุกครั้ง โดยใช้ช่องทางทางการของหน่วยงานนั้น
  • ไม่กดลิงก์หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจากแหล่งที่ไม่รู้จัก
  • ตั้งรหัสผ่านที่มีความปลอดภัย และเปิดใช้งานระบบยืนยันตัวตนแบบสองชั้น (2FA)

กรณีเผลอเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลควรรีบติดต่อธนาคารหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยทันที เปลี่ยนรหัสผ่านของบัญชีสำคัญ และแจ้งเหตุผ่านช่องทางรับแจ้งภัยออนไลน์ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

เจาะลึกวิกฤตชาวนาไทย ต้นทุนพุ่ง-ราคาตกรัฐต้องแก้ตรงไหน? (24 เม.ย.69) I ตรงประเด็น

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ย้อนดูความพยายามแก้ ม.112 หลังศาลฎีการับคำร้องคดี 44 สส. (24 เม.ย.69) I ตรงประเด็น

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

โพสต์อ้าง อิหร่านยิงเครื่องบิน “B-2 Spirit” เสียหายหนัก ! ตรวจสอบพบเป็นคลิป AI

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“อับบาส อารักชี” เยือน “ปากีสถาน” เตรียมเจรจารอบ 2 กับ “สหรัฐฯ”

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว สังคม อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...