โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เอกนิติ กางแผนคืนชีพเศรษฐกิจไทย ฟื้น กรอ. ปลดล็อกอุปสรรค รับสัญญาณบวก

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในวันที่ 22 มิถุนายน 2569 นี้ คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานนัดแรก จะร่วมกันพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ภายหลังเห็นสัญญาณบวกจากสถาบันการจัดอันดับต่าง ๆ ได้ปรับสถานะของประเทศไทยดีขึ้น และจำเป็นต้องเร่งหาทางพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

นายเอกนิติ กล่าวว่า รัฐบาลเห็นสัญญาณความเชื่อมั่นของต่างชาติดีขึ้น โดยเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2569 สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P Global Ratings ก็ได้ประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยไว้ที่ระดับ BBB+ พร้อมแนวโน้มมีเสถียรภาพ หรือ Stable Outlook ว่าการคงอันดับครั้งนี้สะท้อนความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยและเสถียรภาพด้านการคลัง

พร้อมทั้งประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเติบโตที่ระดับ 2% ขณะที่เสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาลจะช่วยสนับสนุนความต่อเนื่องของการดำเนินนโยบาย และเอื้อต่อการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจรวมถึงการลงทุนตามยุทธศาสตร์ระยะยาวของประเทศ

ในวันเดียวกัน สถาบันพัฒนาการจัดการนานาชาติ IMD ได้จัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของไทยมีอันดับดีขึ้น 4 อันดับ จากอันดับที่ 30 ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 26 จากกว่า 70 เขตเศรษฐกิจ ซึ่งผลการจัดอันดับล่าสุดนี้ มีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนที่รัฐบาลจะนำมาพิจารณาและหาทางปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นจากการขับเคลื่อนผ่านกลไก กรอ. ซึ่งกรอ. ได้จัดเตรียมวาระการประชุมให้สอดคล้องกับสิ่งที่ทั้งสถานบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P Moody's และ สถาบัน IMD ให้ความสนใจ คือทิศทางการขับเคลื่อนประเทศไทยในระยะยาว

ดันกลไก กรอ. พ่วงลงทุน

นายเอกนิติ กล่าวว่า แนวทางการทำงานของ กรอ. ชุดนี้ จะมุ่งเน้นการปรับโครงสร้างพื้นฐานในหลายด้าน ทั้งด้านพลังงานซึ่งประเทศไทยยังพึ่งพาอยู่มาก ด้านเทคโนโลยี ด้านกำลังคนและแรงงาน และด้านการแก้ไขกฎระเบียบ โดยยกตัวอย่างความสำเร็จของโครงการ Thailand Fast Pass ที่พิสูจน์แล้วว่าการแก้ไขปัญหาด้านกฎระเบียบสามารถช่วยส่งเสริมการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในวันที่ 23 มิ.ย. 2569 จะมีการเปิดตัวโครงการ Thailand Fast Pass อย่างเป็นทางการ เพื่อแสดงศักยภาพของประเทศไทยให้เห็นเป็นรูปธรรมด้วย

"กรณี Moody's และ S&P คงอันดับความน่าเชื่อถือไทย ต่างให้ความสำคัญกับการลงทุนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทั้งการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ และการแก้ไขปัญหากฎระเบียบ ซึ่ง Thailand Fast Pass เป็นเพียงต้นแบบที่พิสูจน์ให้เห็นว่าไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณ เพียงปลดล็อกกฎระเบียบก็สามารถขับเคลื่อนการลงทุนได้ คือบางเรื่องเราไม่ต้องใช้เงินก็ปลดล็อกก็ขับเคลื่อนไปได้" นายเอกนิติ ระบุ

ตั้งคณะทำงานย่อยเคลื่อน 4 วาระใหญ่

ส่วนการขับเคลื่อนประเทศภายใต้ กรอ. ในระยะต่อไป นายเอกนิติ ยอมรับว่า จะมีการจัดตั้งคณะทำงานย่อยเพื่อขับเคลื่อนใน 4 ด้านหลักๆ ประกอบด้วยคณะทำงานด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการค้าและความสามารถในการแข่งขัน ด้านกฎหมายและกฎระเบียบทางธุรกิจ และด้านแรงงาน โดยเชื่อว่าหากดำเนินการอย่างเป็นระบบ ประเทศไทยจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นภายในระยะเวลา 3-4 ปี

ทั้งนี้แนวทางการทำงานจะอิงรูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเช่นเดียวกับยุครัฐบาลพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่ภาครัฐทำหน้าที่สนับสนุนและให้ภาคเอกชนเป็นผู้นำ เนื่องจากสถานการณ์โลกในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

อันดับขีดความสามารถไทยดีขึ้น

สำหรับรายละเอียดการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันที่ออกมามีทั้งส่วนที่ปรับตัวดีขึ้นและลดลงนั้น สถาบัน IMD ได้แบ่งการประเมินออกเป็น 4 ด้านหลัก ได้แก่ ประสิทธิภาพเชิงเศรษฐกิจ ประสิทธิภาพภาครัฐ ประสิทธิภาพภาคเอกชน และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งในด้านประสิทธิภาพเชิงเศรษฐกิจนั้นพบว่าตัวชี้วัดด้านการค้าระหว่างประเทศปรับลดลงจากอันดับ 4 มาอยู่อันดับ 9 เนื่องจากประเทศไทยพึ่งพาการส่งออกสินค้าค่อนข้างมาก ทำให้ขึ้นอยู่กับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

ขณะที่ตัวชี้วัดด้านการลงทุนระหว่างประเทศปรับดีขึ้นจากอันดับ 30 มาอยู่อันดับ 24 ซึ่งสอดคล้องกับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ส่วนเศรษฐกิจภายในประเทศยังคงอยู่ที่อันดับ 38 เท่าเดิม

ด้านประสิทธิภาพภาครัฐอันดับโดยรวมอยู่ที่ 32 เท่าเดิม แต่ตัวชี้วัดด้านการคลังปรับดีขึ้นจากอันดับ 31 มาอยู่อันดับ 29 โดยเฉพาะความง่ายของระบบภาษีที่ดีขึ้นจากอันดับ 8 มาอยู่อันดับ 7 ซึ่งเป็นผลจากการนำระบบดิจิทัลมาใช้มากขึ้น อาทิ ระบบ e-Tax Invoice ที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) ส่วนตัวชี้วัดด้านกฎหมายธุรกิจซึ่งเกี่ยวข้องกับใบอนุญาตต่าง ๆ ยังคงทรงตัว และเป็นเรื่องที่นายปกรณ์ต้องเข้ามาดูแลปรับปรุงต่อไป

ส่วนประสิทธิภาพภาคเอกชนประเทศไทยมีอันดับดีขึ้น โดยตัวชี้วัดด้านศักยภาพของภาคเอกชนปรับขึ้นจากอันดับ 39 มาอยู่อันดับ 37 ส่วนตัวชี้วัดด้านเสถียรภาพภาคการเงินอยู่ที่อันดับ 36 ขณะที่ด้านโครงสร้างพื้นฐานเป็นด้านที่มีอันดับยังไม่ดีนัก โดยเฉพาะด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมซึ่งอยู่ในอันดับ 56 และด้านการศึกษาซึ่งอยู่ในอันดับ 52

"ตัวชี้วัดที่น่าเป็นห่วงที่สุดในด้านโครงสร้างพื้นฐาน คือความเข้มข้นในการพึ่งพาพลังงาน หรือ Energy Intensity ซึ่งประเทศไทยอยู่ในอันดับ 67 สะท้อนการพึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาตินำเข้าในระดับสูง โดยมูลค่าการนำเข้าพลังงานคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 10% ของจีดีพีจึงจำเป็นต้องเร่งเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานเพื่อลดความเสี่ยงของประเทศ" นายเอกนิติ กล่าว

เวียดนามเป็นพันธมิตรไม่ใช่คู่แข่ง

ผู้สื่อข่าวถามในประเด็นที่เวียดนามเข้าร่วมการจัดอันดับจากสถาบัน IMD เป็นปีแรกและอยู่ในอันดับ 27 ใกล้เคียงกับไทยมาก นายเอกนิติ กล่าวว่า ไทยต้องมองเวียดนามในฐานะพันธมิตรและคู่ค้ามากกว่ามองเป็นคู่แข่ง ซึ่งจากการพบปะกับประธานาธิบดีเวียดนามทั้ง 2 ประเทศมองตรงกันว่าควรมีการพัฒนาร่วมกัน โดยเวียดนามมีความเข้มแข็งด้านเซมิคอนดักเตอร์ แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และกำลังแรงงานด้านวิศวกรรมจำนวนมาก ขณะที่ไทยมีความเข้มแข็งด้านการแปรรูปอาหารและวัตถุดิบ จึงควรร่วมมือกันเพื่อเติบโตไปด้วยกัน

จับตาวิกฤตเงินเฟ้อ-ค่าครองชีพ

ส่วนสถานการณ์เศรษฐกิจล่าสุด สถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ไม่ใช่วิกฤตด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่เป็นวิกฤตด้านเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่ประชาชนยังสัมผัสได้ โดยต้นเหตุของราคาสินค้าที่สูงขึ้นมาจากต้นทุนพลังงานที่แพง ซึ่งเป็นผลจากการที่ประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนสูง ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข

ตลาดเงิน-ตลาดทุน เริ่มฟื้น

ส่วนของสถานการณ์ตลาดเงินและตลาดทุน ขณะนี้มีเงินทุนไหลเข้าตลาดทุนไทยในระดับสูง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการไหลออกของเงินทุนจากอินโดนีเซีย ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาด้านเสถียรภาพและวิกฤตทางการคลัง ขณะที่การที่ประเทศไทยยังคงยืนยันในเรื่องวินัยทางการคลังและความพยายามในการดำเนินนโยบายต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และสะท้อนออกมาในภาพของตลาดทุนไทยที่ปรับตัวดีขึ้นในวันนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...