โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

BDMS ร่วง 2% โบรกชี้กำไรไตรมาส 1 ลดเหลือ 3.9 พันลบ. เซ่น “รอมฎอน” กดรายได้

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (9 เม.ย.69) ราคาหุ้นบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ณ เวลา 11:22 น. อยู่ที่ระดับ 18.80 บาท ลบ 0.30 บาท หรือ 1.57% สูงสุดที่ระดับ 19.10 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 18.70 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 516.98 ล้านบาท

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยบทวิเคราะห์พรีวิวผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ของ BDMS โดยคาดการณ์ว่าจะมีกำไรสุทธิและกำไรปกติอยู่ที่ 3,930 ล้านบาท ซึ่งลดลง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และหากพิจารณาเฉพาะกำไรปกติจะลดลง 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (แต่ในส่วนของกำไรสุทธิรวมคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากในไตรมาส 4 ปี 2568 มีการบันทึกรายการพิเศษที่เป็นค่าใช้จ่ายสุทธิ 339 ล้านบาท) โดยผลการดำเนินงานที่ลดลงนั้นเป็นไปตามทิศทางรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่อ่อนตัวลง

สำหรับรายได้จากการรักษาพยาบาลรวมในไตรมาส 1 ปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ 26,820 ล้านบาท ลดลง 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แบ่งเป็นรายได้จากผู้ป่วยชาวไทยที่คาดว่าจะลดลง 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากผลกระทบทางเศรษฐกิจและฐานรายได้ที่สูงจากการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในไตรมาส 1 ปี 2568

ขณะที่รายได้จากผู้ป่วยชาวต่างชาติคาดว่าจะลดลง 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากตรงกับช่วงเทศกาลรอมฎอน (19 กุมภาพันธ์ - 21 มีนาคม 2569) ประกอบกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นในเดือนมีนาคม ด้านอัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ 33.4% จากระดับ 34.7% ในไตรมาส 1 ปี 2568 ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายขีดความสามารถในการให้บริการ ทั้งการเปิดโรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล โรงพยาบาลพญาไท บ่อวิน โรงพยาบาลกรุงเทพ เขาใหญ่ และการเพิ่มเตียงของโรงพยาบาลกรุงเทพ เชียงใหม่ ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นสวนทางกับรายได้ที่ลดลง

อย่างไรก็ตาม หากกำไรในไตรมาส 1 ปี 2569 เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ จะคิดเป็นสัดส่วน 23% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2569 ที่คาดว่าจะทำได้ 16,785 ล้านบาท ซึ่งเติบโต 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ภายใต้สมมติฐานที่ว่าสงครามในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อไม่เกิน 8-10 สัปดาห์ สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 2 ปี 2569 คาดว่ากำไรจะสามารถเติบโตได้เล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่จะปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าตามปัจจัยด้านฤดูกาล

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยได้ประเมินความอ่อนไหว (Sensitivity) ว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากผลกระทบของสงครามอาจกดดันรายได้จากชาวต่างชาติ โดยหากรายได้ต่างชาติลดลงทุกๆ 5% จากประมาณการปัจจุบันที่ 32,010 ล้านบาท จะส่งผลกระทบให้กำไรสุทธิลดลง 1%

ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์กรุงศรี ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" สำหรับ BDMS โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 27.00 บาท ด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสด (DCF) ที่อัตราต้นทุนเงินทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (WACC) 6.7% พร้อมเลือกให้เป็นหุ้นเด่น (Top Pick) เนื่องจากประเมินว่าบริษัทมีความได้เปรียบทางการแข่งขันจากขนาดของเครือข่ายโรงพยาบาลและมีส่วนแบ่งจำนวนเตียงที่ครอบคลุมมากที่สุดในประเทศ

รวมถึงมีระบบนิเวศทางการแพทย์ (Ecosystem) แบบครบวงจรที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดความซ้ำซ้อนด้านต้นทุน ส่งผลให้เกิดการประหยัดต่อขนาด (Economies of scale) นอกจากนี้ ยังคาดว่าอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) จะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจาก 15.7% ในปี 2569 เป็น 16.3% ในปี 2571 และคาดว่าจะมีการจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นจาก 0.75 บาท เป็น 0.80 บาท ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยปัจจุบันราคาหุ้นยังคงให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ยราว 4% ต่อปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...